ที่ทำเนียบรัฐบาล สรวงศ์ เทียนทอง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มี ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไปปรากฏตัวที่พรรคภูมิใจไทยว่า เมื่อช่วงเช้าก็ได้มีการพูดคุยกันในกลุ่มแล้ว ก็เข้าใจเหตุผลของแต่ละคน ยอมรับว่ามีไปบางส่วนตัวก็เข้าใจได้ แต่จะไปจำนวนเท่าไหร่นั้นยังไม่ทราบ แต่ก็พยายามคุยกันอยู่ ว่าให้ยึดมั่นในอุดมการณ์ และจุดยืนของพรรค
เมื่อถามว่า จะการันตี สส.ในพรรคไม่ให้ไหลไปอยู่ขั้วตรงข้ามอย่างไร สรวงศ์ กล่าวว่า การเป็นพรรคการเมืองใหญ่ แน่นอนว่าเราทำให้ถูกใจทุกคนไม่ได้ บางคนอาจจะน้อยใจแต่ทั้งหมดก็เป็นการเมืองไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนกระโดดออกจากพรรคหรือมีงูเห่า ดังนั้นเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่เราก็พยายามทำความเข้าใจกับคนที่มีใจอยู่กับพรรค อย่าลืมว่าหัวหน้าพรรค ยังชื่อ แพทองธาร ชินวัตร
เมื่อถามว่า ในที่ประชุมพรรคเพื่อไทยเมื่อวาน (29 ส.ค.) ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ฝากอะไรกับ ส.ส.ภายในพรรคหรือไม่ สรวงศ์ กล่าวว่า ตัวเองไม่ได้อยู่ที่ทำการพรรคช่วงที่นายทักษิณ เดินทางเข้ามา จึงไม่ทราบรายละเอียด
เผย ‘ปชน.-พท.’ คุยหลังบ้านแล้ว จ่อเทียบเชิญหากดีลลงตัว ย้ำ 2 พรรคน้ำเดียวกัน แต่ถูกการเมืองบังคับแยก ยัน 3 ข้อเสนอไม่รับปาก ชุ่ยๆ
ส่วนเรื่องข้อเสนอของพรรคประชาชน (ปชน.) สรวงศ์ ระบุว่า ทางพรรคเพื่อไทยคุยกันแล้วก็ยินดี แต่ สส.หลายคน ก็แสดงความคิดเห็นแตกต่างกันพอสมควร แต่จะลองดูเพราะยังมีเวลาในการพูดคุย เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับพรรคประชาชนบ้างแล้วหรือยัง สรวงศ์ ระบุว่า ใครมีความสนิทสนมกับใครก็พูดคุยกัน เป็นการพูดคุยหลังบ้านว่าทำตามข้อเสนอได้หรือไม่ และเราไม่ได้รับปากแบบชุ่ยๆ เพราะถ้ารับปากแล้วทำไม่ได้มันเสีย ไม่ใช่สิ่งที่เสนอมาเป็นไปไม่ได้แต่ต้องรู้ว่าทำได้แค่ไหน อย่างเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ขอให้ไปย้อนดูว่าพรรคไหนเป็นคนที่ขัดขวาง ดังนั้นเราต้องพิจารณา ไม่ใช่ว่าอยากเป็นจนรับปากแล้วมันเป็นไปไม่ได้ 4 เดือนไม่เสร็จอาจจะต่อรองเป็น 6 เดือน
เมื่อถามว่า จะต้องเดินทางไปเจรจากับพรรคประชาชนเป็นทางการหรือไม่ สรวงศ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยหลังบ้าน หากวันไหนเรียบร้อยเบ็ดเสร็จ หรือเป็นไปตามที่พูดคุยกันไว้ ก็จะมีการไปเทียบเชิญขออย่างเป็นทางการ แต่ย้ำว่าทุกอย่างที่เราตัดสินใจไปต้องเป็นไปได้
เมื่อถามว่า ในช่วงที่พรรคเพื่อไทยข้ามขั้ว เคยบอกว่าแนวทางของพรรคก้าวไกลเดิม ไปด้วยกันไม่ได้ สรวงศ์ กล่าวว่า หากย้อนกลับไปจริงๆ เป็นน้ำเดียวกัน แต่ถูกแยกโดยเหตุการณ์การเมือง การเมืองบังคับให้เป็นแบบนั้น เพราะเรามีจุดยืนเดียวกันคือคงไว้ซึ่งประชาธิปไตย




