‘ภราดร ปริศนานันทกุล’ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวสรุปอภิปรายร่างของพรรคภูมิใจไทย ว่า เชื่อว่า การลงมติครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญเดินหน้าสู่การแก้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ ถ้าทุกคนร่วมมือกันอย่างจริงจัง และจริงใจ อุปสรรคใหญ่การแก้รัฐธรรมนูญคือ การที่กมธ.มีเวลา 40 วัน ในการพิจารณาความเห็นไม่ตรงกันใน 3 ร่าง หากไม่เกิดความรอมชอม ก็จะไม่สำเร็จ ตลอดจนความเห็นต่างในร่างพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน ที่ไม่ระบุชัดเจนจะไม่แก้ไขหมวด 1 และ 2 ในรัฐธรรมนูญ และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า ห้ามประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง
ส่วนร่างพรรคภูมิใจไทยนั้น หลายฝ่ายกังวลขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้รัฐธรรมนูญ ขอยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยต้องการให้ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่ติดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ร่างของพรรคภูมิใจไทยจึงให้รัฐสภาเป็นผู้เลือกส.ส.ร.แทน นอกจากนี้ยังมีความกังวลว่า ร่างของพรรคภูมิใจไทยจะทำให้ได้ส.ส.ร.หรือรัฐธรรมนูญสีน้ำเงินนั้น พรรคภูมิใจไทยไม่ยึดติดร่างของตัวเอง กรณีที่กังวลเรื่องประชาชนไม่มีส่วนร่วมนั้น เราพร้อมให้ใช้นำตัวแทนประชาชน เช่น อบต. เทศบาล สท. นายกอบต. มาเลือกส.ส.ร.จังหวัด อาจจะให้เลือกมา 300 คน ตามโมเดลพรรคเพื่อไทย แล้วส่งให้รัฐสภาเลือกให้เหลือ 100 คน ถือเป็นการถอยโดยใช้ส่วนผสมพรรคเพื่อไทยมารวมด้วย
"นี่คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่า มีเจตนาตั้งใจให้การแก้รัฐธรรมนูญลุล่วงถึงปลายทาง อะไรเป็นอุปสรรคพร้อมถอย ลดความกังวลของเพื่อนสมาชิก ถ้าถอยคนละก้าวก็เดินไปด้วยกันได้ ไม่อยากให้ความตั้งใจแก้รัฐธรรมนูญสะดุด เพราะความกังวลใจของสมาชิก ขอให้ช่วยรับหลักการทั้ง 3 ร่าง เป็นจุดเริ่มต้นความสามัคคี ปรองดอง อะไรไม่เห็นด้วยเก็บใส่กระเป๋า แล้วไปแสวงหาจุดร่วมในชั้นกมธ. ให้คำมั่นสัญญาจะทำเต็มที่ แต่ภูมิใจไทยและพรรคร่วมรัฐบาลมีแค่ 140 กว่าเสียง ต้องขอความร่วมมือจากฝ่ายค้าน สว.ด้วย อย่าทำให้ความคาดหวังของประชาชนสะดุด เพราะทิฐิความคิดของตัวเองดีที่สุด อยากให้ได้รัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน มีประชาชนเป็นหุ้นส่วนประเทศ"
— ภราดร กล่า




