‘รัฐบาล’ แถลงกรอบเจรจา ‘JBC’ กัมพูชา ยันการประชุม JBC ไม่ทำให้เสียดินแดน

20 ต.ค. 2568 - 16:52

  • ‘รัฐบาล’ แถลงกรอบเจรจา ‘JBC’ กัมพูชา ยันการประชุม JBC ไม่ทำให้เสียดินแดน

  • ‘อธิบดีสนธิสัญญา’ เผยจำเป็นต้องถกเขตแดน แก้ TOR 2003 ใช้ไลด้า ทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ กำหนดเขตที่ 2 ฝ่ายเห็นตรงกัน

  • ด้าน ‘โฆษกกลาโหม’ เผยกรอบเวลาปราบสแกมเมอร์-กู้ระเบิด

‘รัฐบาล’ แถลงกรอบเจรจา ‘JBC’ กัมพูชา ยันการประชุม JBC ไม่ทำให้เสียดินแดน

ที่ทำเนียบรัฐบาล สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย เบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และ พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ร่วมกันแถลงถึงกรอบการเจรจาทวิภาคไทย-กัมพูชา 

สิริพงษ์ เปิดเผยว่า วาระที่การประชุม JBC และ GBC ที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยที่นายกรัฐมนตรีได้รับทราบถึงความห่วงใย และข้อกังวลประชาชน ที่ว่าการประชุมJBC และGBC ที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้จะมีความสุ่มเสี่ยง และมีข้อห่วงใยใดๆ หรือไม่ ทางรัฐบาลยืนยันว่าในทุกการประชุมไม่ว่าจะเป็นระดับใด ถือเป็นเรื่องที่รัฐบาล ฝ่ายความมั่นคง หรือฝ่ายต่างประเทศดำเนินการด้วยการพูดคุยกันวางแผนอย่างมีกลยุทธ์เพื่อนำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดของประเทศ และประชาชน 

20251020154125_2557.jpg

สิริพงษ์ ยังระบุว่า สัปดาห์นี้จะมีการประชุมสำคัญก่อนที่จะมีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย 2 รายการ ได้แก่ วันที่ 20-22 ต.ค.จะเป็นการประชุมในระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ประเทศมาเลเซีย และวันที่ 21-22 ต.ค. จะมีการประชุมJBC ที่ จ.จันทบุรี โดยรัฐบาลรับทราบข้อห่วงใยถึงการสละสิทธิ์จะมีการยกเลิก MOU หรือไม่ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อสถานการณ์บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว เนื่องจากมีสื่อมวลชนถามมาว่าการดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าวเป็นอย่างไร และการประชุมมีความจำเป็นหรือไม่

พร้อมยืนยันว่า การประชุม JBC ไม่ทำให้ไทยเสียดินแดน แต่พื้นที่ใดที่ยังไม่ตกลงกัน ต้องมีการพูดคุยเพราะ JBC เป็นหนึ่งในกลไกการเจรจา ส่วนการยกเลิก MOU 43-44 หรือไม่นั้น เป็นเรื่องของอนาคต แต่ในปัจจุบันเรายังมีกลไกที่ใช้แสวงหาความร่วมมือได้อยู่และเป็นคนละเรื่องกัน ซึ่งการประชุมครั้งนี้เป็นการกำหนดกรอบให้ชัดเจน เพื่อให้เห็นผลการขับเคลื่อน เพราะเราหวังว่าสถานการณ์เหล่านี้จะคลี่คลายโดยเร็วที่สุด

เบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย
เบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย

ขณะที่ เบญจมินทร์ ระบุว่า การประชุม JBC จะมี ประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย เป็นประธานฝ่ายไทย ส่วนกัมพูชา มี ฬำเจีย รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบสำนักงานเลขาธิการกิจการชายแดนแห่งชาติกัมพูชา เป็นประธานฝ่ายกัมพูชา และจะมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฝ่ายไทยเข้าร่วม อาทิ ผู้แทนสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้แทนกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย 

โดยการประชุมครั้งนี้เน้นเฉพาะเรื่องเขตแดน ต่อเนื่องจากการประชุมครั้งที่แล้ว ซึ่งการกำหนดประเด็นหารือเราต้องการให้มีความสอดคล้องกัน คือเวที GBC และRBC เพื่อให้ไทยสามารถผลักดันผลประโยชน์ของชาติได้อย่างเป็นเอกภาพ 

ทั้งนี้ การประชุม JBC สมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 10 ก.ย.68 ได้มอบหมายให้หารือกรณีบ้านหนองจาน หนองหญ้าแก้ว รวมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย อาทิ การสร้างรั้วเพื่อให้เกิดความชัดเจน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่JBC ซึ่งสะท้อนความตั้งใจฝ่ายไทยในการแก้ปัญหาเขตแดน ผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ จึงมีความจำเป็นที่การประชุม JBC  ต้องมีขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่คาดว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะหารือเพิ่มเติมคือเร่งรัดแก้ไข TOR 2003 เพื่อนำเทคโนโลยีไลด้า มาใช้ในการทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ และการเสนอพื้นที่เร่งด่วนในการกำหนดเขตแดน โดยเฉพาะพื้นที่สองฝ่ายมีความเห็นตรงกันแล้ว 

“ขอย้ำว่าการประชุมครั้งนี้เป็นหนึ่งในกลไกทวิภาคีที่จะใช้ดึงกัมพูชาสู่โต๊ะการเจรจาอย่างสันติวิธี จะเป็นการตอกย้ำประชาคมระหว่างประเทศ ว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชามีความชอบธรรม”

เบญจมินทร์ กล่าว

พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม
พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม

ด้าน พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า การประชุม JBC เมื่อวันที่ 10 ก.ย.เห็นชอบใน 4 ประเด็นคือ  

  1. ถอนอาวุธหนักตามแนวชายแดน 
  2. การเก็บกู้ทุ่นระเบิดร่วมกัน 
  3. การปราบปรามสแกมเมอร์ 
  4. การจัดเบียบและฟื้นฟูสู่ความสงบเรียบร้อยบริเวณบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว 

โดยมีบางประเด็นที่ขับเคลื่อนไปแล้ว เช่นการปราบปรามสแกมเมอร์ โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการตั้งทีมขึ้นมารวบรวมข้อมูล 60 แห่ง ส่งกัมพูชา 

ส่วนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและการถอนอาวุธหนัก พล.ร.ต.สุรสันต์ ระบุว่า ผลยังไม่เป็นที่น่าพอใจ สำหรับฝ่ายไทย เราจึงอยากผลักดันให้ฝ่ายกัมพูชา แสดงความจริงใจในส่วนนี้  ทั้งนี้การประชุมจะมีการหารือและกำหนดแผนที่ให้ชัดเจนรัดกุมมากยิ่งขึ้น ในการให้ฝ่ายกัมพูชาปฏิบัติร่วมกับฝ่ายไทย โดยเฉพาะในเรื่องการถอนอาวุธหนักบริเวณชายแดน โดยจะกำหนดให้ชัดเจนว่าจะเป็นช่วงเวลาใด 

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวต่อว่า ส่วนการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งที่ผ่านมาดูเหมือนจะขับเคลื่อนค่อนข้างช้า ก็จะมีการกำหนดให้ชัดเจนว่าพื้นที่ที่เราต้องการเก็บกู้ทุ่นระเบิดนั้น มีจุดใดบ้าง และในช่วงเวลาใด รวมถึงการปราบปรามสแกมเมอร์ ก็จะมีแผนและการกำหนดเวลาการปฏิบัติการร่วมกันอย่างชัดเจน โดยในการประชุมครั้งนี้ จะมีประเทศมาเลเซียและสหรัฐอเมริกา มาร่วมเป็นสักขีพยานและมาร่วมสังเกตการณ์ความจริงใจของทั้งสองฝ่ายด้วย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์