สกลธี ภัททิยกุล หัวหน้าทีม กทม. พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันเวทีปราศรัยที่ลานคนเมือง ศาลาว่ากรุงเทพมหานคร ในวันเสาร์ที่ 18 มีนาคมนี้ มีความพร้อมหมดแล้ว ขณะนี้กำลังเตรียมประชุมเกี่ยวกับการวางตัว และดูแลเรื่องแสง สี เสียง พร้อมยืนยัน การจัดตัวผู้สมัคร ส.ส. ขณะนี้ครบแล้ว และมีเกินด้วยซ้ำ ซึ่งกำลังรอการแบ่งเขตของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ชัดเจนก่อน ก็จะสามารถจัดคนลงได้ทันที
สำหรับขุนพลปราศรัยบนเวที ได้มีการจัดไว้หมดแล้ว ถือเป็นขุนพลที่สำคัญที่จะมาพูดถึงนโยบายเฉพาะในพื้นที่ กทม. โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจปากท้องและเรื่องขนส่งสาธารณะ เพราะจากที่ทำโพลมา ปัญหาอันดับ 1 ใน กทม. คือปัญหาด้านการจราจร-รถติด ซึ่งต้องอาศัยภาพรวมและความร่วมมือหลายฝ่าย ทั้งนี้ ได้เตรียมเก้าอี้สำหรับประชาชนที่จะมาฟังการปราศรัยไว้ประมาณ 3 พัน ซึ่งพื้นที่จุดนี้ไม่ได้ใหญ่มาก ถ้ารวมประชาชนที่ยืนด้วย ก็น่าจะมีประมาณ 5 พันคน
สกลธี ยืนยันด้วยว่า ไม่มีความกดดันในฐานะที่กำกับดูแลพื้นที่ กทม. แม้พรรคเพื่อไทยก็เตรียมจัดปราศรัยในวันที่ 17 มีนาคม ตัดหน้าการปราศรัยของพรรคพลังประชารัฐ 1 วัน
“เราทำของเราให้ดีที่สุด ซึ่งนโยบายส่วนใหญ่ของ กทม. ก็มีไม่กี่เรื่อง เพราะฉะนั้น นโยบายของแต่ละพรรคก็อาจจะซ้ำกันบ้าง สำหรับของพรรคพลังประชารัฐ จะเน้นปัญหาเรื่องปากท้อง และภาพรวมของ กทม. เป็นหลัก พรรคพลังประชารัฐจะไม่ทำนโยบายแบบย่อยๆ เล็กๆ แต่จะทำนโยบายเป็นภาพใหญ่ๆ เพื่อการพัฒนา กทม. และพื้นที่รอบๆ” สกลธี กล่าว
ส่วนเมื่อถามว่า ในฐานะที่ดูแลพื้นที่ กทม. คาดว่าพื้นที่ไหนที่มีแนวโน้มจะได้ผู้สมัครเข้ามาบ้าง สกลธี ตอบว่า ความจริงก็หวังทั้งหมด แต่หากมองในแง่ความเป็นจริง คิดว่าน่าจะได้ใกล้เคียงกับของเดิมคือ 12 ที่นั่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเวทีปราศรัยที่ลานคนเมือง พรรคพลังประชารัฐ มีการวางตัวขุนพลปราศรัย ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ในฐานะหัวหน้าทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม., อุตตม สาวนายน, มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ทีมเศรษฐกิจพรรค, สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค และ สกลธี ภัททิยกุล หัวหน้าทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. และจะมีการแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ทั้ง 33 คนด้วย
สำหรับขุนพลปราศรัยบนเวที ได้มีการจัดไว้หมดแล้ว ถือเป็นขุนพลที่สำคัญที่จะมาพูดถึงนโยบายเฉพาะในพื้นที่ กทม. โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจปากท้องและเรื่องขนส่งสาธารณะ เพราะจากที่ทำโพลมา ปัญหาอันดับ 1 ใน กทม. คือปัญหาด้านการจราจร-รถติด ซึ่งต้องอาศัยภาพรวมและความร่วมมือหลายฝ่าย ทั้งนี้ ได้เตรียมเก้าอี้สำหรับประชาชนที่จะมาฟังการปราศรัยไว้ประมาณ 3 พัน ซึ่งพื้นที่จุดนี้ไม่ได้ใหญ่มาก ถ้ารวมประชาชนที่ยืนด้วย ก็น่าจะมีประมาณ 5 พันคน
สกลธี ยืนยันด้วยว่า ไม่มีความกดดันในฐานะที่กำกับดูแลพื้นที่ กทม. แม้พรรคเพื่อไทยก็เตรียมจัดปราศรัยในวันที่ 17 มีนาคม ตัดหน้าการปราศรัยของพรรคพลังประชารัฐ 1 วัน
“เราทำของเราให้ดีที่สุด ซึ่งนโยบายส่วนใหญ่ของ กทม. ก็มีไม่กี่เรื่อง เพราะฉะนั้น นโยบายของแต่ละพรรคก็อาจจะซ้ำกันบ้าง สำหรับของพรรคพลังประชารัฐ จะเน้นปัญหาเรื่องปากท้อง และภาพรวมของ กทม. เป็นหลัก พรรคพลังประชารัฐจะไม่ทำนโยบายแบบย่อยๆ เล็กๆ แต่จะทำนโยบายเป็นภาพใหญ่ๆ เพื่อการพัฒนา กทม. และพื้นที่รอบๆ” สกลธี กล่าว
ส่วนเมื่อถามว่า ในฐานะที่ดูแลพื้นที่ กทม. คาดว่าพื้นที่ไหนที่มีแนวโน้มจะได้ผู้สมัครเข้ามาบ้าง สกลธี ตอบว่า ความจริงก็หวังทั้งหมด แต่หากมองในแง่ความเป็นจริง คิดว่าน่าจะได้ใกล้เคียงกับของเดิมคือ 12 ที่นั่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเวทีปราศรัยที่ลานคนเมือง พรรคพลังประชารัฐ มีการวางตัวขุนพลปราศรัย ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ในฐานะหัวหน้าทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม., อุตตม สาวนายน, มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ทีมเศรษฐกิจพรรค, สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค และ สกลธี ภัททิยกุล หัวหน้าทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. และจะมีการแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ทั้ง 33 คนด้วย



