‘พริษฐ์’ กั๊กตอบส่ง ‘ศิธา’ ชิงผู้ว่าฯ กทม. แนะ ‘ครม.’ ปรับเงินน้ำท่วมเป็น 9,000 บาท/เดือน

17 พ.ย. 2568 - 12:23

  • ‘พริษฐ์’ ยัน ‘พรรคประชาชน’ เร่งผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหวังเสร็จทันสิ้นปีนี้ อุบตอบทาบทาม ‘ศิธา’ เป็นแคนดิเดต ‘ผู้ว่าฯ กทม.’ จ่อเปิดโฉมหน้า ‘ครม.-ทีมบริหาร’ สู้ศึกเลือกตั้งใหญ่

  • เสนอ ครม. ปรับเกณฑ์การชดเชยเยียวยาน้ำท่วมจากการจ่ายอัตราเดียว 9,000 บาท เป็น 9,000 บาท/เดือน เพื่อความเป็นธรรมกับบ้านเรือนที่น้ำท่วมนาน

‘พริษฐ์’  กั๊กตอบส่ง ‘ศิธา’ ชิงผู้ว่าฯ กทม. แนะ ‘ครม.’ ปรับเงินน้ำท่วมเป็น 9,000 บาท/เดือน

ที่อาคารอนาคตใหม่ พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน แถลงข่าวถึงประเด็นต่างๆ หนึ่งในนั้นคือเรื่องความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โฆษกพรรคประชาชน ระบุว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ลงมติเพื่อหาข้อสรุปในหลายประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกลไกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่ง การมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน เป็นสิ่งที่พรรคประชาชนเรียกร้องมาตลอด และเป็นสิ่งที่หลายพรรคเคยเห็นตรงกัน

แต่เมื่อมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ที่ ห้ามไม่ให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง ส่งผลให้ไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถเสนอ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงได้อีกต่อไป และทั้ง 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ 3 พรรคการเมืองหลักที่ถูกพิจารณาในวาระที่ 1 เมื่อวันที่ 14-15 ตุลาคม 2568 ก็ ไม่มีร่างไหนที่เสนอให้มี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง

โดยร่างของพรรคประชาชนที่รัฐสภามีมติให้ใช้เป็นร่างหลักในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ มี 2 หลักการที่เราให้ความสำคัญคือ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มากที่สุด โดยไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และ ป้องกันการผูกขาดโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือสีใดสีหนึ่ง

ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการได้ลงมติเกี่ยวกับ 3 ข้อเสนอหลักในร่างของพรรคประชาชนที่พยายามมุ่งสู่เป้าหมายดังกล่าว แต่ผลปรากฎว่า แม้กรรมาธิการจากพรรคประชาชนจะโหวตเห็นชอบ แต่กรรมาธิการจากพรรคอื่นๆ และ สว. ซึ่งครองเสียงส่วนใหญ่ เห็นควรให้ตัดข้อเสนอที่ระบุว่า สภาที่ปรึกษา มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน และ การเปิดให้ประชาชนเข้าคูหาเลือกตั้งเพื่อคัดกรองผู้ร่างมาเบื้องต้นก่อนส่งให้รัฐสภาคัดเลือก ออกจากร่างแก้ไข 

แต่ที่น่ายินดี คือคณะกรรมาธิการส่วนใหญ่ลงมติเห็นด้วยกับข้อเรื่อง การให้รัฐสภาคัดเลือกผู้ร่างโดยใช้สูตร ‘20 หยิบ 1’ แทนการใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก โดยสูตร 20 หยิบ 1 คือการกำหนดว่าในเมื่อสมาชิกรัฐสภามี 700 คน และผู้ร่างมี 35 คน จึงควรให้สมาชิกรัฐสภาที่รวมตัวกันได้ 20 คน สามารถมีสิทธิคัดเลือกผู้ร่างได้หนึ่งคน ซึ่งจะเป็นหลักประกันว่าคณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ถูกผูกขาดโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือสีใดสีหนึ่ง และทำให้คณะผู้ร่างมีตัวแทนที่หลากหลายจากทุกกลุ่มความคิด

S__89735217_0.jpg

โฆษกพรรคประชาชน ยังระบุว่าแม้ กรรมาธิการบางท่านมีความกังวลว่า สูตร 20 หยิบ 1 อาจไม่ใช่ยาวิเศษเสียแล้ว เพราะประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมคัดกรองผู้ร่างมาเบื้องต้น แต่ข้อเท็จจริงเรื่องนี้คือ 

  1. คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ร่วมถึงกรรมาธิการดังกล่าว ไม่ได้ลงมติเห็นชอบกับข้อเสนอของพรรคประชาชน ที่เสนอให้ประชาชนคัดกรองผู้ร่างมาเบื้องต้น 70 คน ก่อนส่งให้รัฐสภาคัดเหลือ 35 คน
  2. กรรมาธิการท่านอื่น ไม่ได้เสนอวิธีการอื่นที่จะป้องกันการผูกขาด มิหนำซ้ำร่างที่พรรคต้นสังกัดของกรรมาธิการดังกล่าวดังกล่าวเสนอ ก็กำหนดว่าในขั้นตอนสุดท้ายที่รัฐสภาคัดเลือก สสร. ให้รัฐสภาใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก ซึ่งเสี่ยงต่อการผูกขาดกว่าสูตร 20 หยิบ 1

โฆษกพรรคประชาชน ย้ำว่า พรรคประชาชนจะพยายามเต็มที่ เพื่อเดินหน้าพิจารณามาตราที่เหลืออยู่ของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จโดยเร็วที่สุด โดยอย่างน้อยที่สุดควรจะพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน เพื่อให้มีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาวาระ 2 ในต้นเดือนธันวาคม และให้รัฐสภาพิจารณาวาระ 3 เสร็จก่อนสิ้นเดือนธันวาคม

S__89735219_0.jpg
  • เสนอ ครม. ปรับเกณฑ์การชดเชยเยียวยาสำหรับพื้นที่ที่น้ำท่วมจากการจ่ายอัตราเดียว 9,000 บาท เป็น 9,000 บาท/เดือน เพื่อความเป็นธรรมกับบ้านเรือนที่น้ำท่วมนาน 

อีกประเด็นที่ โฆษกพรรคประชาชนแสดงความคิดเห็นคือกรณีการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนแนวทางการเยียวยาประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมยาวนาน  แม้ว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มติอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณในการดำเนินการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 6,169.986 ล้านบาท เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 

โดยมีอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือเป็นรูปแบบเหมาจ่ายอัตราเดียวครัวเรือนละ 9,000 บาท สำหรับที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังเกินกว่า 7 วัน (หรือไม่เกิน 7 วันแต่บ้านเรือนเสียหาย)

แต่ การกำหนดเกณฑ์การเยียวยาที่เป็นอัตราเดียว โดยมิได้คำนึงถึงระยะเวลาความเสียหายที่แตกต่างกัน ระหว่างน้ำท่วม 7-8 วัน กับ 3-4 เดือน ทำให้พี่น้องประชาชนที่ถูกน้ำท่วมในระดับที่สูงขึ้นและยาวนานขึ้น ตามแนวทางการจัดการน้ำดังที่ได้กล่าวไป รู้สึกไม่พอใจและไม่เป็นธรรม 

ยิ่งไปกว่านั้น ประชาชนในพื้นที่หลายคนสะท้อนว่าเงินเยียวยาบางส่วนมาถึงมือประชาชนหลังจากที่น้ำท่วมบ้านไประยะหนึ่งแล้ว จึงไม่เท่าทันต่อการช่วยเหลือประชาชนที่ต้องสูญเสียช่องทางหารายได้หรือเผชิญค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทันทีที่น้ำท่วม เพราะฉะนั้น พรรคประชาชนจึงเห็นว่า

“รัฐบาลควรปรับเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยา จากจ่ายอัตราเดียว 9,000 บาท (ไม่ว่าจะท่วมนานแค่ไหน) เป็นจ่ายตามระยะเวลาที่ประสบน้ำท่วม 9,000 บาท/เดือน”

โฆษกพรรคประชาชน กล่าว

S__89735222_0.jpg
  • อุบตอบทาบทาม ‘ศิธา’ เป็นแคนดิเดต ‘ผู้ว่าฯ กทม.’

นอกจากนี้ โฆษกพรรคประชาชน ยังชี้แจงรายละเอียดงาน รีชาร์จประชาชน ระหว่างวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2568 โดยระบุว่า สิ่งที่ประชาชนคาดหวังได้ น่าจะมีโอกาสเห็นชุดนโยบายแรกๆ ที่พรรคประชาชนจัดทำมาอย่างต่อเนื่อง และพร้อมนำเสนอต่อประชาชน รวมถึงบุคลากรใหม่ๆ ที่จะมาร่วมเป็นทีมบริหารของพรรคประชาชนเช่นเดียวกัน ถือเป็นหน้าต่างแรกสู่ภาพของรัฐบาลพรรคประชาชนที่ตั้งใจจะเข้ามาบริหารสร้างความเปลี่ยนแปลง หากได้รับโอกาสจากการเลือกตั้ง

ส่วนการเตรียมความพร้อมในสนามเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2569  โฆษกพรรคประชาชน ระบุว่า พรรคประชาชนมีแผนจะสรุปและสื่อสารเรื่องแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ต่อสาธารณะในเร็วๆ นี้ พร้อมผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ทั้ง 50 เขต ด้วย 

พร้อมย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ นอกจากการคัดกรอง ผู้สมัคร สส. อย่างเข้มข้นแล้ว เราจะมีการเปิดทีมบริหารที่จะเข้ามาขับเคลื่อนนโยบายในกระทรวงต่างๆ ของฝ่ายบริหารด้วยเช่นกัน บางคนอาจจะไม่ได้เป็นผู้สมัคร สส. และพร้อมจะเปิดเผยให้ประชาชนได้เห็นตัวตน 

“เป็นมิติใหม่ที่ไม่เคยมีในสนามการเมืองไทย ว่าหากให้ความไว้วางใจเลือกพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบแล้ว หน้าตาคณะรัฐมนตรี (ครม.) และทีมบริหารของพรรคประชาชนจะเป็นอย่างไร”

โฆษกพรรคประชาชน ระบุ

ส่วนกระแสข่าวว่า พรรคประชาชนมีการทาบทาบ น.ต. ศิธา ทิวารี อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคไทยสร้างไทย มาเป็นผู้สมัครของพรรค  โฆษกพรรคประชาชน ไม่ยืนยันหรือปฏิเสธ พร้อมระบุว่า เวลานี้สิ่งสำคัญคือพรรคต้องตกผลึกทุกขั้นตอนในกระบวนการภายใน และเมื่อได้ข้อสรุป 100% ก็จะแจ้งต่อสาธารณะต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์