พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่เศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศว่า หากทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พ้นโทษแล้วจะให้มาเป็นประธานที่ปรึกษาว่า เป็นวิสัยทัศน์ของนายกฯ ที่แสดงออกมา นายกฯเป็นคนอย่างไรก็พูดอย่างนั้น นายกฯประสงค์อย่างไรก็เป็นอย่างนั้น แต่ส่วนตัวก็ไม่ทราบว่า นายกฯพูดจริงหรือเปล่า ไม่รู้ เพราะอ่านจากข่าวเท่านั้น เมื่อนายกฯ ว่าอย่างนั้นทักษิณก็อาจจะให้ความรู้ และทำประโยชน์ให้กับการบริหารประเทศชาติได้
เมื่อถามว่าเรื่องนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก พรเพชร กล่าวว่า ยังไม่ค่อยเห็นมีใครวิพากษ์วิจารณ์ เพราะยังไม่มีรายละเอียดในสิ่งที่นายกฯพูด เพราะนายกฯก็พูดแค่นั้น
เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐบาลตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรเพชร กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและส.ส.เป็นหลัก ส่วนสว.ไม่มีอะไรขัดข้องในการดำเนินการร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะสว.ก็มีบางประเด็นที่จะต้องเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ตอนนี้ต้องฟังรัฐบาลก่อน ถ้ารัฐบาลมีความเห็นอย่างไรก็คงจะมีความเห็นในแนวทางนั้น ส่วนรูปแบบจะทำอย่างไรจะมีส.ส.ร.หรือไม่ขึ้นอยู่กับรัฐบาล
เมื่อถามว่าดูเหมือนจะมีการรื้อทั้งฉบับ พรเพชร กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เพราะอยู่ที่นโยบายของรัฐบาล อะไรที่จำเป็นเร่งด่วน หรืออะไรที่เห็นว่าควรต้องทำอย่างยิ่งก็ทำก่อน ก็ทำได้ในหลายอย่าง คราวที่แล้วก็แก้มาแต่แก้น้อยไปหน่อย เพียงเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้ง ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการตั้งคณะกรรมการขึ้นถูกมองว่าเป็นการซื้อเวลาหรือไม่ พรเพชร กล่วว่า เรื่องนี้วิเคราะห์ไม่ได้
เมื่อถามว่าสว.ที่จะเสนอเกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง พรเพชร กล่าวว่า เกี่ยวกับองค์ประกอบในการสรรหาองค์กรอิสระ เพื่อให้มีความแยกกันให้ชัดเจนว่าองค์อิสระจะดำเนินการสรรหาเป็นอย่างไร ส่วนวุฒิสภาจะพิจารณาเฉพาะการตรวจสอบประวัติและความประพฤติในทางจริยธรรมของผู้ที่ได้รับการสรรหา ทำให้เห็นชัดเจนว่าเป็นการบาลานซ์ก่อนที่จะมีความเห็นชอบจากสว.
เมื่อถามว่าส่วนตัวเห็นด้วยใช่หรือไม่เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรเพชร กล่าวว่า เห็นด้วยว่าเมื่อรัฐธรรมนูญใช้มาระยะหนึ่งก็ควรแก้ไข ฝ่ายสส.อาจจะมีหลายประเด็น และการแก้ไขที่เห็นด้วยเสมอคือหลายประเทศก็ดำเนินการแก้ไขโดยไม่ต้องแก้ไขทั้งฉบับ อย่างสหรัฐฯก็ใช้มาตั้งแต่เกิดปฏิบัติอังกฤษ ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนั้นตลอดมา แต่มีการแก้ไขมาแล้ว 27 ครั้ง
เมื่อถามถึงวาระสว.ที่จะอายุครบ 5 ปี พรเพชร กล่าวว่า สว.จะครบ 5 ปีในเดือนพ.ค.67 เมื่อครบ 5 ปีก็จะเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยสว.จะทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีสว.ชุดใหม่ โดยสว.ชุดใหม่จะเข้ามาทำหน้าที่ตามบทหลักของรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะมีการสรรหาตามกระบวนการรัฐธรรมนูญบทหลัก 200 คน ทั้งนี้เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะต้องทำ โดยคาดว่าจะใช้เวลา 2-3 เดือนในการพิจารณา สำหรับอำนาจหน้าที่สว.ตามบทเฉพาะกาลนั้นทำไม่ได้แล้ว ทั้งนี้หลังครบวาระในเดือนพ.ค.67 แล้ว และการลาออกของ สว.จะไม่มีการเลื่อนลำดับรายชื่อขึ้นมา ไม่มีการเติม สว.เข้ามา แต่สว.จะทำหน้าที่ตามบทหลักรัฐสภา ประกอบด้วย สส. สว. หากสว.ไม่ทำอะไร ก็ถือว่าองค์ประกอบของรัฐสภาขาดไป จะทำให้เป็นปัญหาได้ เช่นสมมติว่ารัฐบาลเสนอให้ความเห็นชอบในข้อตกลงระหว่างประเทศ เพราะเรื่องนี้จะต้องเข้าสู่การพิจารณาร่วมกันของรัฐสภา ดังนั้นสว.จึงต้องเป็นองค์ประกอบของรัฐสภา




