พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชี้แจงเหตุการณ์ที่ถูกชายไทยไล่ออกจากร้านอาหารที่ประเทศไอซ์แลนด์ รวมทั้งมีการขู่ใช้ความรุนแรงถึงชีวิตว่า วันที่เกิดเหตุ พวกตนจะไปหาร้านอาหารรับประทาน จึงเข้าไปที่ร้านอาหารญี่ปุ่น ระหว่างที่รอเลือกอาหาร มีน้องคนหนึ่งวิ่งถือโทรศัพท์ไลฟ์สด เป็นลักษณะโกรธ แต่โดยส่วนตัวเจอแบบนี้มาเยอะมาก สำหรับความเกลียดโดยที่เราไม่รู้จักกัน จึงรู้สึกแค่ว่าเห็นใจเขา เพราะเรื่องผ่านไประยะหนึ่งแล้ว และเรื่องนี้ไกลตัว จึงไม่พูดอะไรและไม่คิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น
แต่รุ่งขึ้น กลายเป็นประเด็นใหญ่ เพราะชายคนดังกล่าวเอาคลิปไปลงเอง ซึ่งทำให้ตนลำบาก เพราะสังคมไทยจะสู้กัน ส่วนเรื่องลาวามอสที่ไปถ่ายรูปนั้น ขอเรียนว่าเป็นความผิดพลาดของตนเอง ที่ไม่รู้ว่ามีระเบียบหรือมีกฎหมาย หากถามว่ารู้อะไรบ้าง ก็จะมีสารคดีบนเครื่องบิน เชิญชวนให้เที่ยวไอซ์แลนด์ ซึ่งจะมีคนนอนอยู่บนลาวามอส จึงไม่ได้คิดอะไรมาก และตรงไหนที่มีป้ายห้ามก็ไม่เข้าไป แต่บริเวณดังกล่าวมีที่จอดรถและมีคนจอด พวกตนจึงเข้าไป ฉะนั้น เรื่องนี้ต้องขออภัย
“ทั้งหมดทั้งมวล หมอไม่คิดที่จะไปทำอะไรกับเขา เพราะตอนแรกเป็นเรื่องลับที่รู้กันแค่ 2 ฝ่าย แต่เมื่อสื่อฯ เอาไปเปิดเผยก็เป็นเรื่องสังคม แต่ตัวหมอยังยืนยันเหมือนเดิมว่า ใดๆ ในชีวิตทุกอย่างที่เกิดขึ้น เพราะเราเคยทำ ฉะนั้น เราจึงไม่ตอบโต้ และเราจะมุ่งหน้าสู่เป้าหมายที่เราจะทำความดีเท่านั้นเอง” พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ระบุ
ส่วนเมื่อถามว่า ในวันที่เกิดเหตุ ได้มีการทำความเข้าใจกับบุคคลดังกล่าวหรือไม่นั้น พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า ในชีวิตตนเอง ไม่เคยสามารถทำให้คนเกลียด สามารถพูดแล้วเปลี่ยนใจได้ แต่สิ่งที่เราเรียนรู้คือ ไม่รับมันเข้ามาให้เราทุกข์ แล้วเดินจากไปเฉยๆ ซึ่งตนเองก็ไม่ได้ชี้แจงอะไรกับอีกฝ่าย เพราะตอนแรกเขาพูดถึง สส., สว. แต่ตอนหลังมาเจาะจงตนเอง และหากอยู่ต่อ ก็อาจมีการทำร้ายร่างกายได้ เพราะอีกฝ่ายชี้หน้าแล้วไล่เหมือนหมูเหมือนหมา พูดทั้งอังกฤษและไทย โดยไล่ต่อหน้าคนรับประทานอาหารในร้าน
“ตอนเกิดเหตุ หมอไม่ได้ตกใจอะไร เพราะตอนนี้หมออายุ 69 ปีแล้ว ผ่านอะไรแบบนี้มาเยอะ เราไม่เปิดประตูรับมัน มันก็ไม่เข้ามาทำร้ายเรา และคำสอนของพระที่เราจำเอาไว้เสมอคือ พัสดุถ้าส่งแล้วไม่มีคนรับ ก็จะกลับไปสู่คนส่ง และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับหมอก็ถือว่าจบ เพราะไม่คิดฟ้องและไม่ทำอะไร ขอเดินหน้าต่อ และทำความเข้าใจมากขึ้น แต่ส่วนที่ สว.อาจต้องระมัดระวัง คือเขาไม่แยกเรื่องพวกนี้แล้ว เขาคิดว่าจะเป็นตัวอย่าง ดังนั้น ต้องระวัง” พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ระบุ
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่คนมีความเห็นต่างทางการเมืองแล้วทำแบบนี้ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า ต้องมองแบบเข้าใจทุกฝ่าย การเมืองในหลักๆ ที่ไม่ใช่การเมืองแบบคนรุ่นใหม่ มีเรื่องผลประโยชน์และเรื่องของอำนาจ มีเรื่องปิดปาก ผูกขาด ในช่วง 8-9 ปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดแรงกดดันที่ไปห้ามเขาเอาไว้ แต่ทั้งหมด ถ้าได้ฟังสิ่งที่ตนเองเคยพูดกับพรรคก้าวไกล ว่าพร้อมโหวตให้ ขอเพียงอย่างเดียวคือการถอยเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 เพราะสิ่งที่เขาพูดเกี่ยวกับมาตรา 112 ประเด็นที่ถูกเอาไปใช้เป็นคนละส่วนกัน ซึ่งส่วนนี้ ทำให้มีความแรงใส่กันทั้ง 2 ฝ่าย
“หากถามว่าจะทำอย่างไรต่อไป ก็ไม่อาจจะบอกได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่มีปัจจัยหลายอย่าง เพราะถ้าจะแก้ ต้องแก้ที่ลึกสุด คือเรื่องระบบการศึกษา อย่าเชื่อสิ่งที่ตาเราเห็น หรือหูเราฟัง ถ้าเราไม่ได้ศึกษาและวิเคราะห์เอง เพราะถ้าเราฟังแล้วเห็นและเชื่อบางครั้งก็ไม่ใช่ของจริง” พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ระบุ
ส่วนที่มีการมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะกลายเป็นโดมิโน ที่จะเกิดขึ้นกับ สว.คนอื่นในอนาคตนั้น พญ.คุณหญิงพรทิพย์ มองว่า เรื่องคนอื่น กรรมของแต่ละคน เป็นเรื่องของตัวเขาเอง แต่ในชีวิตตนเอง มีหลายๆ อย่างที่ไม่ได้เห็นแบบนั้น และในกรณีนี้ เห็นว่า ตนเองอยู่เฉยๆ ไม่ต้องการให้สัมภาษณ์เป็นประเด็นกว้างต่อไป แต่กลายเป็นว่า มีผู้คนมากมายออกมาให้กำลังใจและช่วยปกป้อง
“หนือสิ่งอื่นใด ปีนี้ครบ 20 ปีสึนามิ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจะลืมไปแล้ว เพราะเรื่องผ่านมานานแล้ว แต่ก็ยังมีคนมาพูด ซึ่งมองในมุมว่า สึนามิเป็นความงดงามของจิตอาสาของคนไทยตั้งแต่วัยเด็ก อาจจะทำให้กลับมาอีกก็ได้เพราะพลังของคนรุ่นใหม่ดี แต่เขาต้องเรียนรู้ว่าสังคมตอนนี้อาจทำให้ถูกเชื่อได้ง่าย จึงไม่ได้มองว่าเป็นโดมิโน” พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ระบุ
เมื่อถามว่า อยากฝากอะไรถึงกลุ่มคนที่อาจทำแบบนี้อีก พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า ขอบอกตรงๆ ไปว่า เราต้องช่วยกัน เพราะเรื่องที่เกิดขึ้น เราต้องป้องกันไม่ให้เกิดความก้าวร้าว และสุดท้ายจะลามให้เขาอาจจะโดนอะไร แต่สื่อต้องช่วยให้อยู่ในเส้น อย่าออกนอกแล้วไปขุดเรื่องอื่นซึ่งไม่ใช่ประเด็นหลัก อย่างไรก็ตาม ตนไม่ฝากอะไรถึงคนรุ่นใหม่ เพราะเชื่อว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนไปโดยธรรมชาติ
“แต่ทั้งหมด เป็นภาพสะท้อนว่าการเมืองหากเราเสพมันมากไป มันก็จะมากระทบทุกอย่าง แต่สำหรับตนขอขอบคุณที่ให้กำลังใจ” พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ระบุ




