‘อภิสิทธิ์​’ แนะ ‘รัฐบาล’ แจงเวทีโลก สกัด ‘สหรัฐฯ’ ใช้ภาษีกดดันปมกัมพูชา

17 พ.ย. 2568 - 14:15

  • ‘อภิสิทธิ์​‘ กระตุก ‘รัฐบาล’​ แสดงจุดยืนให้ชัด​ ​‘กัมพูชา’ ละเมิดปฏิญญาสันติภาพ​ กังขา ’ทรัมป์​’ ระงับดีล​เขมรด้วยหรือไม่​ แนะรบ.แจงโลก​ ป้องสกัด ‘สหรัฐฯ’ ใช้ภาษีกดดัน​

  • บอกแท้งกิ้วผลโพลฉุด ‘ปชป.’ ดีขึ้น ถือเป็นกำลังใจ ยันทำงานหนักแข่งกับตัวเอง-เวลา ชู 2 แนวทางทำนโยบาย ‘บ้านเมืองสุจริต-เศรษฐกิจโต’ แนะแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจต้องทำตามสถานการณ์

  • ไร้กังวลพื้นที่กรุงเทพฯ ‘สกลธี’ ชน ‘เอกนัฎ’ รับเป็นเรื่องยาก หาก ‘ยุบสภาฯ’ ก่อน ม.ค. 69 ต้องเหนื่อยมากขึ้น แต่ทำเต็มที่

‘อภิสิทธิ์​’ แนะ ‘รัฐบาล’ แจงเวทีโลก สกัด ‘สหรัฐฯ’ ใช้ภาษีกดดันปมกัมพูชา

ที่พรรคประชาธิปัตย์ อภิสิทธิ์​ เวชชาชีวะ​ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานพอดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงท่าทีของ อนุทิน​ ชาญ​วีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ต่อกรณีการเจรจาอัตราภาษีนำเข้าสินค้าไทยของสหรัฐฯ และสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาว่า​ เรื่องนี้ทุกคนเห็นตรงกันสิ่งสำคัญคือเรื่องอธิปไตย และทุกคนอยากสนับสนุนกองทัพฝ่ายความมั่นคงในการปฏิบัติภารกิจ 

แต่ ขอย้ำอีกครั้งว่าเรามักตั้งคำถามที่ผิดว่าจะเลือกการทหารหรือการทูต แต่ความจริงไปด้วยกันเพราะการทูตที่แข็งแกร่งจะทำให้ทหารทำงานได้ง่าย​ พร้อมยกตัวอย่างว่า หากทะเลาะกัน แล้วคนโดยรอบมองว่าคุณเป็นฝ่ายถูกจะง่ายขึ้น​ และหากคนทั้งโลกมองว่าคุณเป็นฝ่ายผิดก็จะทำให้เหนื่อยขึ้น​ เพราะฉะนั้นการทูตจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่จะทำให้ฝ่ายทหารความมั่นคง ทำงานได้เต็มที่​ แล้ววันนี้มีเรื่องที่รัฐบาลทำข้อตกลงไว้ โดยมีทั้งสหรัฐอเมริกาและประธานอาเซียนเป็นพยาน

ซึ่งสหรัฐแต่ไหนแต่ไร มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมาประธานาธิบดี มักจะใช้ภาษี ไม่ใช่เครื่องมือทางเศรษฐกิจ​อย่างเดียว​ อย่างตอนที่ปรับขึ้นอัตราภาษีจีน และประเทศอื่นในภูมิภาค ก็อ้างเรื่องยาเสพติด การเข้าเมืองผิดกฎหมาย และบางประเทศขู่ถึงการเมืองภายในประเทศ เพราะฉะนั้นหากจะคิดและพยายามให้เขาไม่ทำ คงห้ามไม่ได้เพราะเป็นนโยบายของสหรัฐฯ​ แต่เราสามารถยืนยันได้ว่าไม่นำทั้งสองเรื่องมาผูกกัน

อภิสิทธิ์​ ยังย้ำว่า วันนี้รัฐบาลจะต้องมีสมาธิ​ เรื่องการค้าวันนี้สหรัฐฯจะเจรจาหรือไม่​ ขอถามว่าวันนี้เราพร้อมเจรจามากแค่ไหน เพราะสหรัฐได้ตั้งเป้าไว้อยู่แล้วว่า จะต้องเกิดความชัดเจนในการเจรจาภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งเหลือระยะเวลาเพียงเดือนครึ่ง แต่วันนี้สิ่งที่รัฐบาลเคยไปตกลงกรอบความร่วมมือ ทั้งเปิดการนำเข้าสินค้าเกษตร รายการนำเข้าสินค้าโดยไม่เก็บอัตราภาษีกว่าร้อยละ 90 หรือยอมรับมาตรฐานการตรวจสอบ ของสหรัฐฯ​ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไทยพร้อมแล้วหรือยัง 

รวมไปถึงได้บอกคนไทยแล้วหรือไม่ และเตรียมมาตรการสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบแล้วหรือไม่ พร้อมกับย้ำว่าควรทำตรงนี้ให้ดีที่สุด ส่วนการเจรจาจะได้หรือไม่ก็เป็นเรื่องทางการทูตที่ค่อยไปว่ากัน

อภิสิทธิ์ ย้ำว่า หากฟังข่าวประเด็นดังกล่าวยังอาจเกิดความสับสน สหรัฐแจ้งว่าจะระงับแต่นายกรัฐมนตรีกล่าวภายหลังว่าได้พูดคุยกันแล้ว ไม่มีปัญหา แต่อยากจะนำเสนอว่าควรตรวจสอบก่อน ว่าสหรัฐเคยระงับ การเจรจากัมพูชาหรือไม่ เนื่องจากจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าสหรัฐฯเชื่อใคร​ พร้อมย้ำว่าประชาธิปัตย์เคยยืนยันว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ฉะนั้นจะต้องดูว่าสหรัฐฯเชื่อเราหรือไม่ เพราะหากเชื่ออย่างน้อยก็ต้องระงับการเจรจากับกัมพูชาด้วย

รวมถึงจากที่ได้ฟังการการแถลงของนายกรัฐมนตรีและประธานอาเซียน ขอให้รัฐบาลเอาให้ชัดว่าตกลงเราเดินตามปฏิญญาสันติภาพหรือไม่ เพราะจากที่ฟังจากประธานอาเซียนเขาคิดว่าไทยเดินตามปฏิญญา จึงสันนิษฐานว่าที่สหรัฐบอกว่าไม่ติดใจ เพราะเราเดินตามปฏิญญาหรือไม่ หากใช่ รัฐบาลจะต้องบอกให้คนไทยเข้าใจ และต้องดำเนินการตามปฏิญญา โดยไม่มีข้อจำกัดในการรักษาอธิปไตย

และหากไม่ใช่ ก็ต้องรับผลที่ตามมา ว่าเราจะทำความเข้าใจกับโลกอย่างไร​ ว่าที่ไทยไม่ทำตามปฏิญญาเพราะกัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิดก่อน ซึ่งนี่เป็นการบ้านใหญ่ที่ตนอยากจะฝากแนะนำรัฐบาล ควรจัดประเด็นนี้ให้เกิดความชัดเจน เพราะตนเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศ นอกจากจะอยากนำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นทางการเมือง ยังอยากสนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้ว เพื่อให้ประสบความสำเร็จทั้งสองเรื่อง ทั้งอธิปไตยและการเจรจาการค้า

S__182648835_0-1.jpg

เมื่อถามย้ำว่าในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรีจะแนะนำอะไรกับรัฐบาล อภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องทำให้โลกเข้าใจให้ได้ ว่าไทยไม่ใช่เป็นคนผิดปฏิญญา และอะไรที่เราจำเป็นต้องทำเพื่อรักษาอธิปไตยต้องให้เข้าใจว่าเราไม่ใช่ผู้ละเมิด​ และการรักษาความสัมพันธ์ด้านอื่นก็ต้องดำเนินต่อไปอย่างปกติ และต้องให้เขามั่นใจมากขึ้นว่าสิ่งที่เราพูดนั้นเป็นความจริง ด้วยการพิสูจน์ผ่านหลักฐานต่างๆ

เมื่อถามว่า หากสหรัฐใช้มาตรการภาษีกดดันไทยควรปฏิบัติเช่นไร อภิสิทธิ์ ย้ำว่า เราอยู่ในฝ่ายที่ถูกต้อง ก็ต้องมั่นใจว่าเราชี้แจงเขาได้ และควรกดดันฝ่ายที่เป็นผู้ละเมิดข้อตกลง

  • ‘อภิสิทธิ์’ แท้งกิ้วผลโพลฉุด ‘ปชป.’ ดีขึ้น ถือเป็นกำลังใจ ยันทำงานหนักแข่งกับตัวเอง-เวลา 

นอกจากนี้ อภิสิทธิ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจความเห็นของประชาชนที่พบว่าพรรคมีคะแนนดีขึ้นว่า ขอบคุณพี่น้องประชาชน แต่สิ่งเหล่านี้มีขึ้นและมีลงตลอดเวลา ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือการแข่งขันกับตัวเองและการแข่งขันกับเวลา เพราะเวลามีจำกัดมากแต่มีงานที่ต้องทำเยอะมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องนโยบายตัวผู้สมัคร 

ส่วนการแข่งขันกับตัวเองเนื่องจากเรารู้ว่าเราต้องการให้ประชาชนเห็นเรื่องความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับแนวทางทั้งในแง่การเมืองและสิ่งที่จะทำให้กับประเทศ ฉะนั้น เรื่องโพลถือเป็นกำลังใจ แต่งานหนักรออยู่ข้างหน้าเยอะมาก

  •  ไร้กังวลพื้นที่กรุงเทพฯ ‘สกลธี’ ชน ‘เอกนัฎ’ รับเป็นเรื่องยาก หาก ‘ยุบสภาฯ’ ก่อนม.ค. 69 ต้องเหนื่อยมากขึ้น แต่ทำเต็มที่

ส่วนการเลือกตั้ง สส.กทม. ที่ สกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร อาจจะต้องชนกับ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีกระแสข่าวว่าจะเข้าไปดูพื้นกทม. ช่วยพรรคภูมิใจไทย ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นฐานเสียงเดียวกัน อภิสิทธิ์ ระบุว่า ไม่พูดเรื่องฐานเสียง เราแข่งขันเสนอตัวให้คนกรุงเทพมหานคร ซึ่งสิ่งที่จะตอบโจทย์ทั้งคนกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะคือนโยบายบางเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนที่นี่ 

แต่อีกส่วนหนึ่งมองว่าคนกรุงเทพมหานคร จะมองถึงภาพใหญ่ของประเทศด้วยว่าต้องการจะไปอย่างไร ซึ่งการแข่งขันเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้มีความกังวลอะไร ซึ่งสกลธีต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในฐานะรองหัวหน้าพรรคดูแลกรุงเทพมหานคร ซึ่งเราทราบตั้งแต่ต้นอยู่แล้วว่าเป็นจุดที่ยาก 

เมื่อถามว่าเป็นการเจอมิตรเก่านั้น นายอภิสิทธิ์ระบุว่า เราต้องแข่งขันกันแบบมิตรเต็มที่ แต่เราไม่เล่นฟาวล์อยู่แล้ว

ส่วนหากมีอุบัติเหตุทางการเมืองยุบสภาก่อนไทม์ไลน์ปลายเดือน ม.ค. 69 ที่ประกาศไว้ พรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมหรือไม่ อภิสิทธิ์ ระบุว่า ต้องพร้อม แต่จะเหนื่อยมากขึ้น ซึ่งเรายอมรับไม่ปฏิเสธ และ ในวันพรุ่งนี้ (17 พ.ย.) จะเริ่มประชุมกรรมการบริหารพรรค อย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากได้รับการรับรองจากคณะกรรมการเลือกตั้งเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรู้ว่าเวลาเดิมก็น้อย ถ้าน้อยเพิ่มขึ้นไปอีกก็เหนื่อยมากขึ้น แต่เป็นปกติของระบบสภาฯ พรรคการเมืองต้องเดินหน้าเต็มที่

ส่วนหนักใจหรือไม่ เรื่องการเมืองสุจริตซึ่งหลายฝ่ายเกรงว่าจะมีการใช้เงินจากการฟอกขาว เข้ามาใช้ในการเมือง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ผมหนักใจน้อยลงกว่าเดิมเยอะ เพราะตั้งแต่ผมกลับเข้ามา ได้เจอผู้คนประชาชนธรรมดาไปจนถึงนักธุรกิจระดับสูงพูดเป็นเสียงเดียวกันหมดว่าไม่ต้องการอยู่แบบนี้อีกแล้ว พร้อมยืนยันว่า หนักใจน้อยลงเพราะแนวร่วมของคนที่จะต่อสู้กับความไม่ถูกต้องเพิ่มมากขึ้นมาก


เรื่องเด่นประจำสัปดาห์