‘คนการเมือง’ รุมจวก ‘ดิจิทัลวอลเลต’

15 ต.ค. 2566 - 15:52

  • ยิ่งกว่าตำบลกระสุนตก ! ‘คนการเมือง’ แห่วิจารณ์ ‘ดิจิทัลวอลเลต’ พรุน ‘ราเมศ’ เชียร์ ‘ป.ป.ช. - สตง.’ ฟอร์มทีมสอบ ด้าน ‘สมชัย’ เรียกขวัญ ‘เสี่ยนิด’ หลังโดนถล่มเละ

  • ‘ราเมศ’ เชียร์ ‘ป.ป.ช. - สตง.’ ฟอร์มทีมสอบ

  • ด้าน ‘สมชัย’ เรียกขวัญ ‘เสี่ยนิด’ หลังโดนถล่มเละ

Politicians_criticize_digital_wallet_policies_SPACEBAR_Hero_0b829b8310.jpg

นับตั้งแต่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ นโยบาย ‘ดิจิทัลวอลเลต’ มาอย่างเรื่อยมาโดยเฉพาะช่วงหลัง ล่าสุดวันนี้ (15 ตุลาคม 2566) ยังคงมีการแสดงความเห็นของคนการเมืองให้เห็นอยู่ต่อเนื่อง

‘ปชป.’ เชียร์ ‘ป.ป.ช. - สตง.’ ฟอร์มทีมสอบ 'เงินดิจิทัล'

‘ราเมศ รัตนะเชวง’ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความเห็นว่า การที่นายกรัฐมนตรีออกมาอ้อนประชาชนให้เชียร์นโยบายการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ก็ถือว่าเป็นสิทธิของนายกรัฐมนตรีและองคาพยพของรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ที่พยายามออกมาชี้นำประชาชน แต่สิ่งหนึ่งที่นายกรัฐมนตรียังไม่ได้ทำคือการอธิบายด้วยเหตุด้วยผล ให้ความรู้ความเข้าใจที่ไปที่มาของโครงการซึ่งยังไม่มีความชัดเจนไม่ว่าจะเป็นที่มาของเงินว่าจะใช้งบประมาณจากส่วนไหนของงบประมาณแผ่นดิน  

ขั้นตอนวิธีการในการดำเนินการ จะได้ความคุ้มค่ามากน้อยขนาดไหน นายกรัฐมนตรีต้องอธิบายถึงสภาวะการเกิดภาวะเงินเฟ้อว่ามีความเสี่ยงมากน้อยขนาดไหน ข้าวของจะมีราคาสูงขึ้นกว่าปกติหรือไม่ และสาระสำคัญจะไปกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากน้อยขนาดไหน ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต  

ราเมศ กล่าวอีกว่า การที่มีหลายฝ่ายมาท้วงติง ติติง อย่ามองว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่มีเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่เขามีความเชี่ยวชาญเข้าใจและห่วงใยภาพรวมของประเทศมาตลอดชีวิต รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ที่ท้วงติงมาด้วยหลักการและเหตุผลที่ดี ซึ่งขณะนี้ก็จะมีผลการสำรวจของความคิดเห็นของสถาบันต่างๆ สิ่งสำคัญเหล่านี้ควรนำมาประกอบการตัดสินใจด้วยว่าจะมีการเดินหน้าต่อหรือไม่อย่างไร หรือควรปรับปรุงแก้ไขมากน้อยแค่ไหน เพราะงบประมาณที่จะนำมาใช้มีจำนวนมาก 

เชื่อว่านัยที่สำคัญคือการหวังผลในทางการเมืองพยายามใช้การปลุกกระแสเพื่อให้เห็นว่าฝ่ายที่สนับสนุนก็มี ที่สำคัญเมื่อพรรคเพื่อไทยได้ประกาศเป็นนโยบายก็มีความพยายามจะเดินต่อไปให้สุดทาง แต่หลักการของความเป็นผู้นำที่ดีควรยึดหลักการความถูกต้องนั้นคือการคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นที่ตั้ง  

ซึ่งจะทำให้นายกรัฐมนตรีตั้งหลักในการคิดได้ อย่าคิดในเชิงการเมืองเพราะสัจธรรมที่แท้จริงการเมืองมาแล้วก็ไป แต่ควรเลือกทิ้งในสิ่งที่ดีไว้ให้กับลูกหลาน ประชาชน อย่าสร้างภาระให้กับประเทศและประชาชน ดูจะง่ายเกินไปที่บอกเพียงว่าถ้านโยบายนี้ผิดพลาดรอบหน้าก็อย่าเลือกพรรคเพื่อไทย เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงการเห็นแก่ประโยชน์ในทางการเมืองมากกว่าสิ่งอื่นใด 

ราเมศยังกล่าวอีกว่า เสียงท้วงติงที่เพิ่มมากขึ้นรัฐบาลต้องรับฟังอย่างจริงใจ อย่าผลักใสใล่ส่งความเห็นเหล่านั้น เชื่อว่าหากยังยืนยันเดินหน้าต่อไป ผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศมีอย่างแน่นอน ด้วยหลายเหตุผล นโยบายขาดการศึกษาอย่างรอบด้านไม่ละเอียดรอบคอบ คิดเพียงเพื่อใช้ในการหารณรงค์หาเสียง การใช้งบประมาณที่มีจำนวนมากถึง 560,000 ล้าน ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง อีกหลายเหตุผลที่เห็นได้ว่า นโยบายนี้ได้ไม่คุ้มเสีย  

ทั้งนี้นายราเมศได้สนับสนุนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ ที่ได้ตั้งทีมขึ้นมาตรวจสอบนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท เพื่อพิจารณาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการก่อให้เกิดปัญหาการทุจริต ผลกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงอย่างยั่งยืนของฐานะทางการเงินการคลัง พร้อมกับย้ำในตอนท้ายว่าทุกการกระทำของรัฐบาลอนาคตจะเป็นคำตอบแน่นอน 

'สมชัย' เรียกขวัญ‘เศรษฐา’ หลังโดนถล่มเละ

ขณะที่ ‘สมชาย ศรีสุทธิยากร’ อดีต กกต. ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า ขวัญเอ๋ย ขวัญมา แค่เดือนเดียวก็อยากได้ขวัญกำลังใจจากประชาชนเพิ่มแล้ว ขวัญคงหายไปเยอะ เพราะไม่นึกว่าจะมีทั้งอดีตผู้ว่าแบงค์ชาติ นักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ ออกมาแสดงความเห็นคัดค้านเรื่องนโยบายแจกเงิน 560,000 ล้านบาท 

1) จะไม่มีคนค้านเลยครับ หากท่านใช้วิธีการประหยัดงบประมาณที่ใช้ แล้วเหลือมาแจกประชาชน แต่นี่ จะกู้มาแจก ฮ่วย !!  

2) จะไม่มีคนค้านเลยครับ ถ้าเป็นช่วงที่คนออกจากบ้านไม่ได้ ทำมาหากินไม่ได้ ตกงาน ต้องใช้เงินไปกระตุ้น กระตุกเศรษฐกิจให้คืนชีพ นี่ทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทางแล้ว หรือชื่อเศรษฐา ต้องทำตัวเป็นเศรษฐีแจกเงินชาวบ้าน แต่ขอโทษ เงินที่แจกไม่ใช่เงินท่านด้วย  

3) จะไม่มีคนคัดค้านเลยครับ หากแจกง่าย ๆ เป็นเงินสด ไม่ต้องบล็อกเชนอะไรให้ยุ่งยาก เพราะเขากลัวเรื่องเงินปากถุง และมีค่าใช้จ่ายในการทำระบบอีกเท่าไหร่ ข้อมูลที่ลงทะเบียนจะถูกนำไปใช้ประโยชน์อะไรกับใครต่อ ก็ยังไม่รู้ 

ถึงวันนี้ ท่านได้แต่บอกว่า ใจเย็น ๆ และขอกำลังใจ ขอเสียงสนับสนุน ไม่อยากฟังเสียงคัดค้าน  

ไม่กู้มาแจก ไม่คัดค้านครับ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์