‘สรวงศ์’ รับเสียดาย ‘สมพงษ์’ ตีจาก ‘เพื่อไทย’ คาดน้อยใจหลัง ‘พรรคส้ม’ ชิงพื้นที่เชียงใหม่

17 ต.ค. 2568 - 14:58

  • ‘สรวงศ์’ รับเสียดาย ‘สมพงษ์’ ตีจาก ‘เพื่อไทย’ คาดน้อยใจหลัง ‘พรรคส้ม’ ชิงพื้นที่เชียงใหม่ เชื่อยังไม่ตัดขาดจากพรรค ย้ำต้องพูดคุย-ชี้แจง ‘ปชช.’ ในพื้นที่

  • รับเลือดไหลออกห้ามไม่ได้ เป็นวัฏจักรการเมือง ชี้ทุกบ้านมีปัญหาหมดแม้ภายนอกดูชื่นมื่น แจง ‘อิ๊งค์’ ไปชาร์จแบตก่อนกลับมาลุยงานต่อ

‘สรวงศ์’ รับเสียดาย ‘สมพงษ์’ ตีจาก ‘เพื่อไทย’ คาดน้อยใจหลัง ‘พรรคส้ม’ ชิงพื้นที่เชียงใหม่

ที่พรรคเพื่อไทย สรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตัดสินใจลาออกจากพรรคว่า เป็นอะไรที่ปฏิเสธไม่ได้ พรรคเพื่อไทย มีความแตกต่างจากพรรคอื่น ในเรื่องช่องว่างระหว่างวัย (Generation Gap) ซึ่งสมพงษ์ถือเป็นบุคลากรทางการเมือง และเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรค เราค่อนข้างที่จะเสียใจเหมือนกันที่ท่านตัดสินใจแบบนี้ ผมได้คุยกับ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ และรองหัวหน้าพรรค ก็ได้พูดมาหลายรอบแล้วว่าท่านอยากจะพัก ด้วยวัย 80 กว่าปี แต่ด้วยสถานการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา ทำให้ท่านชะลอไว้ และขณะนี้ปลายสมัยประชุมแล้ว และจะยุบสภาในเร็ววัน เลยตัดสินใจลาออก

เมื่อถามว่า สถานการณ์คุยไม่ได้แล้วใช่หรือไม่ สมพงษ์ จึงส่งเอกสารไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยตรง ไม่ได้มีการแจ้งทางพรรคก่อน สรวงศ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้ว จุลพันธ์ได้รับทราบและแจ้งพรรคแล้ว เราพยายามพูดคุย แต่ทุกอย่างก็เข้ากระบวนการแล้ว  จากนี้ไปต้องเป็นการเลื่อนลำดับขึ้นมา และรอดูสถานการณ์ต่อไป

ส่วนที่สมพงษ์บอกว่า จ.เชียงใหม่ เป็นพื้นที่เมืองหลวง แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ หลังพรรคไปสนับสนุน พิชัย เลิศพงศ์อดิศร เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด สรวงศ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้ว เชียงใหม่เป็นฐานที่มั่นของพรรคเพื่อไทยมาตลอด ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย แต่ถูกพรรคก้าวไกลชิงพื้นที่ไปได้พอสมควร เราได้มาแค่ 2 เขต ซึ่งเป็นสิ่งที่เราพูดคุยกันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากอะไร เพราะสมพงษ์ก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ใน จ.เชียงใหม่ 

นายสรวงศ์ กล่าวต่อว่า ท่านอาจจะเกิดการน้อยใจ ตนในฐานะเลขาธิการพรรค ก็ได้รับทราบเรื่องนี้มาพอสมควร แต่ในที่สุดนายจุลพันธ์ ก็คอยพูดคุยอยู่ แต่เดี๋ยวดูสถานการณ์ ตนมั่นใจว่านายสมพงษ์ กับพรรค คงไม่ได้แยกขาดจากกัน ท่านเองก็เป็นบุคลากร และตนเจอท่านก็เรียกพ่อทุกครั้ง ให้ความเคารพตลอด พูดคุยกันตลอด และในนามของพรรค พท.รู้สึกเสียใจเหมือนกันที่ท่านตัดสินใจแบบนี้ แต่ว่าทุกอย่างต้องเดินหน้าต่อไป

ส่วนจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของฐานเสียงในพื้นที่หรือไม่ เพราะสมพงษ์ก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัด สรวงศ์ กล่าวว่า ต้องพูดคุย ผู้หลักผู้ใหญ่ตัดสินใจแบบนี้ ในพื้นที่เองก็คงตั้งคำถาม และมั่นใจว่าพี่น้องในพื้นที่ ถ้าได้รับการชี้แจงแล้ว และสมพงษ์ไม่ได้ไปไหน ยังเป็นบุคลากรของพรรคอยู่ และยังช่วยอยู่เบื้องหลัง ผมมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนเข้าใจ

เมื่อถามว่า เลือดเพื่อไทยจะไหลอีกหรือไม่ เพราะระดับอดีตหัวหน้าพรรคลาออก สรวงศ์ กล่าวว่า ถ้าถามว่าเลือดจะไหลออกไหม อันนี้ห้ามไม่ได้ มันเป็นยุทธจักรทางการเมือง เหมือนวงล้อทางการเมือง ถึงเวลามีคนเข้ามีคนออกตลอดเวลา วันนี้มีเลือดใหม่ๆ เข้ามา คนที่เป็นบุคลากรสำคัญๆ ของพรรค คนที่อยู่ก็ยังคงอยู่ แต่คนที่พิจารณาตัวเองแล้ว เห็นว่าตัวเองไม่มีความสามารถช่วยพรรคแล้ว ก็ออกไป ถือว่ามีออกก็มีเข้า นี่คือวัฏจักรของการเมือง ผมมองว่าเป็นเรื่องปกติ

เมื่อถามว่า การยกเครื่องใหม่ของพรรค พท.จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับฐานเสียงได้อย่างไร เพราะผู้ใหญ่ในพรรคออก และมาพูดว่าเมื่ออยู่ในพรรครู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ตนว่าทุกบ้านมีปัญหาหมด เราอาจมองว่าพรรคอื่นที่เป็นรัฐบาลอยู่ตอนนี้ชื่นมื่นกัน แต่มองว่าทุกที่ที่เป็นองค์กร มีบุคลากรเยอะๆ ทุกที่มีปัญหาหมด เพียงแต่จะสะท้อนออกมาอย่างไร ตอนนี้พรรค พท.เป็นจุดหนึ่งที่ประชาชนให้ความสนใจ ว่าเราเป็นพรรคการเมืองที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน ทุกครั้งที่เลือกตั้งก็ได้รับชัยชนะมาตลอด มาถึงวันนี้มีการไหลออกจากบุคลากร อดีต สส. แต่เรายังยืนยันว่าเราจะทำงานเต็มที่ในการเสนอตัวให้พี่น้องประชาชน เอามารับใช้

ถามย้ำว่า ยกเครื่องใหม่ แต่ยังหยุดเลือดไม่ได้ ประชาชนจะเชื่อมั่นได้อย่างไร สรวงศ์ กล่าวว่า ต้องใช้เวลา และการยกเครื่องไม่ได้หมายความว่าเครื่องเราพังแล้วยกเครื่อง เครื่องเราอาจจะเดินอยู่ปกติ แต่เราอยากพัฒนาให้ดีขึ้น ผมมองว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลง และเรามองไปถึงอนาคต การที่เราเปิดตัวด้วยแคมเปญยกเครื่องเพื่อไทย ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อเราต้องการเสนอตัวที่จะเข้ามาดูระบบต่างๆ ให้มันเข้าที่เข้าทาง ไม่ได้เป็นปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่

ส่วนการที่ยกเครื่องใหม่ แต่ประชาชนยังไม่เห็นอะไรใหม่ๆ จากพรรคเพื่อไทยเลย สรวงศ์ กล่าวว่า ต้องใช้เวลา ก็ถึงเวลาเราก็อยากให้พี่น้องประชาชนรู้ว่า เรามีความตั้งใจ และความจริงใจในการที่จะพาประเทศไปสู่ความสมบูรณ์ และพูนสุข 

เมื่อถามว่า เวลาที่เหลือหลังจากนี้ยังพอที่จะทำคะแนนได้ใช่หรือไม่ ก่อนที่ฐานเสียงจะหายไปหมด สรวงศ์ ระบุว่า ในกระแสสื่อจะเป็นอย่างไร แต่ผมเป็น สส. พื้นที่ ลงพื้นที่ไปพี่น้องประชาชนก็ให้กำลังใจตน พรรค หัวหน้าพรรค สส. ทั้งนี้ผมมั่นใจว่าคนในพื้นที่ หรือประชาชนที่เราดูแลอยู่รู้ว่าใครทำงาน หรือไม่ทำงาน สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะถูกสะท้อนออกมาในวันเลือกตั้ง 

“ผมยังมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนยังเห็นถึงความตั้งใจของพรรคเพื่อไทยในการพัฒนาประเทศอย่างที่ได้เคยบอกไว้”

สรวงศ์ กล่าว

เมื่อถามว่า แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไม่ได้มาปรากฏตัวในงานเปิดตัวผู้เสนอตัวสมัครเลือกตั้ง สส. เพื่อไทย ล็อต 2 ด้วย สรวงศ์ ระบุว่า 

“หัวหน้าก็พักผ่อนบ้าง หนักหนาสาหัสสากรรจ์มาพอสมควร แต่ว่าก็พร้อมไปชาร์จแบต พร้อมที่จะกลับมาทำหน้าที่ เป็นผู้นำของพรรคเพื่อไทยในการสู้ศึกต่อไป”

สรวงศ์ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์