‘กมธ.มั่นคงแห่งรัฐฯ’ ถกเข้มปม ‘เบนสมิธ-สินบนคอลเซ็นเตอร์ 40 ล้าน’ แต่ไร้เงา ‘ธรรมนัส-นฤมล-ไชยชนก’ เข้าชี้แจง

9 ต.ค. 2568 - 13:24

  • ‘กมธ.มั่นคงแห่งรัฐฯ’ ถกเข้มปม ‘เบนสมิธ-สินบนคอลเซ็นเตอร์ 40 ล้าน’ แต่ไร้เงา ‘ธรรมนัส-นฤมล-ไชยชนก’ เข้าชี้แจง ‘โรม’ เซ็งถูกเบี้ยวนัด ยันพร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ปัดพุ่งเป้าตัวบุคคล เหน็บพอจะเอาจริงกลับส่งสัญญาณแปลกๆ

  • จ่อเชิญ ‘รมช.คลัง’ ให้ข้อมูลเพิ่ม 30 ต.ค.นี้ หลังได้รับเอกสาร 48 หน้า โยงเอี่ยว ‘อาณาจักรแก๊งคอลฯ’ แนะสังเกตท่าที ‘ผู้นำกัมพูชา’ ดูเป็นเรื่องส่วนตัวมาก นึกว่าแย่งสมบัติกัน

‘กมธ.มั่นคงแห่งรัฐฯ’ ถกเข้มปม ‘เบนสมิธ-สินบนคอลเซ็นเตอร์ 40 ล้าน’ แต่ไร้เงา ‘ธรรมนัส-นฤมล-ไชยชนก’ เข้าชี้แจง

ที่รัฐสภา รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณาติดตามปัญหาการฟอกเงินของกลุ่มทุนกัมพูชาที่เชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทย กรณี เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ เบน สมิธ ที่กระทบกับความมั่นคงของประเทศ รวมถึงกรณีปัญหาการก่อสร้างอาคารสแกมเมอร์ รุกล้ำชายแดนไทย ที่จังหวัดตราด โดย กมธ. ได้เชิญตัวแทนหน่วยงานต่างๆ เข้าชี้แจง ประกอบด้วย 

  1. กองบัญชาการกองทัพเรือ มอบหมาย พล.ร.ท.วศิน สระศรีดา เจ้ากรมยุทธการทหารเรือ และคณะมาชี้แจง
  2. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มอบหมาย อภินันท์ นวลสุวรรณ์ ผู้อำนวยการส่วนวิเคราะห์ข่าวกองทางการเงิน และคณะมาชี้แจง 
  3. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.)
  4. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  5. กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.)
  6. กองบัญชาการสอบสวนกลาง
  7. สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการด้านการเงิน 

นอกจากนี้ ยังมี ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน , วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้าร่วมประชุมด้วย ที่สำคัญ กมธ. ได้เชิญ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ , นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ เข้าชี้แจงว่ามีความเกี่ยวข้อง เชื่อมโยงกับนายเบน สมิธอย่างไร 

โดย รังสิมันต์ กล่าวก่อนเริ่มประชุมว่าวานนี้ ( 8 ต.ค.) ได้รับหนังสือจากนฤมลว่าติดภารกิจตรวจโรงเรียนแห่งหนึ่ง พร้อมส่งกำหนดการมาให้ ส่วน ร.อ.ธรรมนัส ส่งตัวแทนมาชี้แจง แต่ในหนังสือที่ กมธ.ส่งเชิญ ร.อ.ธรรมนัส ได้ระบุชัดเจนว่าขอให้มาชี้แจงด้วยตนเอง หากส่งตัวแทนมาจริงๆ ถ้าส่งทนายความ หรือคณะทำงานมาจะขอปฏิเสธไม่รับผู้แทนคนอื่นนอกเหนือจากตัว ร.อ.ธรรมนัสเอง หรือถ้าจะส่งเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯมาก็ไม่น่าจะตอบได้ในเรื่องนี้ 

รังสิมันต์ ยังระบุว่า กมธ.ยังมีวาระพิจารณาศึกษาแนวนโยบาย และการสร้างความมั่นใจต่อการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ รวมถึงเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมายในประเทศไทย เพื่อการสร้างความมั่นคงของประเทศ จากรณีที่ ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ระบุถึงการเสนอให้ผลประโยชน์เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดีกับแก๊งสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์ ซึ่ง ได้เชิญไชยชนกมาชี้แจง แต่ก็ได้รับหนังสือมาเช่นกันว่าติดภารกิจ ไม่ได้แจ้งว่าติดภารกิจอะไร พร้อมระบุว่าได้ให้การกับตำรวจแล้ว แต่ส่วนตัวมีความเห็นว่าไชยชนกควรมาตอบความเห็นด้วยตนเอง

จากนั้น รังสิมันต์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า การพิจารณาในประเด็นของ เบน สมิธ ว่า เราแบ่งเป็น 3 วาระ วาระแรก เน้นไปที่การพิจารณาของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงเข้าไปดำเนินการจัดการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และฟอกเงิน วาระที่ 2 จะพิจารณาเฉพาะเรื่องความเกี่ยวข้อง ร.อ.ธรรมนัส และนางนฤมล ไม่มั่นใจว่าร.อ.ธรรมนัสจะมาหรือไม่เพราะเห็นเป็นข่าวว่าจะไม่มา แต่เมื่อสักครู่ระบุกับว่าจะมา ยืนยันว่า กมธ.ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมถึง ร.อ.ธรรมนัส ด้วย ส่วนวาระที่เชิญเฉพาะไชยชนก ประเด็นเงินสินบน 40 ล้านบาท เราพยายามให้ความสำคัญกับเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญ เป็นทุนเทาที่กำลังจะยึดประเทศไทย

ส่วนกรณีที่ ไชยชนก ออกมาระบุว่า มีการติดต่อจะให้เงินสินบนผ่านทีมงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รังสิมันต์ ชี้แจงว่า ต้องมีการไล่ไทม์ไลน์และเส้นทางที่พยามจะติดสินบน เบื้องต้นได้รับแค่หนังสือตอบกลับว่า ไชยชนกได้ไปให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ได้รับแจ้งว่าจะไม่มาตอบใน กมธ. เบื้องต้นจะมีการดำเนินการติดตามเรื่องนี้ ถือว่ายังให้โอกาสไชยชนก ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีคนไหนเราก็ปฏิบัติเหมือนกันหมด เราให้โอกาส ถ้าไม่มาครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ก็ต้องมีคำตอบที่ดีว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะหลังจากนี้ตนเองจะพยายามนัดล่วงหน้าให้ไชยชนก และ ร.อ.ธรรมนัสเข้าชี้แจงใน กมธ.อย่างครบถ้วน หากเราไม่ฟังทุกฝ่ายก็จะมีข้อกล่าวหาว่า กมธ.เลือกปฏิบัติ

ส่วนกรณีที่มีการขุดว่าเรื่องนี้เชื่อมโยงกับ เสี่ยตือ รังสิมันต์ ระบุว่า เป็นประเด็นที่เคยอภิปรายมาแล้ว มีตัวละครพอสมควร ยืนยันว่าหากไล่ดูจริงๆ เสี่ยตือจะพบข้อมูลเยอะ อยากทราบเหมือนกันว่าหน่วยงานของรัฐมีเครื่องมือเยอะแยะเต็มไปหมด สามารถตรวจสอบวิธีทางการเงินได้ วันนี้เรามี พ.ร.บ.ปราบปรามการฟอกเงินฯ สิ่งสำคัญคือ ต้องดูว่าเส้นทางการเงินเป็นอย่างไร มีคำอธิบายอย่างไรในเรื่องของที่มาของเงิน ซึ่งไม่ได้อธิบายกันได้โดยง่าย 

ขณะที่กรณีอื่น ระยะหลังเราเริ่มเจอกับอาชญากรรมข้ามชาติที่มีความสลับซับซ้อน สลับซับซ้อนถึงขั้นว่าอาจจะมีการทำให้ไม่มีการบันทึก หรือใช้นอมินี เพื่อไม่ให้เชื่อมโยงถึง จึงต้องอาศัยความร่วมมือจำนวนมาก แต่ที่ผ่านมาแนวทางของรัฐบาลไม่ใช่แค่เฉพาะชุดนี้ แต่ รัฐบาลก่อนหน้านี้ให้ความสำคัญกับแค่บัญชีม้า ซิมม้า แม้จะมีความสำคัญแต่ต้องยอมรับว่าไม่สามารถทำลายโครงสร้างอาชญากรรมข้ามชาติด้วยการจับบัญชีม้าได้ 

ดังนั้น ถ้าอยากทำลายโครงสร้างของอาชญากรรมข้ามชาติ จะต้องให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเรื่องการฟอกเงิน ที่มโหฬารมากกว่าเงินงบประมาณแผ่นดินทั้งปีของไทย วันนี้เรากำลังต่อสู้กับเรื่องที่ใหญ่มากเงินเหล่านี้ไหลเข้าสู่ประเทศไทย บางส่วนถูกใช้เพื่อยึดอำนาจรัฐ บางส่วนถูกใช้เพื่อยึดบริษัทพลังงาน บางส่วนถูกใช้เพื่อติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อไม่ให้กระบวนการยุติธรรมเดินได้

“หากวันนี้รองนายกฯยังไม่นำพา ระดับรัฐมนตรียังเงียบ แม้นายไชยชนก จะออกมาแฉ บางคนบอกว่าเอาจริงแน่เลยแต่พอเอาจริงเริ่มส่งสัญญาณแปลกๆ เราจะอยู่กันอย่างไร อยากให้ทุกคนได้ตระหนักว่าวันนี้เรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่ใช่แค่เรื่องธรรมดา เราอาจจะไม่รู้ตัวว่าประเทศเราอยู่ภายใต้ทุนสีเทาเหล่านี้จริง ๆ”

รังสิมันต์ ระบุ

เมื่อถามว่า การส่งตัวแทนมาชี้แจงกับมาชี้แจงด้วยตัวเองต่างกันอย่างไร รังสิมันต์ กล่าวว่า  ผมระบุชัดเจนว่าเชิญ ร.อ.ธรรมนัส และนฤมลมาชี้แจงเอง ส่งตัวแทนมาไม่ได้ เพราะ เราอยากฟังจากปาก ร.อ.ธรรมนัส โดยตรง กมธ.ให้เกียรติที่ผ่านมารัฐมนตรีที่มา เราปฏิบัติด้วยดี ไม่ได้ต้องการทำร้ายใครแต่ให้ความสำคัญกับเรื่องของข้อมูล ตนเองพยายามจะทำความเข้าใจกับร้อยเอกธรรมนัสในฐานะที่เป็นประจักษ์พยานมาโดยตลอด แต่ ท่าทีของร.อ.ธรรมนัสทำให้เกิดความสงสัยว่าทำไมร.อ.ธรรมนัสถึงช่วย เบน สมิธ ขนาดนี้ หากสุดท้ายพิสูจน์ว่ามีพยานหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ก็เอามาแสดง เพราะ กมธ.ก็เป็นหนึ่งในกลไกของรัฐสภา

พร้อมย้ำว่า ประเด็นที่อยากทราบจาก ร.อ.ธรรมนัส คือที่มาความสัมพันธ์กับ เบน สมิธ เชื่อมโยงไปถึงการฟอกเงินว่า ร.อ.ธรรมนัส รู้มากน้อยแค่ไหน เพราะตอนนี้ได้รับเอกสาร 48 หน้า เป็นข้อมูลที่เปิดโปงให้เห็นอาณาจักรการฟอกเงิน มีตัวละครต่าง ๆ ไม่ใช่แค่ เบน สมิธ แต่หลักฐานบางอย่างเป็นหลักฐานระดับทางการ ซึ่งเห็นหลายกลุ่มที่ชัดเจนมากขึ้น ข้อมูลส่วนนี้จึงเป็นประโยชน์ที่จะทำให้เราสามารถติดตามกระบวนการฟอกเงิน

“ธงของผมคือการฟอกเงิน ไม่ใช่แค่เรื่องตัวบุคคล ไม่ใช่เรื่องของ ร.อ.ธรรมนัส กับผม ไม่ใช่แค่เรื่องของ เบน สมิธ แต่เป็นเรื่องของการฟอกเงินที่ใหญ่มโหฬารในระดับที่อาจจะมีรัฐบางรัฐอยู่เบื้องหลัง เป็นความใหญ่ของสถานการณ์ที่กำลังเจอ หากรัฐบาลเอาจริงเอาจังและให้ความสำคัญกับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ท่านต้องทำให้เห็นท่านต้องทำให้มากมากกว่านี้”

รังสิมันต์ ระบุ

เมื่อถามว่ามีรายชื่อนักการเมืองอยู่หรือไม่ รังสิมันต์ กล่าวว่า ขอเก็บไว้ก่อนแต่ในเอกสาร มีบุคคลมากกว่า 1 คน ขอสื่ออย่ามาเล่นเกมทายตัวเลข เพราะในวันที่ 30 ต.ค.นี้ จะเชิญ วรภัค ธันยาวงษ์ รมช.คลัง เข้ามาที่ให้ข้อมูลต่อกมธ.ด้วย ทั้งนี้จะขอดูการประชุมวันนี้ว่า จะได้ข้อมูลมากน้อยแค่ไหน

รังสิมันต์ ยังกล่าวถึงเอกสาร 48 หน้าที่ได้รับมาว่า ได้ข้อชัดเจนมากขึ้นว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องเครือข่ายอาชญากรรมที่มีความกว้างขวางมาก ตัวละครบางตัว หลายคนรู้จักอยู่แล้ว บางตัวก็อาจจะใหม่ ขอให้เวลาเราทำงานนิดหนึ่ง ความตั้งใจของผมในการแถลงนโยบายคือ ปฏิกิริยาของรัฐบาลว่าจะเอาจริงเรื่องนี้ แต่ตอนนี้เป็นเรื่องที่เราต้องพยามสอบหาเส้นเงิน จึงหวังว่าหน่วยงานรัฐจะได้ให้ข้อมูลอย่างเต็มที่  

โดยข้อมูลในเอกสารมีการย้อนกลับไปเป็นประวัติศาสตร์ 20 ปี จากการตรวจสอบเบื้องต้นบางส่วนเป็นเอกสารราชการ และเอกสารของเอกชน ซึ่งมีแผนที่จะยื่นให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ต่อไป เพราะหากส่งเอกสารไปถึงหน่วยงานเลยคงต้องมาถึงมือตนเอง ทำไมไม่คิดว่าที่ผมมาพูดที่สภาฯ เพราะปัญหานั้นครั้งนั้นทอดมาเป็นเวลานาน ไม่เคยได้รับการแก้ไขระดับ สส.พูดในสภาฯ แล้วเรื่องยังไม่มีความคืบหน้าหรือก้าวหน้าจากหน่วยงานรัฐอย่างเพียงพอ เราต้องเข้าใจว่าวันนี้เรากำลังเจอกับปีศาจร้ายที่ไม่ง่าย แฝงตัวอยู่ในอำนาจรัฐหรือไม่

เมื่อถามว่า เอกสารนี้จะสะท้อนต้นตอความขัดแย้งของไทย-กัมพูชาหรือไม่ รังสิมันต์ ระบุว่า ปัญหากัมพูชาไม่ใช่แค่เรื่องของเขตแดนอย่างเดียว ขอให้ดูอากัปกิริยาของผู้นำกัมพูชาดูเป็นเรื่องส่วนตัวมาก นึกว่าแย่งสมบัติกัน มีความซับซ้อน ปัญหาเขตแดนมีมานานแล้ว มีกลไกในการแก้ปัญหาอยู่และมีความก้าวหน้าในบางระดับ อาจจะไม่เพอร์เฟคแต่มีความก้าวหน้า อาจมีปัญหาที่ท้าทายมากกว่าเพราะมีเรื่องผลประโยชน์ แต่ดูที่วิโรจน์อภิปรายจะเห็นความชัดเจนว่ามีกลุ่มทุนแปลก ๆ ไปซื้อหุ้นบริษัทหนึ่ง 

วันนี้พวกเราจึงต้องทำงานอย่างดีที่สุดเพื่อนำเสนอให้กับประชาชนและมาบอกรัฐบาล เพื่ออยากเห็นนโยบายที่ชัดเจน เราทำหน้าที่ในฐานะ กมธ.อย่างดีที่สุด แม้รัฐธรรมนูญไม่ได้ให้อำนาจ กมธ.เยอะ แต่เราก็ทำดีที่สุด หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากบรรดาหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีอำนาจหน้าที่

ส่วนกรณีที่ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า เบน สมิธ ที่รู้จักเป็นคนละคนกับที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รังสิมันต์ กล่าวว่า หากทีมงานของร.อ.ธรรมนัสไปตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ดีๆ ก็จะเจอบริษัทรักษาความปลอดภัยแห่งหนึ่งแล้วจะเห็นว่ามีความเชื่อมโยงหลายอย่างเป็นร่องรอยที่สำคัญมาก ซึ่งข้อมูลหลายอย่างยืนยันและโยงไปในลักษณะนี้อย่าไปคิดว่าชื่อไม่เหมือนกันแล้วเป็นคนละคน 

“อย่าคิดว่าบริษัทที่ถูกสร้างเพื่อต้มตุ๋นคนจะต้องมีตัวละครจริง คนพวกนี้มีวิธีการทำให้คนเชื่อ และหลอกเอาเงินไป ส่วนกรณีบริษัทพลังงานแห่งหนึ่งที่ทาง กลต. มีการดำเนินคดีและแจ้งความนั่น ถ้าตนจำไม่ผิดอยู่ในอยู่ชั้นอัยการตั้งแต่ปี 2564 และ4 ปียังไม่มีความคืบหน้า หากถามว่ามีหลักฐานพอที่จะเชื่อมโยงกับ เบน สมิธ แล้วหรือไม่นั้น เราจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมด ขณะที่การแจ้งดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจ จะทำอย่างเต็มที่แน่นอน”

รังสิมันต์ ระบุ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์