‘สมพงษ์’ ไม่ทน! ยื่นลาออก ‘เพื่อไทย’ เหตุถูกลดบทบาท-แสดงความเห็นไม่ได้

17 ต.ค. 2568 - 12:49

  • ‘สมพงษ์’ ไม่ทน! ยื่นลาออก ‘เพื่อไทย’ เหตุถูกลดบทบาท-แสดงความเห็นไม่ได้ ชี้จุดแตกหักเริ่มที่เชียงใหม่พังหลัง ‘พท.’ หนุน ‘สว.ก๊อง’ แต่พอได้นั่ง ‘นายกอบจ.’ กลับทำงานแบบไม่เห็นหัวใคร

  • รับรู้สึกใจหายที่ต้องลาออก เนื่องจากร่วมบุกเบิกมาตั้งแต่สมัย ‘ไทยรักไทย’ ยันไม่ได้ถูกพรรคไหนดูด ไม่ปิดหากถูกขอให้ช่วยงานการเมือง

‘สมพงษ์’ ไม่ทน! ยื่นลาออก ‘เพื่อไทย’ เหตุถูกลดบทบาท-แสดงความเห็นไม่ได้

สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ได้ตัดสินใจลาออกการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ส่งผลให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อด้วย โดยให้ทีมงานนำเอกสารใบลาออกไปยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว 

สมพงษ์ ระบุว่า การตัดสินใจนี้ไม่เกี่ยวกับที่พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านหรือกระแสตก แต่เหตุผลมาการบริหารจัดการภายในที่สะสมมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งปี 2566 เชื่อ​ว่า สส.ส่วนใหญ่​อึดอัดกับสถานการณ์ในพรรค เรื่องการจัดลำดับความสำคัญที่มีปัญหาค่อนข้างมาก แต่ผู้บริหารพรรคมองไม่เห็น ทั้งที่การเลือกตั้งทั้งในระดับ สส.หรือท้องถิ่นก็ฟ้องอยู่ว่าพรรคเพื่อไทยอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก 

สมพงษ์ ยังเน้นย้ำว่า โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ที่ตัวเองมีส่วนในการบริหารจัดการมาโดยตลอด ก่อนจะ ถูกลดบทบาท กระทั่งไม่สามารถแสดงค

“จุดเปลี่ยนมาจากการที่พรรคสนับสนุน พิชัย เลิศพงศ์อดิศร เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดถึง 2 สมัย แต่เมื่อได้ ทำงานกลับทำงานแบบไม่เห็นหัวใคร ไม่เคยประสาน สส.หรือผู้สมัคร สส.ของพรรคที่ไม่ใช่พวกตัวเอง มันก็เลยพังอย่างที่เห็น และจุดแตกหักสุดท้ายกรณีที่พรรคมอบหมายให้เฟ้นหาผู้ที่มีศักยภาพ เพื่อเสนอตัวเป็นผู้สมัคร สส.ที่เขต 1 จ.ลำพูน เมื่อได้คนที่มีความเหมาะสม และเริ่มให้ทำพื้นที่ก็ได้กระแสดี แต่พรรคตัดสินใจเลือกคนอื่นโดยไม่แม้แต่จะนำชื่อคนที่ผมไปชักชวน เข้าไปเป็นตัวเลือกในการพิจารณาด้วยซ้ำ เพราะผู้มากบารมีในพรรคบางคนเข้ามาล้วงลูก สั่งการจะเอาคนนั้นคนนี้ลงโดยไม่ทำโพล เมื่อกระแสพรรคเป็นแบบนี้ การวางตัวผู้สมัคร สส.ย่อมต้องละเอียดมากที่สุด จะทำกันแบบเดิมๆ ไม่ได้”

สมพงษ์ ระบุ

สมพงษ์ ยังระบุว่า การตัดสินใจลาออกจากพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจเพียงลำพัง ไม่ได้หารือหรือแจ้งให้ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นลูกชายทราบแต่อย่างใด เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสายสัมพันธ์ครอบครัว และจุลพันธ์ถือว่ามีความอาวุโสทางการเมือง​ และมีแนวทางของตัวเอง ไม่อยากให้มองว่าผมทิ้งพรรคเพื่อไทยในวันที่พรรคตกต่ำ เพราะที่ผ่านมาทุ่มเทเต็มที่ให้กับพรรค และครอบครัวชินวัตรมาโดยตลอด​ ยอมรับว่าใจหาย​เเละเสียใจอย่างยิ่ง เพราะได้ร่วมบุกเบิกมาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย 

“สุดท้ายนี้ผมขอกราบขอบพระคุณนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์​ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร​ อดีตนายกฯ ตลอดจนผู้ร่วมอุดมการณ์​ของพรรคเพื่อไทย และขอส่งกำลังและความปรารถนาดีไปยังทุกท่าน​ที่ร่วมเดินทางกันมา”

สมพงษ์ ระบุ

ส่วนอนาคตทางการเมือง สมพงษ์ ระบุว่า ผมอายุ 84 ปีแล้ว ในความเป็นจริงก็คิดที่จะพักผ่อน ปล่อยให้การเมืองเป็นเรื่องของคนรุ่นใหม่ แต่ก็มีหลายๆ เรื่องที่ยังคั่งค้างอยากผลักดันให้คนเชียงใหม่และคนไทยทั้งประเทศก่อนที่จะวางมือทางการเมือง หากมีใครเห็นความสำคัญเห็นความรู้ประสบการณ์ที่มีของผม ที่อาจไปช่วยเสริมในบางมิติให้นักการเมืองร่นลูกรุ่นหลานในลักษณะที่ปรึกษา ก็พร้อม​และยินดี แต่ ยืนยันว่าไม่ได้ถูกพรรคไหนดูด เพราะแม้จะมีคนรู้จัก และสนิทสนมคุ้นเคยกับหลายพรรคการเมือง แต่คงไม่มีพรรคไหนกล้ามาดูดผมแน่นอน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์