รัฐสภา (6 กันยายน 2566) กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ โฆษกพรรคประชาชาติ (ปช.) พร้อม สส.พรรค แถลงข่าวต่อกรณีที่ ณฐพร โตประยูร ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคประชาชาติ กรณีมีพฤติกรรมล้มล้างการปกครอง ปมเข้าร่วมเวทีเสวนาของกลุ่มขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ ที่พบว่ามีข้อเสนอให้ทำประชามติเรียกร้องเอกราชปัตตานี
โฆษกพรรค ปช. กล่าวว่า การจัดงานเวทีของขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ (Pelajar Bangsa) เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566 เพื่อทำเวทีประชามติแบ่งแยกดินแดน ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ทางพรรคประชาชาติไม่ได้เป็นผู้ร่วมจัดงานแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงผู้ได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรบนเวทีในช่วงบ่าย
ซึ่งทางพรรคได้มอบหมายให้ วรวิทย์ บารู สส.เขต 1 จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นอดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ไปเป็นวิทยากรแทน โดยได้เดินทางไปในช่วงบ่าย และไม่ทราบว่าช่วงเช้าของวันนั้นมีการจัดทำประชามติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
โดยในการไปเป็นวิทยากรบนเวที วรวิทย์ ก็ไม่ได้กล่าวถึงหรือพูดถึงการทำประชามติเกี่ยวกับการแบ่งแยกดินแดนแต่อย่างใด อีกทั้งนับแต่เกิดเหตุการณ์และเป็นข่าวก่อนหน้านี้ นายวรวิทย์ ก็ได้ไปชี้แจ้งต่อฝ่ายสอบสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียบร้อยแล้ว ประกอบกับจนถึงบัดนี้ทางพรรค และนายวรวิทย์ ก็ไม่ได้มีหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา หรือแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความผิดล้มล้างการปกครอง หรือการปลุกระดมใดๆ ทั้งสิ้น
“ทางพรรคประชาชาติขอยืนยันว่า การดำเนินกิจการของพรรคตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พรรคสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีนโยบายอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด” โฆษกพรรค ปช.กล่าว
พร้อมทั้งกล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางพรรค ปช.ทราบตามข่าวว่า นายณฐพร ไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 5 กันยายน โดยสรุปของพฤติการณ์ที่อ้างว่าพรรคประชาชาติมีเจตนาล้มล้างการปกครองเพียงเท่านั้น ส่วนรายละเอียดที่นายณฐพรอ้างในคำร้องว่ามีพฤติการณ์อะไรบ้าง เราก็พร้อมที่จะชี้แจง และมั่นใจว่าการดำเนินการของพรรคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา เราไม่ได้ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
“เท่าที่ทราบวันนั้นมีตัวแทนจากพรรคเป็นธรรม (ปธ.) ส่วนพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เขาได้รับคำเชิญแต่ทางพรรคก้าวไกลไม่ได้ร่วมด้วย และมีตัวแทนจากพรรคประชาชาติโดยสรุปแล้วมีเพียง 2 พรรคที่เข้าร่วม ฝั่ง นายณฐพร อ้างเหตุพฤติการณ์อะไร ขอดูคำร้องที่ยื่นไปให้ศาลฯ หากกรณีที่ศาลฯ รับก็ต้องส่งให้พรรคชี้แจง เราก็ชี้แจงตามนั้น”
โฆษกพรรค ปช. กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวไม่ได้กังวล เรามั่นใจการทำงานของพรรคประชาชาติมาโดยตลอดระยะเวลา 4-5 ปี เรามองว่า ประเด็นเหล่านี้เราไม่ทราบเจตนาที่แท้จริงของคนที่ร้องว่าเป็นอย่างไร แต่การกล่าวหาใครว่าต้องการล้มล้างการปกครองตนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องพิสูจน์ให้เห็นถึงเจตนาอย่างแท้จริง
“เรายืนยันมาโดยตลอดว่าพรรคประชาชาติไม่ว่าจะเป็นอดีตหัวหน้าพรรคอย่าง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ก็อยู่ในวงการการเมืองมากว่า 40 กว่าปี ก็อยู่ในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมาโดยตลอด 4 ปีที่เราทำหน้าที่ฝ่ายค้านเราก็อยู่เคียงข้างประชาชน ไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครอง”
เมื่อถามว่า มองว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ โฆษกพรรค ปช. กล่าวว่า ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเจตนาที่แท้จริงเป็นอย่างไร เพราะถ้าดูพฤติการณ์ปกติที่เราดำเนินการในวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา เราถือว่าเป็นการดำเนินการปกติในฐานะพรรคการเมือง
โฆษกพรรค ปช. กล่าวว่า การจัดงานเวทีของขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ (Pelajar Bangsa) เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566 เพื่อทำเวทีประชามติแบ่งแยกดินแดน ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ทางพรรคประชาชาติไม่ได้เป็นผู้ร่วมจัดงานแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงผู้ได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรบนเวทีในช่วงบ่าย
ซึ่งทางพรรคได้มอบหมายให้ วรวิทย์ บารู สส.เขต 1 จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นอดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ไปเป็นวิทยากรแทน โดยได้เดินทางไปในช่วงบ่าย และไม่ทราบว่าช่วงเช้าของวันนั้นมีการจัดทำประชามติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
โดยในการไปเป็นวิทยากรบนเวที วรวิทย์ ก็ไม่ได้กล่าวถึงหรือพูดถึงการทำประชามติเกี่ยวกับการแบ่งแยกดินแดนแต่อย่างใด อีกทั้งนับแต่เกิดเหตุการณ์และเป็นข่าวก่อนหน้านี้ นายวรวิทย์ ก็ได้ไปชี้แจ้งต่อฝ่ายสอบสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียบร้อยแล้ว ประกอบกับจนถึงบัดนี้ทางพรรค และนายวรวิทย์ ก็ไม่ได้มีหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา หรือแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความผิดล้มล้างการปกครอง หรือการปลุกระดมใดๆ ทั้งสิ้น
“ทางพรรคประชาชาติขอยืนยันว่า การดำเนินกิจการของพรรคตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พรรคสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีนโยบายอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด” โฆษกพรรค ปช.กล่าว
พร้อมทั้งกล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางพรรค ปช.ทราบตามข่าวว่า นายณฐพร ไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 5 กันยายน โดยสรุปของพฤติการณ์ที่อ้างว่าพรรคประชาชาติมีเจตนาล้มล้างการปกครองเพียงเท่านั้น ส่วนรายละเอียดที่นายณฐพรอ้างในคำร้องว่ามีพฤติการณ์อะไรบ้าง เราก็พร้อมที่จะชี้แจง และมั่นใจว่าการดำเนินการของพรรคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา เราไม่ได้ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
“เท่าที่ทราบวันนั้นมีตัวแทนจากพรรคเป็นธรรม (ปธ.) ส่วนพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เขาได้รับคำเชิญแต่ทางพรรคก้าวไกลไม่ได้ร่วมด้วย และมีตัวแทนจากพรรคประชาชาติโดยสรุปแล้วมีเพียง 2 พรรคที่เข้าร่วม ฝั่ง นายณฐพร อ้างเหตุพฤติการณ์อะไร ขอดูคำร้องที่ยื่นไปให้ศาลฯ หากกรณีที่ศาลฯ รับก็ต้องส่งให้พรรคชี้แจง เราก็ชี้แจงตามนั้น”
โฆษกพรรค ปช. กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวไม่ได้กังวล เรามั่นใจการทำงานของพรรคประชาชาติมาโดยตลอดระยะเวลา 4-5 ปี เรามองว่า ประเด็นเหล่านี้เราไม่ทราบเจตนาที่แท้จริงของคนที่ร้องว่าเป็นอย่างไร แต่การกล่าวหาใครว่าต้องการล้มล้างการปกครองตนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องพิสูจน์ให้เห็นถึงเจตนาอย่างแท้จริง
“เรายืนยันมาโดยตลอดว่าพรรคประชาชาติไม่ว่าจะเป็นอดีตหัวหน้าพรรคอย่าง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ก็อยู่ในวงการการเมืองมากว่า 40 กว่าปี ก็อยู่ในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมาโดยตลอด 4 ปีที่เราทำหน้าที่ฝ่ายค้านเราก็อยู่เคียงข้างประชาชน ไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครอง”
เมื่อถามว่า มองว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ โฆษกพรรค ปช. กล่าวว่า ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเจตนาที่แท้จริงเป็นอย่างไร เพราะถ้าดูพฤติการณ์ปกติที่เราดำเนินการในวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา เราถือว่าเป็นการดำเนินการปกติในฐานะพรรคการเมือง




