ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี ฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสด ของ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ตั้งถามถึง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ กรณีการจัดทำประชามติยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544
โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากผลสำรวจความเห็นของนิด้าโพล ที่พบว่าประชาชนที่ตอบคำถามเกือบ 70% ไม่เข้าใจในเนื้อหา แต่ต้องการให้ทำประชามติถามประชาชนว่าจะยกเลิกเอ็มโอยูทั้ง2 ฉบับหรือไม่ อย่างไรก็ดีในกระบวนการทำประชามติต้องให้ความรู้กับประชาชนอย่างถี่ถ้วน รอบด้านก่อนลงคะแนน โดยเฉพาะผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งในแง่ของข้อได้เปรียบและข้อได้เปรียบของไทย ซึ่งกรณีดังกล่าวตนกังวลว่าอาจทำให้ฝ่ายกัมพูชารู้ข้อมูลของฝ่ายไทยได้
“ ขอถามถึงความชัดเจนต่อกระบวนการทำประชามติที่กำหนดให้ต้องให้ข้อมูลประชาชนอย่างรอบด้าน ไม่ชี้นำ ผ่านเวทีสาธารณะโดยไม่ให้กัมพูชารู้รายละเอียด รวมถึงการประเมินผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นหากยกเลิกเอ็มโอยู และหากยกเลิกแล้วมีมาตรการใดที่รองรับในทางที่ดีกว่าหรือไม่ และไม่ทำให้เอกชนที่ได้รับสัญญาสัมปทานไปฟ้องร้องค่าเสียหาย หากยกเลิกเอ็มโอยู2544 หากเดินหน้าทำประชามติที่เสี่ยงขัดกฎหมายและถูกร้องว่าทำไม่รอบด้าน จนทำให้การทำประชามติเป็นโมฆะจะทำจริงหรือไม่ รวมถึงรัฐบาลศึกษากระบวนการอื่นที่นอกเหนือจากทำประชามติหรือไม่ ”
— ณัฐพงษ์ กล่าว
ด้าน สีหศักดิ์ ชี้แจงว่า ยินดีตอบกระทู้อย่างตรงไปตรงมา เพราะการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ดีต้องรับฟังทุกฝ่ายรวมถึงฝ่ายค้าน ทั้งนี้ที่มาที่ไปของประชามติ มองว่าในเรื่องอธิปไตยเขตแดนควรให้ประชาชนมีส่วนร่วม โดยต้องทำอย่างรอบคอบ ไม่ทำบนพื้นฐานที่ขาดข้อมูล รวมถึงรับฟังเสียงของสังคม ซึ่งในสภาฯ ได้ทำอยู่ ผ่านการตั้งกรรมาธิการ เป็นสิ่งที่ดีที่ได้อภิปรายในเรื่องนี้จริงจัง ซึ่งฝ่ายกัมพูชาคงได้คงได้รับฟังด้วย
“การทำประชามติต้องศึกษาให้ดี เพราะมีอะไรที่ต้องคำนึงถึงให้ดี ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลข่าวสาร สิ่งที่เปิดเผยต่อสาธารณชน เยียวยาภาคเอกชน โดยสัปดาห์หน้า นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ จะประชุมเพื่อดูขั้นตอนวิธีขั้นตอนประชามติทำอย่างไร ซึ่งความเห็นที่เป็นประโยชน์จะรับไปพิจารณาและจะคำนึงทุกประเด็น หลังประชุมหากมีแผนงานที่ชัดเจนจะชี้แจงต่อสภาอีกครั้ง”
— สีหศักดิ์ ชี้แจง
รมว.ต่างประเทศ กล่าวต่อว่า เอ็มโอยูเป็นผลประโยชน์ที่สำคัญของประเทศ เขตแดน และอธิปไตย ดังนั้นการเข้าสู่กระบวนากรประชามติจะยกเลิกหรือไม่ มองว่าต้องทำรอบคอบ และชัดเจนว่า หากไม่มี MOU แล้วจะมีอะไรเป็นทางเลือกเพื่อไม่ให้ผลประโยชน์ประเทศได้รับความเสียหาย ในส่วนของกระทรวงต่างประเทศเห็นความสำคัญถึงทางเลือกหลังจากยกเลิกแล้ว ส่วนการเยียวยามีรายละเอียดมาก อะไรที่เป็นสิทธิอันชอบธรรม ที่ได้รับกระทบจากการยกเลิกเอ็มโอยู ต้องเยียวยา เนื่องจากสิทธิอันชอบธรรมได้รับผลกระทบ
จากนั้น ณัฐพงษ์ ตั้งคำถามย้ำว่า อยากได้รับคำยืนยันจาก รมว.ต่างประเทศ ที่มีคำพูดที่มีน้ำหนักกับรัฐบาล ว่าเห็นด้วยจริงหรือไม่ต่อการยกเลิก MOU ทั้ง 2 ฉบับ และการทำประชามติเป็นทางเลือกที่ดี และการให้ความเห็นจะเบรกฝ่ายการเมืองที่นำเรื่องดังกล่าวไปเป็นประเด็นทางการเมือง อย่างไรก็ดีตนกังวลว่าหากดำเนินการผิดพลาด ฝ่ายกัมพูชานำเรื่องขึ้นสู่ศาลโลกได้
โดย สีหศักดิ์ ชี้แจงว่า ยืนยันว่าในเรื่องการต่างประเทศถือเป็นผลประโยชน์ชาติ หลายครั้งต้องไม่นำมาเป็นประเด็นทางการเมือง และต้องอภิปรายจริงจัง ความเห็นของผมนั้นจะตอบอะไร ด้วยตอบด้วยความมั่นใจ ถึงอยากให้พูดคุยมั่นใจว่าจะเดินหน้าอย่างไร ความเห็นส่วนตัวของตน จะเสนอต่อที่ประชุมในกระบวนการของรัฐบาล และผมยืนยันในผลประโยชน์ประเทศและกระบวนการประชาธิปไตยที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อสภาฯ หากมีประเด็นต่างๆพร้อมชี้แจง




