‘พรเพชร’ ลั่นไม่ต้องรีบปิดสวิตช์ ‘ส.ว.’ เพราะเดี๋ยวก็ปิดตัวเองแล้ว รับไม่พอใจงานปฏิรูปประเทศ

30 ธ.ค. 2565 - 13:25

  • ‘ประธานวุฒิสภา’ รับปฏิรูปประเทศไม่เข้าเป้า เหตุหน่วยงานราชการไม่เอาด้วย

  • เผยพร้อมทำงานกับสภาฯ ชุดใหม่ ยัน ส.ว.กดรีโมทสั่งไม่ได้

  • บอกไม่ต้องรีบปิดสวิตช์ ส.ว.เพราะเดี๋ยวก็ปิดตัวเองแล้ว

Pornpetch_talks_about_the_work_guidelines_of_senators_in_2023_SPACEBAR_Thumbnail_a84d73a22f.jpeg
พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เปิดเผยถึงแนวทางการทำงานของ ส.ว.ในปี 2566 โดยยืนยัน พร้อมให้ความร่วมมือกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ชุดใหม่จำนวน 500 คน แม้วาระการทำงานของ ส.ว. จะเหลืออีกปีเศษๆ ก่อนครบ 5 ปี 

“ประสบการณ์ที่ผ่านมา 3-4 ปี คิดว่าจากการทำงานและประสานงานกับ ส.ส.ให้ได้กฎหมายที่ดี และญัตติต่างๆ ที่ 2 สภา เสนอร่วมกัน และเสนอตามขั้นตอนก็มีเพราะกฎหมายส่วนใหญ่จะดำเนินไปตามขั้นตอน คือสภาฯ พิจารณาก่อน แล้วถึงจะเข้าวุฒิสภา จะเห็นได้ว่าวุฒิสภามีส่วนในการแก้ไขและตกลงกันได้แทบทุกฉบับ ซึ่งเป็นระบบคิดว่าประเทศไทยพัฒนากฎหมายมาเช่นนี้จะได้กฎหมายที่ดี ออกมาบังคับใช้แก่ประชาชน แต่ถ้ามีเรื่องที่มีปัญหามาก อาจจะไม่ผ่าน ก็ต้องยอมรับ” พรเพชร กล่าว  

พรเพชร ยอมรับด้วยว่า ยังไม่พอใจในงานด้านปฏิรูปประเทศที่วุฒิสภา ต้องดำเนินการ แม้กฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ ในบางส่วนได้ผ่านไปบ้างแล้ว เช่น การปฏิรูปตำรวจ ส่วนเรื่อง พ.ร.บ.การศึกษา ที่จะเข้าที่ประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 10-11 มกราคมนี้ ก็ยังไม่เป็นที่พอใจ  

“ถ้าเป็นเรื่องที่สั้นหน่อยก็ผ่านไปได้ เช่น กฎหมายการซ้อมทรมาน ความจริงกฎหมายฉบับนี้เริ่มต้นจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งตอนนี้พยายามที่จะทำให้เสร็จ แต่เป็นที่ทราบกันดีว่ากฎหมายนี้กระทบกับการกระทำของเจ้าหน้าที่ สมัย สนช.จึงต้องระวัง แต่เมื่อเอามาเข้าที่ประชุมร่วมรัฐสภา ก็ไปด้วยกันได้ราบรื่น แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง เราก็ทราบดีว่าทางสภาฯ ต้องยึดประชาชนเป็นหลัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่วุฒิสภาก็ต้องพิจารณาด้วยว่าบางเรื่องต้องเข้าใจเจ้าหน้าที่ ที่ต้องมีอำนาจบางอย่างแต่ถ้าอำนาจเกินเลยเราก็ต้องดูเพื่อไม่ให้อำนาจเกินไป รวมถึงกฎหมายทำแท้งก็ผ่านไปได้ด้วยดี” พรเพชร กล่าว 

พรเพชร กล่าวด้วยว่า พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เคร่งครัดในการดำเนินตามแผนปฏิรูปประเทศที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ซึ่งแม้ในส่วนของกฎหมาย จะยังไม่เป็นที่พอใจ แต่ในส่วนที่ต้องดำเนินการโดยไม่ต้องใช้กฎหมายก็มีจำนวน ซึ่งเป็นส่วนที่ยาก หน่วยราชการต่างๆ อาจไม่คุ้นเคยกับสิ่งเหล่านี้ คิดว่าเป็นการชี้แจงธรรมดา ตามที่มีการชี้แจงกันในทุกปี แต่เรื่องนี้ทาง ส.ว.ให้ความสำคัญมาก 

“เท่าที่ผมดู ส.ว.บางส่วนมาจากสภาปฏิรูปประเทศ เขาก็เข้มแข็งและพยายามที่จะดูแลสิ่งเหล่านี้ และคิดว่าจะต้องดำเนินการต่อไป ถึงแม้ว่าเป็นช่วงปิดสมัยประชุม หรือรอชุดใหม่มา ตนบอกสมาชิกแล้วว่าเราต้องทำงานต่อ แม้งานด้านนิติบัญญัติจะทำยังไม่ได้ หรือสภายังไม่มี เว้นแต่จะเป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆ ที่สามารถจะให้มีการเปิดสภาได้ตามลำดับขั้นตอน แต่ก็ยาก ดังนั้นจึงต้องไปเน้นในเรื่องการปฏิบัติ เช่น ปฏิบัติต่อหน่วยราชการต่างๆ รับฟังความคิดเห็นของประชาชน แต่ถ้าเกิดเขาออกหาเสียงกันเราก็คงต้องหยุดก่อน  ถ้าเรียบร้อยแล้วเราค่อยออกไปหาประชาชนต่อ” พรเพชร กล่าว 

ประธานวุฒิสภา ยังประเมินตัวเองว่าสามารถทำหน้าที่ได้ดี แม้จะมีที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่ผ่าน ขณะเดียวกัน ได้ชี้ให้เห็นว่า บางครั้งที่กฎหมายไม่ผ่าน ก็ไม่ได้เกี่ยวกับเสียง ส.ว. 1 ใน 3 เพราะบางครั้งเสียง ส.ว.ก็ไม่ให้ผ่านเลย พร้อมโต้แย้งเรื่องสั่ง ส.ว.ได้ 

“เมื่อตนมาเป็นประธานวุฒิสภา หลายคนเข้าใจว่าตนสามารถสั่งการได้ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ สมาชิกเลือกตนมาในแง่ที่ตนมีประสบการณ์ในเรื่องนิติบัญญัติ ตั้งแต่สมัยอายุยังน้อย เขาก็ไว้วางใจให้ตนทำงานด้านนี้ ส่วนวิปวุฒิสภา ตนไม่ทราบว่าวิปวุฒิสภามีแค่ไหนเพียงใด คงวิปได้เป็นกลุ่มๆเพราะถ้าเห็นด้วยกันก็คงจะไปในแนวทางเดียวกัน แต่ตนมั่นใจว่า ส.ว.ไม่ไปทางเดียวกันตลอด” พรเพชร กล่าว  

ประธานวุฒิสภา ยังมองเรื่องร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของพรรคเพื่อไทย ที่เสนอแก้ไขมาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว. เลือกนายกฯ นั้นอยู่ที่การพิจารณาของสมาชิกทั้งสองสภา และตนไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร เพราะตอนนี้ใกล้จะจบวาระของ ส.ว.แล้ว พร้อมย้ำว่า ไม่ต้องรีบปิดสวิตช์ ส.ว. เพราะเดี๋ยวก็ปิดอยู่ในตัวอีก 1 ปีเศษ พร้อมปฏิเสธให้ความเห็นว่า มีโอกาสที่ ส.ว.จะเห็นด้วยหรือไม่ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องปิดสวิตช์ ส.ว. 

“ตนพูดแทนคนอื่นไม่ได้ พูดไปก็จะเป็นประเด็นเปล่าๆ แต่ตนเชื่อมั่นว่าส.ว.ส่วนใหญ่มีวิจารณญาณว่าจะทำอย่างไรให้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งตนพูดเสมอว่าเราต้องทำงานเพื่อประเทศชาติ” พรเพชร กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์