พูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า วันนี้กมธ.การที่ดินฯ จะนำเรื่องที่ดินทับซ้อนในพื้นที่นิคมลำตะคอง ซึ่งรวมไปถึงที่ดินของครอบครัวอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เข้าสู่ที่ประชุม เพื่อขอมติที่ประชุมว่า จะเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่ เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีพื้นที่ทับซ้อน ทำให้การออกโฉนดที่ดินล่าช้าและมีประชาชนร้องเรียนมาตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งได้ให้ตรวจสอบเรื่องนี้ มา 3-4 เดือนแล้ว และล่าสุดได้รับเอกสารมาครบเรียบร้อยแล้ว จึงคิดว่าน่าจะนำของมติที่ประชุมเดินหน้าเป็นวาระใหญ่ของที่ประชุมได้หรือไม่
เมื่อถามว่า มองประเด็นเรื่องพื้นที่ครอบครัวของอนุทินอย่างไร พูนศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นประเด็นการเมือง แต่มองเป็นเรื่องของข้อกฎหมายมากกว่า และต้องการที่จะหาวิธีแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน เพราะตอนนี้มีภาคประชาชน ประมาณ 800 แปลง ร้องเข้ามาว่า ไม่ได้มีการพิสูจน์เรื่องของการทับซ้อนและออกเอกสารสิทธิ์ให้ ซึ่งเราต้องยกมาตรวจสอบทั้งหมด ไม่ใช่แค่แปลงใดแปลงหนึ่ง แต่ก็ยอมรับว่าแปลงของครอบครัวอนุทิน ก็ต้องได้รับการตรวจสอบด้วย โดยจะต้องไปดูวัตถุประสงค์ของการใช้ที่ดินนิคมสร้างตนเองว่ากำหนดให้ทำอะไร และยอมรับว่า เมื่อครอบครองครบ 5 ปีแล้วสามารถขอออกเป็นโฉนดได้ แต่ก็ต้องดูด้วยว่าเมื่อออกเป็นโฉนดแล้วเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้งาน สามารถทำได้หรือไม่ ทั้งนี้ ยังเป็นคำถามของ กมธ.อยู่ จึงคิดว่าเป็นหนึ่งที่ต้องตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ได้พูดคุยกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) อยากจะขอให้เป็นตัวกลางเพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทั้งหมด และจากที่ทราบตอนนี้สคทช. ก็กำลังตรวจสอบในพื้นที่ลำตะคองอยู่
ส่วนกรณีนี้ มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย จะทำให้เข้าเคลียร์ที่ดินทับซ้อนยากขึ้นหรือไม่นั้น พูนศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ยาก เพียงแค่หน่วยงานรัฐ ทำงานตรงไปตรงมา และสคทช.ก็ต้องเคลียร์เรื่องวันแมพให้ได้ เชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทั้งประเทศได้อย่างยั่งยืน ไม่มีปัญหาซ้ำ
“ต้องช่วยกันแก้ทีละเส้น ต้องใช้เวลา ทางกมธ.จะช่วยตรวจสอบถึงแม้จะเป็นที่ดินของนักการเมือง หรือของใครก็ตาม เรายินดีที่จะเข้าไปร่วมในการตรวจสอบ”
— พูนศักดิ์ กล่าว
พูนศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ผู้ที่ถือครองที่ดินอาจจะมีโฉนด เพราะถือครองครบ 5 ปีแล้วออกโฉนดได้ และอาจจะเปลี่ยนมือที่ 2, 3 หรือ 4 ทำให้เจ้าของปัจจุบันถือ โฉนดอย่างถูกต้อง แต่ก็ต้องกลับไปดูวัตถุประสงค์ของนิคมสร้างตนเองด้วยว่าเขาให้ทำอะไร และต้องเป็นไปตามที่เคยประกาศไว้ตั้งแต่ต้นหรือไม่ ทางกมธ.กำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่




