ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวถึงความคืบหน้าหลังแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับธุรกิจออนไลน์ และได้ตั้งคณะอนุกรรมการมาตรวจสอบว่า ยังไม่ได้มีการรายงานความคืบหน้า แต่ได้สั่งการให้คณะกรรมการมารายงานภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งอยู่ระหว่างการทำงาน
ส่วนกรณีการโยกย้ายสกุลเงินดิจิทัล ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะดำเนินการได้อย่างไรบ้าง ประเสริฐ ระบุว่า ได้ให้ทาง ปปง. ติดตามตรวจสอบอยู่ ซึ่งเมื่อวานก็ได้พูดคุยกัน พบว่ามีเส้นทางการเงินและมีบุคคลเกี่ยวข้องจำนวนมากนับได้หลักแสนคน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องใช้เวลา ก่อนยืนยันว่า กฎหมายของไทยสามารถไปถึงได้ ไม่ใช่เรื่องที่กฎหมายไปไม่ถึง เป็นการบังคับใช้กฎหมายตามข้อกล่าวหาเนื่องจากมีผู้เสียหายมาร้องทุกข์กล่าวโทษ พร้อมระบุว่าจะใช้เวลาไม่นานในการแกะเส้นทางการเงิน เพราะได้ทำงานร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางด้วย ตนเชื่อว่าตำรวจก็เร่งดำเนินการอยู่ ส่วนคณะกรรมการหาข้อเท็จจริงที่เราตั้งขึ้นให้เวลา 30 วัน ก็เร่งทำงานอยู่เช่นเดียวกัน ทั้งคู่ต้องทำงานร่วมกัน และต้องมีการรายงานชี้แจงให้ประชาชนรับทราบ
เมื่อถามถึงเจ้าหน้าที่ใน สคบ. ที่มีส่วนในการให้บริษัทดิไอคอนกรุ๊ป จดทะเบียน จะมีการติดตามอย่างไร ประเสริฐ บอกว่า ขอให้มีความชัดเจนว่าเป็นใคร ตอนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน ทั้งส่วนของ สคบ. และส่วนใดที่เกี่ยวข้องที่มีข่าวปรากฏก็ตามอยู่ รวมถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรรมาธิการด้วย
ส่วนนอกจากนักการเมืองที่เป็นข่าวแล้ว ยังมีเพิ่มอีกหรือไม่นั้น ประเสริฐ กล่าวว่า เรายังระบุไม่ได้ ต้องได้ข้อมูลที่เพียงพอก่อน เราก็ต้องแกะเส้นทางการเงิน เพื่อเชื่อมโยงคนเกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย
ทั้งนี้ กรณีที่มีรายชื่อเจ้าหน้าใน สคบ. ปรากฏตามข่าวว่าเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าว จะต้องสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนหรือไม่นั้น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จิราพร สินธุไพร เป็นผู้กำกับดูแลที่ต้องดูตรงนี้ คิดว่า คงไม่ปล่อยให้เกิดความเสียหาย และที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะสืบไปไม่ถึงบิ๊กบอสที่เรียกว่าเทวดารายใหญ่ ก็ยืนยันว่าไม่ต้องห่วง รัฐบาลให้ความมั่นใจ ถ้าสาวไปถึงใครไม่ว่าจะนักการเมือง ข้าราชการ เอกชน หรือดารารายใดก็ตามที่เกี่ยวข้อง คนนั้นก็ต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหนและเชื่อว่าจะขยายไปถึงแม่ค่ายต่างๆ เราดำเนินการอยู่
ประเสริฐ ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตั้งคณะกรรมการสอบสวน 6 คำร้องพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาล ว่า ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กระทำการครอบงำ พรรคกังวลหรือไม่ ว่า ไม่ได้กังวล เพราะดูรายละเอียดที่กล่าวหาแล้ว ไม่ได้ตรงกับข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยมีทีมกฎหมายที่จะแก้ข้อกล่าวหาเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว โดยมอบหมายให้ ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดำเนินการ
นอกจากนี้ ประเสริฐ ยังไม่อยากให้มองว่า ที่ผ่านมาทีมกฎหมายของพรรคเพื่อไทย ดูเหมือนจะแพ้คดีมาโดยตลอด เพราะที่สำเร็จก็มีหลายเรื่อง คิดว่า ศาลและกระบวนการยุติธรรม จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ดังนั้น ขอให้ดูหลักฐานเป็นหลัก ไม่อยากให้คิดว่าอะไรจะเกิดขึ้น ส่วนคำร้องที่โยงไปถึง 6 พรรคร่วมรัฐบาล เชื่อว่า สามารถชี้แจงได้อยู่แล้ว ซึ่งยอมรับว่าในพรรคร่วมฯ มีการพูดถึงเรื่องนี้
เมื่อถามว่า ในวงดินเนอร์พรรคร่วมฯ จะมีการพูดคุยเรื่องนี้หรือไม่ ประเสริฐ กล่าวว่า นักการเมืองเจอกัน ก็ไม่พ้นคุยเรื่องการเมือง ทานข้าวเสร็จก็มาคุยเรื่องการบริหารประเทศ และปัญหาของประชาชน ไม่อยากให้คิดว่ามาคุยเรื่องลับอะไร ส่วนจะพูดคุยเรื่องร่างศึกษา การนิรโทษกรรมด้วยหรือไม่นั้น พรรคการเมืองมีทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร อะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ก็คงจะพูดคุยกันได้ ส่วนพรรคเพื่อไทยจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างไร จะถอนร่างรายงานหรือไม่นั้น ก็อยู่ระหว่างการหารือ และยืนยันว่า เรื่องนี้จะไม่เป็นปมปัญหาของพรรคร่วมฯ รัฐบาลยังแน่นแฟ้น รักกัน
ทั้งนี้ สับสนหรือไม่ เพราะตอนตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาเรื่องนิรโทษกรรม เห็นพร้อมกัน แต่พอเสนอรายงาน พรรคร่วมฯ กลับเป็นฝ่ายไม่รับเอง ประเสริฐ กล่าวว่า เป็นเอกสิทธิ์ของ สส. หลายเรื่องที่เข้าไปในสภา ก็เคยมีความเห็นที่ไม่ตรงกัน จึงไม่อยากให้มองเป็นเรื่องแปลก เพราะต่างฝ่ายก็มีความหวังดี ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล




