พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า วันนี้ เป็นที่น่าดีใจที่ ณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แถลงสนับสนุน อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีและได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง 5 ข้อ เป็นการทำการเมืองแบบใหม่ตามวิถีประชาธิปไดย ต่างจากบางพรรคการเมืองใช้วิธีสกปรก โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับระบอบประชาธิปไตย
วันนี้ สังคมได้เห็นธาตุแท้พรรคการเมืองบางพรรค ที่ใช้นิสัยนักการเมืองเก่าๆพยายามปล่อยข่าวให้เกิดความสับสนในสังคม การยุบสภาเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ (มาตรา 103 วรรคหนึ่ง) พระมหากษัตริย์ในฐานะประมุขแห่งรัฐทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ แต่จะทรงใช้พระราชอำนาจนั้นได้ก็ต่อเมื่อนายกรัฐมนตรีเสนอเท่านั้น
ซึ่งในวันนี้ น.ส.แพทองธารฯ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้พ้นหน้าที่เนื่องจากฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (5) ทั้งนี้ นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 ประกอบมาตรา 82 วรรคสอง และเมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5) แล้ว รัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตําแหน่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 167 วรรคหนึ่ง (1) โดยให้นํามาตรา 168 วรรคหนึ่ง (1) มาใช้บังคับกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี
ทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญ และคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญคดีดังกล่าว บอกไว้อย่างชัดเจนว่า รัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตําแหน่งตามรัฐธรรมนูญ นั่นหมายความว่า สถานะความเป็นรัฐมนตรีหมดไปแล้ว ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ เว้นแต่กรณีมีเหตุผล ความจำเป็นตามกฏหมายเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ตามกฏรัฐธรรมนูญและพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ระบุไว้ชัดเจน และ ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ยืนยันชัดเจนว่า ไม่สามารถทำได้
พล.ต.ท.ปิยะฯ กล่าวว่า เหตุที่ยุบสภาในขณะนี้ สภาผู้แทนราษฎร ก็ปกติดี ไม่ได้ทำความผิดกฎหมาย หรือฝ่าฝืนระบอบประชาธิปไตยแต่อย่างใด เหตุผลในการยุบสภาไม่มี จะอ้างว่าคืนอำนาจให้ประชาชนได้ตัดสินใจเลือกตั้งใหม่ ก็ไม่สามารถอ้างได้ เพราะสภาฯนี้ก็มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
พรรคเพื่อไทยจะอ้างว่า ถึงทางตัน และโยนบาปไปให้พรรคประชาชน ก็ทำไม่ได้แล้ว เพราะขณะนี้ ทุกพรรคการเมืองเดินถูกต้องตามครรลองประชาธิปไตย ที่มีปัญหา ก็คงเป็นพรรคเพื่อไทยที่ไม่มีใครสนับสนุนแล้วขี้แพ้ชวนตีมากกว่า
ขณะนี้ พี่น้องประชาชน ได้เห็นชัดแล้ว พรรคเพื่อไทยพยายามทุกวิถีทางไม่ว่า จะทำลายระบบนิติรัฐหรือระบอบประชาธิปไตยเพื่อให้ได้ครองอำนาจต่อถึงวันที่ 9 กันยายนนี้ เพื่อหวังให้มีผลเปลี่ยนแปลงในการพิจารณาในคดีชั้น 14 ที่จะถึงนั่นเอง
พร้อมระบุว่า ภูมิธรรมฯ และหลายๆ คน คงจะคิดว่า ตัวเองเป็นรักษาการฯมีอำนาจ แต่คำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญคดีดังกล่าว บอกไว้อย่างชัดเจนว่า รัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตําแหน่งตามรัฐธรรมนูญ นั่นหมายความว่า ภูมิธรรมฯพ้นจากการเป็น รมต.แล้ว เพียงแค่ให้ทำหน้าที่ เพื่อรอคณะรัฐมนตรีใหม่มารับตำแหน่งเท่านั้น การเสนอที่เป็นปัญหา เพื่อกราบบังคมทูลฯ อาจจะเป็นการกระทำที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจะต้องยึดถือแนวทางตามหนังสือ ที่ นร 0508/ว 3447 ลงวันที่ 7 ธ.ค. 2564 โดยเคร่งครัด ถ้าไม่มีการเสนอหรือไม่มีโปรดเกล้าฯ ให้มีการยุบสภา ภูมิธรรม สรวงศ์ และวิสุทธิ์จะรับผิดชอบอะไรบ้าง




