‘ภราดร’ ยอมรับ ‘รัฐบาล’ โอกาสชนะยาก หากฝ่ายค้านยื่นซักฟอกแบบลงมติ

17 พ.ย. 2568 - 13:28

  • ‘ภราดร’ ยันรัฐบาลพร้อมชี้แจงหากฝ่ายค้านยื่นอภิปราย ยอมรับเสียงข้างน้อยโอกาสชนะยาก ชี้ ‘โสภณ’ ท้ายื่นอภิปราย 152 พูดในนามส่วนตัว ยังไม่คิดฝ่ายค้านอื่นช่วยโหวตอุ้ม รอยื่นญัตติก่อนค่อยว่ากัน

  • กางไทม์ไลน์ประชามติ ‘แก้รธน.’ ชี้ต้องจบก่อนปีใหม่ ครม. ต้องส่ง กกต. ตั้งเรื่องไม่เกิน 15 ม.ค. สวน ‘เพื่อไทย’ วิจารณ์สูตร 20 หยิบ 1 บอก “อะไรก็ไม่ดีไปหมด”

‘ภราดร’ ยอมรับ ‘รัฐบาล’ โอกาสชนะยาก หากฝ่ายค้านยื่นซักฟอกแบบลงมติ

ที่ทำเนียบรัฐบาล ภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ต้องรอดูว่าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ ถ้ายื่นก็เชื่อว่าทุกคนในคณะรัฐมนตรี (ครม.) พร้อมที่จะชี้แจง 

ส่วนกรณีที่ โสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาท้าทายฝ่ายค้านให้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 152 คือการอภิปรายโดยไม่มีการลงมติ ภราดร ชี้แจงว่า โสภณพูดที่พรรคในนามส่วนตัว ซึ่งพูดชัดว่าเป็นการพูดในนามของลูกพรคภูมิใจไทย แต่ในส่วนของรัฐบาล นายกรัฐมนตรีได้ออกแถลงการณ์แล้วว่า พร้อมที่จะให้ฝ่ายนิติบัญญัติเดินหน้าสู่กระบวนการตรวจสอบและพร้อมที่จะชี้แจงในทุกประเด็น 

เมื่อถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลยืนยันหรือไม่ว่ายังคงเป็นไปตามบันทึกความเข้าใจ (MOA) ในประเด็นเรื่องการยุบสภา วันที่ 31 ม.ค.69 ภราดร ย้ำว่า ไทม์ไลน์ยังเหมือนเดิม 

ส่วนประเด็นที่ฝ่ายค้านขอเปิดตามมาตรา 151 ในขณะที่รัฐบาลเป็นเสียงข้างน้อย ประเด็นนี้รัฐบาลทำใจแล้วใช่หรือไม่ว่าถึงอย่างไรก็คงจะแพ้ ภราดร ระบุว่า นายกรัฐมนตรีประกาศตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเป็นรัฐบาลแล้วว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่มีแค่ 140 กว่าเสียง เพราะฉะนั้นในส่วนของงานสภาไม่ว่าจะเป็นญัตติใดถ้าไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาก็คงไม่สามารถชนะโหวตได้ รวมถึงญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย 

ดังนั้น เมื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจโอกาสที่จะพลิกชนะเสียงไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านมันเป็นไปไม่ได้เลย แต่อย่างไรก็ตามในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าการจะไม่ไว้วางใจนั้นต้องมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดคือ 250 เสียงถึงจะล้มรัฐบาลได้ ซึ่งต้องไปดูในช่วงนั้นว่าจะมีเสียงลงมติมากกว่ากึ่งหนึ่งหรือไม่ กรณีนี้หมายถึงถ้าฝ่ายค้านยื่นอภิปรายจริง

เมื่อถามว่า มีการประเมินหรือไม่ว่าพรรคประชาชน ที่ทำ MOA กับรัฐบาลยังคงอุ้มรัฐบาลต่อ ภราดร ระบุว่า ไม่ทราบว่าพรรคประชาชนมีความคิดเห็นแบบไหนอย่างไร ซึ่งเป็นสิทธิ์ของสมาชิกแต่ละท่าน แต่เชื่อว่าถ้ามีการยื่นอภิปรายตามมาตรา 151 ซึ่งรัฐบาลเองเพิ่งจะทำงานมาได้ 47 วัน เชื่อว่ายังไม่มีเรื่องทุจริตหรือคอรัปชันอย่างแน่นอน 

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านพุ่งเป้าประเด็นมีนักการเมืองสีเทาร่วมรัฐบาลอยู่ ภราดร มองว่า เป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้านที่จะเห็นอย่างไร ก็ไปอภิปรายในสภากัน ซึ่งขณะเดียวกันนอกจากอภิปรายกล่าวหาแล้วในส่วนของ ครม. ก็มีสิทธิ์ที่จะชี้แจง โดยท้ายที่สุดแล้วคนที่ตัดสินคือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  500 คนและประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านที่จะตัดสินหลังจากฟังการอภิปรายทั้งจากฝ่ายที่กล่าวหาและฝ่ายชี้แจง

ส่วนข้อสังเกตว่า อาจมีเสียงจากฝ่ายค้านอื่นที่ไม่ใช่พรรคประชาชนมาช่วยยกมือโหวตให้รัฐบาล ภราดร ระบุว่า ตอนนี้ยังไม่มีการยื่นญัตติอภิปรายเลย อย่าเพิ่งไปคิดถึงเรื่องการลงมติ ให้มีญัตติก่อนแล้วค่อยว่ากัน 

  • ‘ภราดร’ กางไทม์ไลน์ประชามติ ‘แก้รธน.’ ชี้ต้องจบก่อนปีใหม่ ครม. ต้องส่ง กกต. ตั้งเรื่องไม่เกิน 15 ม.ค. สวน ‘เพื่อไทย’ วิจารณ์สูตร 20 หยิบ 1 บอก “อะไรก็ไม่ดีไปหมด”

นอกจากนี้ ภราดร ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ได้เปิดเผยถึงการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า การจะเปิดวันใดอยู่ที่กรรมาธิการว่าจะพิจารณาเสร็จเมื่อใด หากเสร็จภายในต้นเดือนธ.ค. ก็สามารถเปิดประชุมสมัยวิสามัญได้ ก่อนเปิดสมัยประชุมสามัญวันที่ 12 ธ.ค. 

เบื้องต้น จากการดูไทม์ไลน์คร่าวๆ และได้หารือกับคณะกรรมาธิการแล้วว่าการโหวตวาระ 3 ต้องแล้วเสร็จก่อนช่วงปีใหม่ หมายความว่าหากเปิดสมัยประชุมวิสามัญวันที่ 9-11 ธ.ค. ยังสามารถลงมติวาระ 3 ก่อนช่วงปีใหม่ได้อยู่ ซึ่งนายกรัฐมนตรียืนยันว่าพร้อมเปิดประชุมสมัยวิสามัญให้ 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การพิจารณาของกรรมาธิการเดินหน้าไปได้พอสมควรแล้ว ในมาตรา 256/1 ที่เป็นหัวใจของการแก้รัฐธรรมนูญได้ผ่านมติเสียงข้างมากแล้ว ส่วนมาตราอื่นคงใช้เวลาไม่มาก เดินหน้าได้เร็วมากขึ้น คาดว่าภายในเดือน พ.ย. น่าจะแล้วเสร็จ แต่หากไม่แล้วเสร็จก็น่าจะเสร็จต้นเดือนธ.ค.

เมื่อถามว่า การตั้งคำถามประชามติจะเริ่มดำเนินการได้เมื่อใด ภราดร ระบุว่า เรามองว่าการตั้งคำถามประชามติควรเริ่มต้นจากรัฐสภาตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลังการลงมติวาระ 3 ต้องมีญัตติจากรัฐสภาว่าจะมีคำถามที่ 1 อย่างไร 

ส่วนคำถามที่ 2 ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256(8) เพราะการแก้ไขครั้งนี้เราได้เพิ่มหมวด 15/1 เข้าไปที่ต้องให้มีการทำประชามติ และรัฐสภาต้องมีมติเพื่อส่งให้คณะรัฐมนตรี เพื่อไปทำคำถามประชามติร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่วนกระบวนการนี้จะเดินหน้าไปถึงเดือน ม.ค.ใช่หรือไม่ ภราดร ระบุว่า 

“อยู่แล้ว เพราะจากไทม์ไลน์ลงมติวาระ 3 ช่วงก่อนปีใหม่ หลังผ่านช่วงปีใหม่ไปแล้ว จะส่งเรื่องมาที่ครม. แล้วหลังจากนั้นอีก 2-3 วันก็จะประชุม ครม. เพื่อมีมติให้ทำประชามติแล้วส่งเรื่องไปที่ กกต. โดยช้าที่สุดไม่เกินกลางเดือน ม.ค.”

ภราดร ระบุ

เมื่อถามว่า การทำประชามติจะทันไทม์ไลน์ของ กกต. ที่ขอเวลาเตรียมความพร้อมไว้ 75 วันหรือไม่ ภราดร ระบุว่า เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ทางเลขา กกต.แจ้งแล้วว่าขอเวลา 75 วันโดยย้อนจากวันที่ 29 มี.ค.69 ซึ่งจะตรงกับวันที่ 15 ม.ค.69 ครม.จำเป็นต้องมีมติภายในวันดังกล่าวเพื่อส่งให้กับ กกต.

ส่วนมองอย่างไรที่พรรคเพื่อไทยโจมตีว่าสูตร 20 หยิบ 1 จะทำให้เกิดการล็อกสเปกคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ ภราดร ระบุว่า อะไรก็ไม่ดีไปหมด จริงๆ สูตรนี้ได้มีการหารือกันนอกรอบ ผมได้อภิปรายเรื่องนี้ตามร่างของพรรคภูมิใจไทยมาตั้งแต่วาระ 1 แต่พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชนมองว่าจะทำให้สภาร่างรัฐธรรมนูญเป็นสีใดสีหนึ่ง ผมเลยยอมถอยแล้วใช้สูตรของพรรคประชาชน ในวันนั้นพรรคเพื่อไทยก็บอกว่าแบบนี้ก็พูดคุยกันได้ แล้วพยายามทำทุกอย่างให้การแก้รัฐธรรมนูญเดินต่อได้ 

เมื่อถามว่า หากใช้สูตรนี้ต้องไปดูหลังการเลือกตั้งใช่หรือไม่ ภราดร ระบุว่า ทั้งหมดอยู่ที่ผลการเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมืองต้องรณรงค์กับประชาชนเพื่อให้ได้ สส. มามากที่สุดเพื่อหยิบกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ให้ได้มากที่สุดจึงอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน ย้ำว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือก สส. แต่เป็นการเลือกเพื่อให้หยิบ กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญด้วย

เมื่อถามว่า คุณสมบัติคนจะมาทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญจะกำหนดอย่างไร คนโดนตัดสิทธิทางการเมืองสามารถเป็นได้หรือไม่ ภราดร ระบุว่า อยู่ระหว่างการเจรจากันอยู่ในชั้นกรรมาธิการ ส่วนจะได้ข้อสรุปอย่างไรค่อยว่ากันอีกที

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์