วันที่ 23 กรกฎาคม 2566 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ‘สันติ พร้อมพัฒน์’ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง (รมช.คลัง) ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ได้รับการเทียบเชิญจากพรรคเพื่อไทย (พท.) เพื่อพูดคุยแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตและทางออกประเทศ ในช่วง 16.00 น วันนี้
สันติ กล่าวว่า ตนจะเดินทางไปพร้อมกับ ‘ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า’ ประธานคณะกรรมการประสานงาน สส. ‘ไผ่ ลิคก์’ สส.กำแพงเพชร ซึ่งในส่วนของพรรค พปชร.ยังคงย้ำจุดยืนไม่มีแนวคิดทำเรื่องความมั่นคงของประเทศ หรือการยกเลิก หรือแก้ไขมาตรา 112 หากพรรคใดพรรคหนึ่งมีแนวนโยบายดังกล่าวก็ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้
“ทั้งนี้ พรรค พปชร.เน้นย้ำเรื่องความมั่นคง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นหัวใจสำคัญ ของประเทศ และต้องช่วยกันรักษาไว้ ซึ่งการพูดคุยในวันนี้เป็นการหาทางออกในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนแก้ปัญหาบ้านเมือง เพราะหากขาดรัฐบาลนานไป ประชาชนและนักลงทุนก็จะเกิดความกังวล ซึ่งถือว่าเป็นประเด็นสำคัญ โดยเป็นไปตามนโยบายของพรรค พปชร. ที่ต้องการก้าวข้ามความขัดแย้ง ดังนั้นที่เป็นการทำเพื่อบ้านเมืองก็พร้อมพูดคุย ขณะที่ ‘พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ’ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร.รับทราบแล้ว ถือว่าเป็นการทำงานของพรรค”
สันติ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวเห็นด้วยที่พรรคเพื่อไทยเลือกใช้วิธีส่งหนังสือเทียบเชิญไปยังขั้วรัฐบาลเดิม เพื่อร่วมกันหาทางออกประเทศ เพราะทุกพรรคการเมืองต้องมองว่า การขาดรัฐบาลจะส่งผลให้การขับเคลื่อนนโยบายให้กับประชาชน การมี ครม.รักษาการ เป็นไปอย่างเชื่องช้า ไม่สามารถทำอะไรได้มาก เรื่องนี้นักลงทุนย่อมมองทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอยู่
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวอาจจะถูกเทียบเชิญร่วมรัฐบาลด้วยนั้น เลขาฯ พปชร. กล่าวว่า ก็เป็นเพียงกระแสข่าว ตอนนี้ยังไม่มีอะไร ไม่ได้สนใจกระแสข่าวนี้ สนใจแค่ประเทศจะได้รัฐบาลใหม่เมื่อไหร่ และเป็นรัฐบาลที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเป็นรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย ทำเพื่อพี่น้องประชาชน เกิดความมั่นคงในประเทศ
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวออกมาว่า พรรคพลังประชารัฐจะเดินทางมาพูดคุยกับแกนนำพรรคเพื่อไทย ในวันพรุ่งนี้ (23 กรกฎาคม 2566) ในช่วงเวลา 16.00 น. ซึ่งต้องจับตากันต่อไปว่า แกนนำพปชร. จะเดินทางมาภายในเย็นวันนี้หรือไม่
สันติ กล่าวว่า ตนจะเดินทางไปพร้อมกับ ‘ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า’ ประธานคณะกรรมการประสานงาน สส. ‘ไผ่ ลิคก์’ สส.กำแพงเพชร ซึ่งในส่วนของพรรค พปชร.ยังคงย้ำจุดยืนไม่มีแนวคิดทำเรื่องความมั่นคงของประเทศ หรือการยกเลิก หรือแก้ไขมาตรา 112 หากพรรคใดพรรคหนึ่งมีแนวนโยบายดังกล่าวก็ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้
“ทั้งนี้ พรรค พปชร.เน้นย้ำเรื่องความมั่นคง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นหัวใจสำคัญ ของประเทศ และต้องช่วยกันรักษาไว้ ซึ่งการพูดคุยในวันนี้เป็นการหาทางออกในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนแก้ปัญหาบ้านเมือง เพราะหากขาดรัฐบาลนานไป ประชาชนและนักลงทุนก็จะเกิดความกังวล ซึ่งถือว่าเป็นประเด็นสำคัญ โดยเป็นไปตามนโยบายของพรรค พปชร. ที่ต้องการก้าวข้ามความขัดแย้ง ดังนั้นที่เป็นการทำเพื่อบ้านเมืองก็พร้อมพูดคุย ขณะที่ ‘พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ’ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร.รับทราบแล้ว ถือว่าเป็นการทำงานของพรรค”
สันติ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวเห็นด้วยที่พรรคเพื่อไทยเลือกใช้วิธีส่งหนังสือเทียบเชิญไปยังขั้วรัฐบาลเดิม เพื่อร่วมกันหาทางออกประเทศ เพราะทุกพรรคการเมืองต้องมองว่า การขาดรัฐบาลจะส่งผลให้การขับเคลื่อนนโยบายให้กับประชาชน การมี ครม.รักษาการ เป็นไปอย่างเชื่องช้า ไม่สามารถทำอะไรได้มาก เรื่องนี้นักลงทุนย่อมมองทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอยู่
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวอาจจะถูกเทียบเชิญร่วมรัฐบาลด้วยนั้น เลขาฯ พปชร. กล่าวว่า ก็เป็นเพียงกระแสข่าว ตอนนี้ยังไม่มีอะไร ไม่ได้สนใจกระแสข่าวนี้ สนใจแค่ประเทศจะได้รัฐบาลใหม่เมื่อไหร่ และเป็นรัฐบาลที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเป็นรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย ทำเพื่อพี่น้องประชาชน เกิดความมั่นคงในประเทศ
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวออกมาว่า พรรคพลังประชารัฐจะเดินทางมาพูดคุยกับแกนนำพรรคเพื่อไทย ในวันพรุ่งนี้ (23 กรกฎาคม 2566) ในช่วงเวลา 16.00 น. ซึ่งต้องจับตากันต่อไปว่า แกนนำพปชร. จะเดินทางมาภายในเย็นวันนี้หรือไม่



