ประเสริฐ จันทรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง กรณีที่ 7 พรรคการเมือง เสนอญัตติด่วน เพื่อให้สภาฯ พิจารณามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาที่เพาะปลูกข้าว เนื่องจากราคาตกต่ำ เกี่ยวข้องกับการเขย่าเก้าอี้รัฐมนตรี ของ พิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หรือไม่ ว่า ต้องแยกประเด็น เพราะที่มีการเสนอญัตตินี้ขึ้นมา เนื่องจากว่า สส.ไปรับฟังปัญหามาจากประขาชน โดยเฉพาะราคาข้าว ที่สะท้อนมาจากหลายจังหวัด และเห็นว่า พรรคแต่ละพรรค น่าจะเห็นพ้องต้องกัน เพราะปัญหาเหล่านี้ต้องนำมาพูดกันในเวทีของสภาฯ เพื่อให้ฝ่ายบริหารได้รับทราบและแก้ไข
ส่วนจะเกี่ยวข้องกับการปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ประเสริฐ มองว่า ไม่น่าเกี่ยวข้องกัน เพราะเมื่อมีปัญหาก็แก้ไขกันไป เมื่อฝ่ายนิติบัญญัติรับฟังปัญหามาก็สะท้อนให้ฝ่ายบริหาร เพราะฉะนั้นเรื่องไหนเข้าสภาฯ ก็ขออย่าไปมองว่า จะกระทบต่อการปรับโครงสร้างทางฝ่ายบริหาร

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการแก้กฎหมายระดับรอง เพื่อให้มีพนันออนไลน์ถูกกฎหมายว่า ขณะนี้คณะทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงดีอี และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ประชุมผ่านกันไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังไม่ได้ข้อยุติ ซึ่งคิดว่า จะมีการประชุมอีกครั้งหนึ่ง คาดว่า น่าจะได้ข้อสรุปเพื่อนำไปเป็นร่างกฎหมายระดับรองต่อไป และขณะนี้กำลังพิจารณาว่ากฎหมายระดับรอง จะออกเป็นพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) หรือประกาศกฎกระทรวงซึ่งพนันออนไลน์ที่จะต้องทำให้ถูกกฎหมาย จะมีเรื่องพนันบอลออนไลน์ มวยออนไลน์ ส่วนจะมีการพนันประเภทอะไรเพิ่มเติมนั้น ยังไม่ได้ข้อสรุป
“หลังจากทั้ง 3 หน่วยงานคุยกันเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องยกร่างกฎกระทรวง หรือพระราชกฤษฎีกาออกมา ซึ่งจะต้องมีอีกหลายกระบวนการ อาทิ การรับฟังความคิดเห็นก่อนนำเข้าครม.คาดว่า จะอยู่ในกรอบของเดือน เม.ย.นี้”
— ประเสริฐ กล่าว
ประเสริฐ ยังคาดว่า น่าจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมครม.ได้ ภายในเดือน เม.ย.นี้ ส่วนสำนักงานกฤษฎีกามีข้อท้วงติงอะไรหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการตีความคำนิยามบางคำ อย่างไรก็ตาม กฎหมายระดับรองนี้จะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ต้องรอขั้นตอนการแก้ไขร่างพ.ร.บ.การพนัน ที่กระทรวงมหาดไทยจะเสนอแก้ไขและต้องผ่านขั้นตอนของสภาฯ

สำหรับกรณีที่มีกระแสข่าวว่า มีการขายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ตามเว็บไซต์ต่างๆ ส่งผลให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งล่าสุดมีข่าวว่าทำให้เด็กปอดหายนั้น ประเสริฐ ระบุว่า กระทรวงดีอีได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายๆ หน่วยงาน อาทิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) โดยได้ดำเนินการปิดกั้นช่องทางการจำหน่ายออนไลน์จากทุกช่องทางเกือบทั้งหมดแล้ว แต่ยังมีเว็บไซต์ใหม่ๆ แอบขายอยู่เรื่อยๆ ดังนั้น กระทรวงดีอีจะประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อปราบปรามในเรื่องนี้ต่อไป จึงขอย้ำเตือนว่า การขายบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายและมีโทษเกี่ยวกับการนำเข้าข้อมูล ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์




