ทำไปเพื่ออะไร! ‘ประเสริฐ’ ลั่นรัฐบาลไม่จำเป็นต้องซื้อ ‘งูเห่า’ เหตุเสียงเกินเยอะอยู่แล้ว

27 มี.ค. 2568 - 11:31

  • ‘ประเสริฐ’ โต้ ‘สส.พรรคประชาชน’ โชว์แชทถูกซื้อตัวเป็น ‘งูเห่า’

  • ชี้รัฐบาลเสียงเกินเยอะอยู่แล้ว จะทำไปเพื่ออะไร

  • ปัดตอบ ‘ศาล รธน.’ รับคำร้องสอบ ‘ภูมิธรรม-ทวี’ ปมชง ‘ฮั้ว สว.’ เป็นคดีพิเศษ

Prasert_Chantararuangthong_said_government_not_need_to_buy_opposition_M_Ps_SPACEBAR_Hero_eb062ae4d9.jpg

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงกรณี สส. พรรคประชาชน อ้างในทำนองว่า “ถูกติดต่อซื้อตัวด้วยราคา 20 ล้านบาท เพื่อให้ยกมือไว้วางใจนายกรัฐมนตรี” รวมถึง “ถ้าย้ายพรรคก็จะได้เงินเพิ่ม” ว่า “ไม่มี ๆ รัฐบาลไม่จำเป็นเลย เพราะเสียงในซีกของพรรคร่วมรัฐบาลที่มีอยู่ 300 กว่าเสียงก็มากแล้ว และทุกพรรคได้ให้สัตยาบันกันแล้ว”

เมื่อถามว่าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นหรือไม่ที่ไปติดต่อทาบทาม? ประเสริฐยืนยันว่า “ไม่มี ๆ”

ผู้สื่อข่าวถามว่าเสียงที่เพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณว่าจะมีการต่อรองขอตำแหน่งรัฐมนตรีเพิ่มขึ้นหรือไม่? ประเสริฐกล่าวว่า “ผมไม่ได้ยินข่าวนี้ คิดว่าไม่มีมูลความจริง”

ส่วนการออกมาเปิดเผยข้อมูลนี้ มองว่าเป็นการดิสเครดิตรัฐบาลหรือไม่? ประเสริฐกล่าวว่า ยังมองไม่ออกว่าจะทำไปเพื่ออะไร ในเมื่อเสียงรัฐบาลเกินอยู่แล้ว ไม่ได้มีปัญหาอะไร

เสียงงูเห่าที่เพิ่มมา ผมมองว่าอาจเกิดจากการได้ฟังอภิปรายของรัฐบาลแล้ว เห็นว่าน่าจะโหวตให้ เพราะชี้แจงได้ตรงประเด็น

ประเสริฐ จันทรรวงทอง

เมื่อถามว่าเป็นการทอดไมตรีเพื่อการทำงานร่วมกันในอนาคตหรือไม่ ประเสริฐกล่าวว่า การโหวตในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจถือเป็นเอกสิทธิ์ สส. จึงไม่ใช่การทอดสะพานที่จะมาอยู่ด้วย เพราะทุกคนมีสังกัดพรรคการเมือง

พร้อมกล่าวด้วยว่า ไม่ทราบสัญญาณการปรับคณะรัฐมนตรี โดยเรื่องนี้ต้องสอบถามจากนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี

ส่วนจะถึงเวลาที่ต้องประเมินการทำงานและปรับ ครม. หรือยังนั้น? ประเสริฐกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีติดตามดูทุกกระทรวงอยู่แล้ว เรื่องไหนหากเห็นว่าต้องมีการพูดคุย นายกฯ ก็จะเรียกไปพบอยู่แล้ว

ขณะเดียวกัน ยืนยันว่า ภาพที่ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ และศิริกัญญา ตันสกุล สส.พรรคประชาชน ร่วมเฟรมกับนายกฯ และรัฐมนตรีในวันลงมตินั้น ไม่ใช่มวยลมต้มคนดู

เพราะอภิปรายกันขนาดนั้น การถ่ายรูปร่วมกันถือเป็นการแสดงท่าทีที่ดีต่อกัน เมื่ออภิปรายจบแล้วก็ถือว่าจบ

ประเสริฐ จันทรรวงทอง

ส่วนกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้อง สว. ที่ให้วินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม สิ้นสุดลงหรือไม่ กรณีเสนอให้ตรวจสอบกระบวนการเลือก สว. ต่อคณะกรรมการคดีพิเศษ เพื่อให้มีมติรับเป็นคดีพิเศษ เข้าข่ายเป็นการแทรกแซง ครอบงำการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งจะเป็นเรื่องของการผิดจริยธรรมร้ายแรง คล้ายกับกรณีของเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น

ประเสริฐกล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้ ขอไปดูรายละเอียดก่อน เพราะฉะนั้นยังพูดอะไรไม่ได้

ยัน ‘พ.ร.ก.ไซเบอร์’ ได้ใช้แน่ต้นเดือน เม.ย.

รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยังเผยถึงความคืบหน้าร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ ว่า จะเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้แน่นอน

พ.ร.ก.ฉบับนี้ จะเป็นร่างที่ออกมาเพื่อกำหนดการมีส่วนร่วมเกี่ยวกับความรับผิดชอบของสถาบันการเงิน บริษัทโทรคมนาคม และแพลตฟอร์ม โดยสิ้นเดือน มี.ค.นี้ จะเรียบร้อยแน่นอน และต้นเดือน เม.ย. จะสามารถประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ได้เลย

ประเสริฐ จันทรรวงทอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีผลบังคับใช้แล้ว หน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้จะสามารถเข้ามาร่วมรับผิดชอบได้เลยใช่หรือไม่? ประเสริฐกล่าวว่า ก่อนหน้านี้เราเรียกค่ายโทรศัพท์มือถือ สถาบันการเงิน และแพลตฟอร์มต่าง ๆ มาคุยร่วมกันแล้ว เพื่อทำความเข้าใจว่า เมื่อ พ.ร.ก.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้วต้องปฏิบัติอย่างไร

ตอนนี้มีเพียงบางประเด็นที่ยังไม่ลงตัวกัน เช่น เรามีข้อกำหนดที่บอกให้ธนาคารดำเนินการ อย่างเรื่องเปิดบัญชี จะต้องมีการเปิดให้ยากขึ้น ไม่ใช่ใครมาขอ ก็เปิดได้หมด ไม่มีการสอบถามอะไรเลย ซึ่งต้องสอบถามถึงลักษณะของธุรกิจและบุคคลที่ไปยื่นเปิดว่า เป็นบุคคลที่ถูกบรรจุอยู่ในบัญชีผู้ต้องสงสัยหรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้นต้องห้ามเปิด แต่ถ้ายังดันทุรังไปเปิด และบัญชีนั้นเป็นบัญชีที่ก่อให้เกิดความเสียหาย หลอกลวง ก็ต้องรับผิดชอบ

ประเสริฐ จันทรรวงทอง

เมื่อถามว่า ใน พ.ร.ก.ฉบับนี้ มีกำหนดสัดส่วนหรือไม่ว่าธนาคารจะต้องรับผิดชอบเท่าไหร่ และค่ายมือถือจะต้องรับผิดชอบเท่าไหร่? ประเสริฐกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับศาลจะวินิจฉัยว่า ผลของความเสียหายนั้นมีน้ำหนักอยู่ที่ฝั่งไหน

ส่วนกระบวนการตัดสินของศาลจะใช้เวลานานหรือไม่? ประเสริฐกล่าวว่า คิดว่าไม่นานมากนัก ที่ผ่านมาคดีใช้เวลานาน เพราะเมื่อผ่านศาลชั้นต้นไปแล้ว ก็ไปสู้กันในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาอีก ทำให้ใช้เวลามาก

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์