วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวถึงกรณี ขบวนนักศึกษาแห่งชาติ (Pelajar Kebangsaan) จัดกิจกรรมปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "การกำหนดอนาคตตนเอง (Self Determination) กับสันติภาพปาตานี" และจัดพิมพ์บัตรสอบถามประชามติแยกตัวเป็นเอกราช ณ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566 โดยหัวหน้าพรรคประชาชาติ ย้ำว่า การทำประชามติ ไม่สามารถได้อยู่แล้ว และพรรคฯ ก็ไม่เห็นด้วย เพราะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมืองฯ
ส่วนที่พรรคฯ ส่งชื่อ ผศ.ดร.วรวิทย์ บารู ว่าที่ ส.ส.ปัตตานี ไปเข้าร่วมกิจกรรมนั้น เพราะเป็น ส.ส.ในพื้นที่ และเป็นการจัดกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งคิดว่าคงไม่มีประเด็นอะไร และเชื่อว่ามหาวิทยาลัยจะมีการตรวจสอบอยู่แล้ว และที่ผ่านมา ส.ส.ของพรรคฯ ก็มีการพูดจาปราศรัยกับนักศึกษาในทางวิชาการอยู่หลายครั้ง ก็ไม่มีประเด็นอะไร และครั้งนี้ ก็เห็นว่านักศึกษาน่าจะต้องการขอความรู้ทางวิชาการ เรื่องอนาคตตนเอง โดยมีอาจารย์อื่นๆ ร่วมด้วย
ส่วนเรื่องที่นักศึกษาจัดกิจกรรมขึ้น เราในฐานะพรรคการเมืองผู้เข้าร่วมเท่านั้น เมื่อนักศึกษาอยู่ภายในมหาวิทยาลัย ผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบก็คือมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม เรื่องการทำประชามตินั้น ยืนยันว่า ทำไม่ได้โดยรัฐธรรมนูญและพรรคฯ ไม่ได้สนับสนุนใดๆ การที่ ยามารุดดิน ทรงศิริ รองโฆษกพรรคเป็นธรรม ระบุว่า เป็นเพียงการทำประชามติแยกตามกฎหมาย ไม่ได้ถามความเห็นว่าจะแยกดินแดนหรือไม่นั้น ตนไม่รู้ในรายละเอียด และเป็นความเห็นของส่วนบุคคล แต่สำหรับภาวะพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ตนเป็นหัวหน้าพรรค ไม่ว่าการทำประชามติจะเป็นแบบจำลองหรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้าบ่งบอกเพื่อเป็นเอกราชหรือแบ่งแยกดินแดน ย่อมทำไม่ได้อยู่แล้ว ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้ พรรคฯจึงไม่เห็นด้วยหากจะมีการกระทำดังกล่าว ส่วนบุคคลที่กระทำไป ตนคิดว่าทุกฝ่ายควรพิจารณาว่าใครต้องรับผิดชอบ
"พรรคเพียงแต่ถูกเชิญไปพูดในเชิงวิชาการ ให้ไปร่วมการแสดงความคิดเห็นต่อการทำประชามติว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย และจากการที่ตนสอบถาม ผศ.ดร.วรวิทย์ ทราบว่าเป็นการทำประชามติช่วงเช้า แต่อาจารย์ไปเข้าร่วมช่วงบ่าย 2 แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่ รศ.ดร.มารค ตามไท ทยอยเข้าร่วมงาน และนักการเมืองอีก 2 พรรค ที่ถูกเชิญเข้าร่วมเช่นกัน เมื่อจบเวทีก็กลับ ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมต่อใดๆ ที่นอกเหนือจากนี้ พรรคเราเอาความจริงมาพูด เราเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ เรารู้ดีว่าเราสู้เพื่อสันติสุขของประชาชนให้อยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมให้ได้ เราไม่แบ่งแยก อย่าว่าแต่แบ่งจังหวัดเลย เราไม่แบ่งแยกศาสนา เพราะประเทศต้องสามารถอยู่ร่วมกันให้ได้หลายเชื้อชาติ หลายศาสนา หลายความเชื่อถือ เพื่อสันติสุขประเทศเดินไปข้างหน้า นี่คือจุดยืนของพรรคประชาชาติ" หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุ
เมื่อถามถึงประเด็นกิจกรรมที่ขบวนนักศึกษาแห่งชาติ จัดขึ้น มองเป็นเสรีภาพการแสดงออกทางความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ ได้หรือไม่นั้น วันมูหะมัดนอร์ ตอบว่า "แล้วแต่มุมมอง เสรีภาพต้องใช้ให้เหมาะกับกฎหมายด้วย ถ้าเสรีภาพไปใช้ในทางที่ผิด ก็เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เสรีภาพต้องอยู่ภายใต้กรอบขอบเขตของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่มีเสรีภาพแล้วจะทำอะไรก็ได้"
"ตนคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นักศึกษา ก็คงไม่ได้ต้องการให้นักการเมืองเข้าไปร่วม อาจจะต้องการจำลองเวทีซึ่งก็เป็นกิจกรรมของนักศึกษา เราเข้าใจดี เคยเป็นนักศึกษามาก่อน แต่ว่าพรรคจะไปก้าวล่วงว่ากระทำผิดหรือถูกไม่ได้ เชื่อว่ากิจกรรมนักศึกษาย่อมมีขอบเขตของตัวเองอยู่แล้ว แต่เราก็ต้องเปิดพื้นที่ให้กับนักศึกษา จะไปจำกัดพื้นที่การแสดงความคิดเห็นของนักศึกษาคงไม่ได้ ส่วนจะทำผิดหรือถูกหรือใครต้องรับผิดชอบต่อสาธารณะ เป็นอีกเรื่อง" หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุ
นอกจากนี้ วันมูหะมัดนอร์ ยังปฏิเสธให้ความเห็นว่า หากรัฐบาลหยิบจับเป็นคดีความมั่นคง จะเกิดปัญหาบานปลายมากขึ้นหรือไม่ โดยระบุเพียงว่า เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคง แต่สำหรับพรรคการเมืองเองก็ไม่อยากให้ทุกอย่างบานปลาย เพียงแต่อยากให้ทุกอย่าง บ้านเมืองเรียบร้อยสงบ
ส่วนที่พรรคฯ ส่งชื่อ ผศ.ดร.วรวิทย์ บารู ว่าที่ ส.ส.ปัตตานี ไปเข้าร่วมกิจกรรมนั้น เพราะเป็น ส.ส.ในพื้นที่ และเป็นการจัดกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งคิดว่าคงไม่มีประเด็นอะไร และเชื่อว่ามหาวิทยาลัยจะมีการตรวจสอบอยู่แล้ว และที่ผ่านมา ส.ส.ของพรรคฯ ก็มีการพูดจาปราศรัยกับนักศึกษาในทางวิชาการอยู่หลายครั้ง ก็ไม่มีประเด็นอะไร และครั้งนี้ ก็เห็นว่านักศึกษาน่าจะต้องการขอความรู้ทางวิชาการ เรื่องอนาคตตนเอง โดยมีอาจารย์อื่นๆ ร่วมด้วย
ส่วนเรื่องที่นักศึกษาจัดกิจกรรมขึ้น เราในฐานะพรรคการเมืองผู้เข้าร่วมเท่านั้น เมื่อนักศึกษาอยู่ภายในมหาวิทยาลัย ผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบก็คือมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม เรื่องการทำประชามตินั้น ยืนยันว่า ทำไม่ได้โดยรัฐธรรมนูญและพรรคฯ ไม่ได้สนับสนุนใดๆ การที่ ยามารุดดิน ทรงศิริ รองโฆษกพรรคเป็นธรรม ระบุว่า เป็นเพียงการทำประชามติแยกตามกฎหมาย ไม่ได้ถามความเห็นว่าจะแยกดินแดนหรือไม่นั้น ตนไม่รู้ในรายละเอียด และเป็นความเห็นของส่วนบุคคล แต่สำหรับภาวะพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ตนเป็นหัวหน้าพรรค ไม่ว่าการทำประชามติจะเป็นแบบจำลองหรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้าบ่งบอกเพื่อเป็นเอกราชหรือแบ่งแยกดินแดน ย่อมทำไม่ได้อยู่แล้ว ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้ พรรคฯจึงไม่เห็นด้วยหากจะมีการกระทำดังกล่าว ส่วนบุคคลที่กระทำไป ตนคิดว่าทุกฝ่ายควรพิจารณาว่าใครต้องรับผิดชอบ
"พรรคเพียงแต่ถูกเชิญไปพูดในเชิงวิชาการ ให้ไปร่วมการแสดงความคิดเห็นต่อการทำประชามติว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย และจากการที่ตนสอบถาม ผศ.ดร.วรวิทย์ ทราบว่าเป็นการทำประชามติช่วงเช้า แต่อาจารย์ไปเข้าร่วมช่วงบ่าย 2 แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่ รศ.ดร.มารค ตามไท ทยอยเข้าร่วมงาน และนักการเมืองอีก 2 พรรค ที่ถูกเชิญเข้าร่วมเช่นกัน เมื่อจบเวทีก็กลับ ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมต่อใดๆ ที่นอกเหนือจากนี้ พรรคเราเอาความจริงมาพูด เราเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ เรารู้ดีว่าเราสู้เพื่อสันติสุขของประชาชนให้อยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมให้ได้ เราไม่แบ่งแยก อย่าว่าแต่แบ่งจังหวัดเลย เราไม่แบ่งแยกศาสนา เพราะประเทศต้องสามารถอยู่ร่วมกันให้ได้หลายเชื้อชาติ หลายศาสนา หลายความเชื่อถือ เพื่อสันติสุขประเทศเดินไปข้างหน้า นี่คือจุดยืนของพรรคประชาชาติ" หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุ
เมื่อถามถึงประเด็นกิจกรรมที่ขบวนนักศึกษาแห่งชาติ จัดขึ้น มองเป็นเสรีภาพการแสดงออกทางความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ ได้หรือไม่นั้น วันมูหะมัดนอร์ ตอบว่า "แล้วแต่มุมมอง เสรีภาพต้องใช้ให้เหมาะกับกฎหมายด้วย ถ้าเสรีภาพไปใช้ในทางที่ผิด ก็เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เสรีภาพต้องอยู่ภายใต้กรอบขอบเขตของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่มีเสรีภาพแล้วจะทำอะไรก็ได้"
"ตนคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นักศึกษา ก็คงไม่ได้ต้องการให้นักการเมืองเข้าไปร่วม อาจจะต้องการจำลองเวทีซึ่งก็เป็นกิจกรรมของนักศึกษา เราเข้าใจดี เคยเป็นนักศึกษามาก่อน แต่ว่าพรรคจะไปก้าวล่วงว่ากระทำผิดหรือถูกไม่ได้ เชื่อว่ากิจกรรมนักศึกษาย่อมมีขอบเขตของตัวเองอยู่แล้ว แต่เราก็ต้องเปิดพื้นที่ให้กับนักศึกษา จะไปจำกัดพื้นที่การแสดงความคิดเห็นของนักศึกษาคงไม่ได้ ส่วนจะทำผิดหรือถูกหรือใครต้องรับผิดชอบต่อสาธารณะ เป็นอีกเรื่อง" หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุ
นอกจากนี้ วันมูหะมัดนอร์ ยังปฏิเสธให้ความเห็นว่า หากรัฐบาลหยิบจับเป็นคดีความมั่นคง จะเกิดปัญหาบานปลายมากขึ้นหรือไม่ โดยระบุเพียงว่า เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคง แต่สำหรับพรรคการเมืองเองก็ไม่อยากให้ทุกอย่างบานปลาย เพียงแต่อยากให้ทุกอย่าง บ้านเมืองเรียบร้อยสงบ



