ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย กรณ์ จาติกวนิช รองหัวหน้าพรรค และ พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรค เดินทางไปยื่นหลักฐานเส้นทางธุรกรรมการเงินของกระบวนการสแกมเมอร์
อภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า ปัญหาสแกมเมอร์หลอกลวงประชาชนมีอยู่ทั่วประเทศและทั่วโลก ถือเป็นปัญหาใหญ่ไม่ใช่แค่เฉพาะประเทศไทย และโลกก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้มีการวิพากษ์วิจารณ์และมีการอภิปรายเกิดขึ้นที่รัฐสภาว่า กระบวนการสแกมเมอร์ระดับโลก เข้ามาเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมในประเทศไทย มีการเชื่อมโยงกับบุคคลที่เป็นคนไทยหลายคนรวมทั้งบุคคลที่มีตำแหน่งทางการเมืองด้วย
แต่ที่ผ่านมาสิ่งที่เห็นเป็นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ระหว่างบริษัทหรือการทำธุรกิจร่วมกัน แต่รัฐบาลก็ตอบสนองด้วยการจัดทำข้อตกลงกับหน่วยงานต่างๆ และบอกว่าให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันและถือเป็นวาระแห่งชาติ แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ทราบว่าหน่วยงานต่างๆ มีการดำเนินการอย่างไร ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็เคยบอกว่าใครที่มีข้อมูลหรือมีหลักฐานก็ให้นำมาเสนอยังรัฐบาล
ส่วนเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์ ต้องดำเนินการ อภิสิทธิ์ ระบุว่า มี 2 เหตุผลหลัก คือ ขณะนี้สหรัฐอเมริกาอยู่ในขั้นตอนตรากฏหมายที่มีการระบุบุคคลที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับอาชญากรรมนี้ และถ้าหากกฎหมายนี้ผ่านภายในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน สหรัฐอเมริกาก็สามารถจะเข้ามาดำเนินการได้หลายอย่าง ซึ่งหากติดตามข่าวสารโดยเฉพาะข่าวต่างประเทศจะพบว่า ขณะนี้หลายประเทศมีการดำเนินการในเรื่องนี้ไปแล้ว ทั้งในการยึดทรัพย์ จับเครือข่ายอาชญากรรม
“ประเทศไทยซึ่งขณะนี้ถูกจับตาอยู่กับยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆเลย ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงมีความเป็นห่วงว่าถ้าปล่อยเป็นเช่นนี้ต่อไปนอกจากมีคำถามในเรื่องของอธิปไตยแล้ว เราเคยเห็นภาพรัฐบาลจีนที่เข้ามากำกับดูแลการปฏิบัติการที่เกี่ยวกับสแกมเมอร์ ที่อยู่บริเวณชายแดนไทย ถ้าเกิดแบบนี้กับสหรัฐอเมริกาอีก ภาพลักษณ์ของประเทศไทยจะเสียหายอย่างมาก เพราะจะกลายเป็นประเทศที่อำนวยความสะดวกหรือมีระบบการเงินต่างๆรองรับอาชญากรรมเหล่านี้”
— อภิสิทธิ์ ระบุ

ส่วนอีกเหตุผล อภิสิทธิ์ ชี้ว่า ปัจจุบันมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากภายใต้คำว่าทุนเทาซึ่งเข้ามาทำลายเศรษฐกิจ และยังมีการครอบงำทางการเมืองด้วย พรรคประชาธิปัตย์เรามองว่า เราไม่ต้องการให้ทุนเทาคืบคลานเข้ามาครอบงำการเมือง หรือถ้ามีก็ต้องเร่งขจัดโดยเร็ว แต่ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะไม่เอาเรื่องของทุนเทามาเป็นการหาเสียงหรือกล่าวหากันไปมา ดังนั้นพรรคจึงหาหลักฐานซึ่งใช้วิธีการตรวจสอบธุรกรรมของบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ ซึ่งมีรายชื่อของคนที่ทำผิด อยู่ในกฎหมายของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีความผิดปกติของการทำธุรกรรม เริ่มต้นเพียงแค่ 10 เหรียญสหรัฐ หรือ 330 บาทไทย ที่เป็นทุนจดทะเบียนของบริษัทที่มีอดีตรัฐมนตรีเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ สามารถเข้ามาซื้อกิจการซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าเป็นล้านเท่า และในที่สุดบริษัทเหล่านี้ก็มาเชื่อมโยงกับบุคคลที่มีรายชื่อในสหรัฐอเมริกา และปลายทางยังเชื่อมโยงมาถึงบริษัทพลังงานหลักของประเทศไทยที่เคยตกเป็นข่าวมาแล้วว่า อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา
ดังนั้น ธุรกรรมที่พบผิดปกติจะมีตั้งแต่เรื่องของการซื้อขายหลักทรัพย์ราคาเกินจริงกว่าในตลาด มีการจัดทำโครงสร้างบริษัทเพื่อหลบเลี่ยงการห้ามทำกิจกรรม เพราะเป็นบริษัทต่างชาติและยังมีอื่นๆอีกมากมาย
“วันนี้ที่เรามายื่นที่ ปปง. เพราะว่ามีความผิดปกติทางธุรกรรม ตามกฎหมาย ปปง. มีเหตุผลเพียงพอที่ ปปง. จะสามารถเริ่มต้นกระบวนการตรวจสอบได้ และสิ่งที่ต้องการให้ ปปง. ทำคือ ใช้ความผิดปกติของธุรกรรมเหล่านี้ ซึ่งมีหลักฐานแล้วนำไปขยายผล เชื่อมโยงไปยังรายชื่อของบุคคลต่างๆ และเพิ่มชื่อบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องในตรงจุดนี้ เพื่อนำไปสู่การระงับการทำธุรการ อายัดทรัพย์ และการประสานงานกับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือ ก.ล.ต. รวมถึงสถาบันการเงินอื่นๆ ให้ค้นหาได้ว่าธุรกรรมที่ผิดปกติ เจ้าของเงินที่ได้ประโยชน์ที่แท้จริงคือใคร แล้วจากนั้นเราเชื่อว่าจะสามารถขยายผลไปยังคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด”
— อภิสิทธิ์ ระบุ
อภิสิทธิ์ ย้ำว่า เป้าหมายของพรรคไม่ได้เจาะจงไปยังบุคคลใดบุคคลหนึ่งทางการเมือง แต่สิ่งที่ต้องการทำคือเป็นการปรามกระบวนการสแกมเมอร์ และ หลังจากนี้จะมีการไปยื่นเรื่องที่ ก.ล.ต. ด้วยและอยากให้สองหน่วยงานนี้ทำงานประสานงานกัน เพราะความผิดในกฎหมายหลักทรัพย์ อาจจะเป็นความผิดมูลฐาน นอกเหนือจากการฉ้อโกงประชาชนการค้ามนุษย์ ซึ่งมีรายงานที่เกี่ยวข้องกับบุคคลเหล่านี้อยู่แล้ว และ อยากให้ ปปง.ประสานงานกับหน่วยงานต่างประเทศอีกด้วย
พร้อมหวังว่ารัฐบาลจะสนับสนุนหน่วยงานเหล่านี้ เพราะความจริงแล้วหน่วยงานเหล่านี้มีอำนาจในการตรวจสอบ การเมืองต้องไม่เข้ามาเป็นอุปสรรค และการเมืองต้องสนับสนุน แต่เมื่อคาบเกี่ยวกันตรงจุดนี้แล้ว ก็อยากเรียนให้นายกฯรัฐมนตรี รับทราบว่าสิ่งหนึ่งที่จะช่วยพิสูจน์ให้เห็นความจริงได้
“อย่างน้อยคนที่เกี่ยวโยงถึงขั้นเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายของบุคคลที่โลกสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับกระบวนการสแกมเมอร์ ไม่สมควรจะมีตำแหน่งทางการเมืองแต่เมื่อรัฐบาลตั้งไปแล้ว สิ่งแรกที่จะพิสูจน์คือควรจะต้องให้พ้นจากตำแหน่ง ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการกล่าวหาว่าทำอะไรผิดแต่ต้องคิดถึงความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในขณะที่ประเทศอื่นตรากฎหมายเพื่อเอาผิดกับบุคคลที่โลกสงสัย แต่รัฐบาลไทยกับตั้งบุคคลที่เกี่ยวโยงกับเรื่องนี้ จึงอยากให้นายกฯทำสิ่งนี้เป็นสิ่งแรก ส่วนในเรื่องของหน่วยงานตรวจสอบ ปปง.หรือ ก.ล.ต. ก็ดี ก็มีขั้นตอนในการตรวจสอบตามกฏหมาย เชื่อว่าต้องใช้ระยะเวลาแต่ส่วนตัวเห็นว่าจะใช้ไม่มากเพราะเอกสารทั้งหมดถือว่าชัดเพียงพอที่จะดำเนินการได้”
— อภิสิทธิ์ ระบุ
ส่วนกรณีรายชื่อที่มีการส่งให้ ปปง. ในวันนี้ (20 พ.ย.) อภิสิทธิ์ ระบุว่า เป็นเอกสารที่มีชื่อบุคคลเหล่านี้ ซึ่งเป็นเอกสารสาธารณะที่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากธุรกรรมหลายธุรกรรมต้องดำเนินการผ่านตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้นตามกระบวนการจะต้องทำรายงานในการเปิดเผยข้อมูลบางส่วนอยู่แล้ว
เมื่อถามย้ำว่า อดีตรัฐมนตรี เคยเป็นประธานก.ล.ต.หรือไม่ อภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประธาน ก.ล.ต. ไม่ใช่นักการเมือง ส่วนในระดับรัฐมนตรีมีกี่คนที่เกี่ยวข้อง อภิสิทธิ์ ย้ำว่ามี 2 ทั้งอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ และอดีตรัฐมนตรีชุดที่แล้ว
เมื่อถามต่อว่า ที่เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการหลังอดีตรัฐมนตรีลาออกไป เพื่อให้มีการสืบผู้เชื่อมโยงเพิ่ม อภิสิทธิ์ ระบุว่า จริงๆ ไม่ได้เกี่ยวกับอดีตรัฐมนตรี หรือไม่ใช่รัฐมนตรี แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่าที่มีทุนจดทะเบียน 10 เหรียญสหรัฐ หรือ 330 บาทไทย แต่สามารถซื้อกิจการที่มีมูลค่าสูงกว่าเป็นล้านเท่า มันคือความผิดปกติ เพราะสุดท้ายแล้วกิจการที่ไปซื้อก็มีความเชื่อมโยงกับสแกมเมอร์ จึงย้ำว่าเราต้องเริ่มต้นจากการปราบปราม เป็นจุดประสงค์หลัก เพียงแต่เรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับนักการเมือง
และถ้าหากผิดก็ต้องดำเนินการ แต่เราไม่ได้ตั้งต้นว่าเราจะเอาผิดนักการเมือง ที่เหมือนเป็นการหาเรื่องซึ่งไม่ใช่ แต่มันเป็นเรื่องของคนทั้งโลกที่เดือดร้อนแต่ประเทศไทยต้องแสดงบทบาทในการร่วมมือกับกระบวนการปราบปรามสแกมเมอร์
“แม้จะมีรายชื่ออดีตรัฐมนตรี 2 ท่าน เราก็มั่นใจว่ามีร่องรอยหลายอย่าง น่าจะมีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย”
— อภิสิทธิ์ ระบุ
เมื่อถามว่าหมายถึงนักการเมืองใช่หรือไม่ อภิสิทธิ์ ตอบว่า ครับ แต่ยุคไหนไม่ระบุ ทั้งนี้เชื่อว่าหาก ปปง. นำไปสืบสวนขยายผลก็จะได้ประโยชน์




