‘โพล’ชี้ ปชช.มองเล่นเกมการเมืองมากอุปสรรคต่อการพัฒนา ฉุดไทยล้าหลัง

9 มี.ค. 2568 - 12:28

  • สวนดุสิตโพล’ เผยผลสำรวจประชาชนมอง ‘เกมการเมือง’ เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ-ฉุดไทยล้าหลัง

Poll_shows_people_see_government_playing_political_games_as_obstacles_to_national_SPACEBAR_Hero_4ba78321be.jpg

‘สวนดุสิตโพล’ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “เกมการเมืองไทย ณ วันนี้” จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,227 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 4-7 มีนาคม 2568 พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มองว่าลักษณะของ “เกมการเมือง”คือ การแบ่งเค้ก แบ่งตำแหน่งสำคัญทางการเมือง 

โดย ร้อยละ 62.75 ในรัฐบาลแพทองธาร กรณีที่เป็นการเล่นเกมการเมือง คือ การโจมตีกันไปมา ปล่อยข่าวปลอม ดิสเครดิต ขณะที่ร้อยละ 60.46 โดยมองว่าเกมการเมืองนั้นเป็นเรื่องปกติของการเมืองไทย เพราะมีมานาน เห็นมาทุกยุคสมัย มุ่งหวังแต่อำนาจและผลประโยชน์ 

ทั้งนี้ ร้อยละ 42.95 มองว่ามีผลต่อการพัฒนาประเทศมาก เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ สุดท้ายกลุ่มตัวอย่างกว่าร้อยละ 79.63 เห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่าเกมการเมืองทำให้การเมืองไทยล้าหลังประเทศอื่นๆ

Poll_shows_people_see_government_playing_political_games_as_obstacles_to_national_SPACEBAR_Photo_V01_d5e8ad101b.jpg

พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล กล่าวว่า ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยคุ้นชินกับเกมการเมืองที่มีมานานและรับรู้ถึงโครงสร้างการเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์และการแข่งขันเชิงอำนาจ แม้หวังพึ่งการเลือกตั้งให้การเมืองเปลี่ยน แต่สุดท้ายก็ต้องเผชิญกับ “เกมการเมืองเดิม” ในรูปแบบใหม่ หมุนวนซ้ำซากทำให้สังคมติดหล่ม กลายเป็นพลวัตทางสังคมแบบปกติใหม่ที่ไม่ควรจะปกติ การจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นมากขึ้นก็คงจะต้อง “ลดเกมการเมือง เพิ่มการทำงาน” เพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับประชาชน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เขมภัทท์ เย็นเปี่ยม  หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า จากผลโพลเกี่ยวกับประเด็น “เกมการเมืองไทย” ประชาชนมองว่าการเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ที่นักการเมืองเมื่อเข้ามาสู่อำนาจแล้วจะเข้ามาจัดสรรผลประโยชน์เพื่อตัวเองและพวกพ้องมากกว่าการจัดสรรผลประโยชน์และกระจายผลประโยชน์ให้แก่ประชาชน

โดยแท้จริงแล้วประชาชนอยากเห็นเกมการเมืองที่แต่ละพรรคแข่งขันกันในเชิงนโยบายและการแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมากกว่าเกมการเมืองที่เข้ามาช่วงชิงอำนาจ โดยการพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อสกัดขั้วอำนาจทางการเมืองฝั่งตรงข้าม และพร้อมที่จะหักหลังจัดการฝ่ายเดียวกันเองเพื่อรักษาฐานอำนาจทางการเมืองของตัวเองไว้

“การที่นักการเมืองมุ่งแต่จะแก้เกมทางการเมืองเพื่อต้องการกุมความได้เปรียบทางการเมืองจึงส่งผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม ของประเทศและโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเมืองที่ประชาชนรู้สึกว่าล้าหลังและไม่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น สิ่งที่ประชาชนคาดหวังและอยากเห็นคือเกมการเมืองที่แข่งกันแก้ปัญหาด้วยนโยบายมากกว่าการแก้เกมทางการเมือง”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์