คุยอะไรกับ ‘ทักษิณ’? การเมืองแบบ ‘พรรคบรรหาร’

1 ส.ค. 2566 - 15:17

  • ‘ประภัตร’ แจงบินพบ ‘ทักษิณ’ คุยไทม์ไลน์กลับไทย-พร้อมติดคุก ย้ำสัมพันธ์ปึ๊ก ‘เพื่อไทย-ชาติไทยพัฒนา’ ให้จับตาการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้

Prapat_Chartpattana_Pheuthai_Deal_HK_Government_SPACEBAR_Hero_e222f1f7a4.jpeg
ประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ชี้แจงกรณีเดินทางไปร่วมงานวันเกิด ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ฮ่องกง ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ว่า ตนไปในฐานะเพื่อนเก่า ที่มีความผูกพัน เมื่อถึงคราววันคล้ายวันเกิดทักษิณ ตนจึงไปเยี่ยม ไปให้กำลังใจ ไม่ว่าอยู่ประเทศไหน ในปีนี้ที่ไปร่วมอวยพรในหมู่คณะเพื่อนๆ ตนไปคนเดียว ในฐานะเพื่อน และทักษิณ พูดถึงสถานการณ์ที่จะกลับมาเยี่ยมหลาน 

“ส่วนแนวทางการกลับบ้านนั้น ทักษิณ บอกว่าจะมาเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว และลงที่สนามบินดอนเมือง หลังจากนั้นไปศาล และหากจะไปเข้าคุก ยินดีปฏิบัติ” ประภัตร กล่าว 

ประภัตร กล่าวด้วยว่า การไปพบนายทักษิณนั้นไม่มีการพูดถึงดีลการเมืองใดๆ ส่วนเรื่องการเมืองนั้นในวันที่ 4 สิงหาคม จะรู้ว่าการเมืองเป็นอย่างไร ในความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคชาติไทยพัฒนานั้น ทักษิณได้พูดถึงเรื่องในอดีตตั้งแต่ที่ทำงานร่วมกัน บรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ และหัวหน้าพรรคชาติไทย จนถึงรุ่น วราวุธ แต่ละช่วงมีตนเป็นเลขาธิการพรรคมาตลอด ถือว่ามีความสัมพันธ์แนบแน่นในช่วงที่ทักษิณมีปัญหาทางการเมืองได้มาพักผ่อนที่ จ.สุพรรณบุรี ทักษิณยังเล่าว่าเคยถูกกล่าวหากับตนว่าขายชาติ หลังจากที่เชิญซาอุดีอาระเบียมาดูการทำนาที่บ้านควาย จ.สุพรรณบุรี เป็นการเล่าความหลังมากกกว่าเพราะต่างคนต่างอายุเยอะแล้ว 

“ทุกวันนี้ ถามใคร ก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่มีใครรู้ถึงความชัดเจนว่าใครจะรวมตัวเป็นรัฐบาล แม้แต่ผมยังตอบไม่ได้ เพราะไม่มีการประชุมพรรค จึงไม่ทราบว่าวราวุธ หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา มีแนวทางอย่างไร” ประภัตร กล่าว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เจอคนจากพรรคอื่นไปคุยกับทักษิณด้วยหรือไม่ ประภัตร กล่าวว่า ตนไม่เห็น เพราะเป็นการคุยในห้อง จึงไม่ทราบว่าใครนั่งห้องไหนบ้าง ตนฐานะเพื่อนเก่าพูดคุยกันถึง 2 ชั่วโมง 

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการเชื้อเชิญร่วมงานทางการเมืองในอนาคตหรือไม่ นายประภัตร กล่าวว่า พรรคการเมืองทำงานรับใช้ประชาชนต่างต้องการร่วมรัฐบาลกันทุกพรรค แต่การรวมกันอย่างไรพรรคเล็ก อย่างพรรคชาติไทยพัฒนา ตอบไม่ได้เพราะไม่ใช่แกนนำ 

ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าพรรคชาติไทยพัฒนาจะเป็นร่วมรัฐบาลต่อไปใช่หรือไม่ ประภัตร กล่าวว่า วันนี้ตนยังไม่ทราบว่าใครเป็นใครบ้าง เพราะตัวเลขจะปรากฏหลังการเลือกนายกฯ เป็นประเพณีทางการเมือง เมื่อใครพรรคไหนได้เป็นนายกฯ เขาจะเชิญพรรคอื่นๆ เข้าร่วมรัฐบาล ไม่มีใครที่ยกมือโดยไม่มีการเชื้อเชิญหรือจะยกมือโดยส่วนตัว ตนมองว่าไม่ได้ เพราะการเมืองต้องมีการเจรจา 

เมื่อถามว่าล่าสุดที่คุยกับพรรคเพื่อไทยสัญญาณทิศทางการเมืองเป็นไปในทิศทางบวกระดับใด ประภัตร กล่าวว่า เป็นไปในทิศทางบวก พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นพรรคเล็ก ไม่มีปัญหากับใคร ไม่มีศัตรู หรือเป็นอริกับใคร ส่วนจะเป็นพรรคเนื้อหอมหรือไม่ตนไม่ทราบ แต่วันนี้กลิ่นตัวตนแรง รับแขกเยอะ 

เมื่อถามถึงกรณีที่คลิปของ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ระบุหนุนแก้มาตรา 112 นั้น หากเสนอชื่อนายเศรษฐาเป็นนายกฯ พรรคชาติไทยพัฒนาจะยอมรับได้หรือไม่ นายประภัตร กล่าวว่า ไม่ได้พูดกันถึงจุดนั้น รอฟังพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ที่จะประชุมร่วมกัน 8 พรรคเสียก่อน ว่ามีแนวทางอย่างไร แล้วจะรอรับฟัง ประชุมภายในพรรคชาติไทยพัฒนา 

ส่วนสูตร 8+2 ที่ออกมาจะเป็นไปได้หรือไม่นั้น ตนมองว่าการเมืองอะไรเกิดขึ้นได้ทุกอย่าง จากประสบการณ์ที่มีมาการเมืองเป็นเรื่องการเจรจาตกลง เรื่องผลประโยชน์ว่าใครจะทำงานอะไรได้ ดังนั้นไม่ต้องสนใจว่าสูตรนั้นจะมีหรือสูตรนั้นจะมา ซึ่งไม่มีใครรู้จริง เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามการโหวตนายกฯ วันที่ 4 สิงหาคม จะฉลุยหรือไม่ตนไม่แน่ใจ พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นพรรคเล็ก แค่ 10 เสียง ดังนั้นต้องฟังพรรคใหญ่ก่อนว่าตกลงกันอย่างไร 

“เรา 10 เสียง เป็นตัวไปร่วมกับเขา หากนโยบายไปกันได้ ส่วนจะได้โควตารัฐมนตรีถึง 2 ที่หรือไม่นั้น ยังไม่เคยคุยกันเพราะไม่รู้ว่าจะโหวตนายกฯ กันกี่ร้อยเสียง ทั้งนี้สูตร 8+2 ผมไม่รู้ เห็นเขาเชิญไปคุยทุกพรรค เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าเขาจะเอาแค่ 2 พรรค ดังนั้นเป็นไปไม่ได้” นายประภัตร กล่าว 

ผู้สื่อข่าวถามว่าจุดยืนของพรรคชาติไทยพัฒนากับพรรคก้าวไกล ไปด้วยกันได้หรือไม่ ประภัตร กล่าวว่า หัวหน้าพรรคพูดชัดเจนว่าไม่มีการแก้มาตรา 112  หากพรรคก้าวไกลยืนกรานว่าจะแก้ ปรับปรุง ปฏิรูป มาตรา 112 ชัดเจนว่าไปด้วยกันไม่ได้ 

เมื่อถามถึงกรณีที่ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองนำภาพขณะเดินทางไปฮ่องกงมาเปิดเผยต่อสาธารณะว่าเป็นการดีลลับทางการเมือง  รู้สึกโกรธ ชูวิทย์ หรือไม่ ประภัตร กล่าวว่า ไม่เคยโกรธเพราะตนไม่ได้ดูข่าว และไม่เห็นข่าวนั้นเพราะตามข่าวไม่ทัน จึงไม่ดูดีกว่า ทั้งนี้ตนกับชูวิทย์สนิทกันเขาเป็นเขยสุพรรณบุรี หลังสุดเจอกันเมื่อ  2 เดือนที่แล้ว พูดคุยกันดี ไม่มีอะไร ไม่เคยโกรธ เนื่องจากชีวิตตนไม่เคยโกรธใคร นอกจากโกรธตัวเองที่ไปไม่ทันเขา 

เมื่อถามย้ำว่า ไปไม่ทันเขา หมายถึงไปฮ่องกงใช่หรือไม่ ประภัตร กล่าวติดตลกว่า “ฮ่องกงไปก่อนเขา” 

ประภัตร ยังกล่าวขอบคุณพี่น้องชาวสุพรรณบุรี ที่มาอวยพรวันเกิด ในวัย 74 ปี ซึ่งตนได้รับกำลังใจจากทุกฝ่าย และต้องขอบคุณเขาที่เลือกเราเข้าสภาเป็นปีที่ 48 

เมื่อถามว่า ปีนี้ ขอพรวันเกิดอะไรนั้น ประภัตร ระบุว่า 1.ขอให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง  2.ในทางการเมืองขอให้ยิ่งใหญ่ สมหวัง 3.ขอให้ทำทุกสิ่งทุกอย่าง แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราอยากเห็น น้ำต้องพอให้พี่น้องทำเกษตรกรรมได้ และขอให้ราคาพืชผลทางการเกษตรดีขึ้น วันนี้ประชาชนที่มาอวยพรวันเกิดเราก็ขอให้ได้น้ำทำนา 

เมื่อถามว่า แล้วไม่ขอเป็นรัฐบาลหรือ ประภัตร กล่าวว่า ก็ต้องสอดคล้อง เพราะการเป็นรัฐบาล น้ำก็มาเยอะขึ้น ก่อนที่จะหัวเราะลั่น 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์