ถือเป็นประเด็นร้อนที่ต้องจับสำหรับกรณี สนธิ ลิ้มทองกุล เตรียมเดินทางมาทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกฯ ในเรื่อง MOU44 ในวันที่ 9 ธันวาคมนี้ และประกาศพร้อมนำมวลชนลงถนนต่อต้านเรื่องนี้
เรื่องนี้ ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นว่า เป็นมุมมองของ สนธิ ซึ่งตนเองเห็นว่าเรื่องนี้มีวิธีอื่นที่จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ดีกว่านี้ เช่น การพูดคุยกัน เพราะในเรื่องที่จะนำมวลชนมาเหมือนในอดีต วันนี้บริบททางการเมืองเปลี่ยนไปในระดับหนึ่งแล้ว และเรื่องนี้เริ่มต้นจากการที่รัฐบาลทำถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง จึงอยากให้มีการแลกเปลี่ยนและพูดคุยกัน จะเป็นประโยชน์มากกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของรัฐบาล ใครจะเป็นคนพูดคุยกับสนธิได้ ประเสริฐ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ แล้วแต่ว่าจะมีการมอบหมายใคร
ส่วนการที่ สนธิ หยิบประเด็นเรื่อง MOU44 ขึ้นมา เพราะคิดว่าจะสามารถปลุกระดมประชาชนขึ้นมาได้นั้น ประเสริฐ บอกว่า จริงๆ แล้วเรื่องนี้รัฐบาลยังไม่ได้ทำอะไรเสียหาย และรัฐบาลได้ชี้แจงตลอดเวลา แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีหลายท่านก็เคยให้ข่าวเรื่องนี้
เรื่องนี้ ผมคิดว่ารัฐบาลยังไม่ได้ทำอะไรที่ส่งผลกระทบ หากนำเรื่องนี้มา ก็ยังไม่ใช่ประเด็นที่จะนำไปสู่การลงถนนหรืออะไรต่างๆ
— ประเสริฐ จันทรรวงทอง
เมื่อถามว่า ในพรรคเพื่อไทยได้มีการหารือหรือประเมินเรื่องนี้บ้างหรือไม่ ประเสริฐ กล่าวยอมรับว่า แกนนำพรรคเพื่อไทยได้มีการพูดคุยและประเมินตลอดเวลา เพราะเรื่องของการเมืองต้องมีการวางยุทธศาสตร์และจับตาดูสถานการณ์ตลอด พร้อมย้ำว่า รัฐบาลได้ชี้แจงเรื่องนี้ไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้หรือไม่ ประเสริฐ กล่าวว่า ถามว่าห่วงไหม? “_ผมก็ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นประเด็น แต่อยางไรก็ตาม ในการปกครองความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน รัฐบาลทำอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ควรเป็นเหตุที่จะปลุกม็อบได้”_
เมื่อถามว่า สนธิ ห่างหายจากเวทีชุมนุมไปนาน คิดว่าครั้งนี้ม็อบจะจุดติดหรือไม่ ประเสริฐ กล่าวว่า “บริบททางการเมืองและความรู้สึกของประชาชนเปลี่ยนไปแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องดังกล่าวเรามาตัดสินด้วยเหตุและด้วยผลกันดีกว่า”
‘เพื่อไทย’ เล็งส่งคนชิงเลือกตั้งสนาม อบจ.เพียบ
ส่วนความคืบหน้าการส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในจังหวัดอื่นๆ เพิ่มเติม หลังได้ชัยชนะที่สนามอุดรธานีนั้น
ประเสริฐ ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย บอกว่า จากนี้พรรคเพื่อไทยจะส่งผู้สมัครสนาม อบจ.ที่อุบลราชธานี ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้
สำหรับสนาม อบจ.ที่เชียงใหม่ เราก็ส่งผู้สมัครเช่นกัน เนื่องจากเป็นพื้นที่เก่าของพรรคเพื่อไทย และไม่ทราบว่า ทักษิณจะไปช่วยปราศรัยที่อุบลราชธานี และเชียงใหม่ด้วยหรือไม่
เมื่อถามว่า ที่จังหวัดเชียงใหม่, การเลือกตั้ง สส. พรรคเพื่อไทยพ่ายให้กับพรรคประชาชน ดังนั้น สนามเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้มั่นใจหรือไม่ว่าจะชนะ ประเสริฐ กล่าวว่า อย่างที่บอก เชียงใหม่เป็นพื้นที่เดิมของพรรคเพื่อไทย เราเพียงแต่รักษาที่ตั้งเดิมของเราเอาไว้ ซึ่งที่ผ่านมา อบจ.ของพรรคเพื่อไทย ก็ทำอะไรหลายหลายอย่างมามาก และในวันพรุ่งนี้รัฐบาลก็จะไปประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดเชียงใหม่ด้วย ซึ่งเชื่อว่าจะได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างที่จังหวัดเชียงใหม่
ส่วนจากการชนะสนาม อบจ.อุดรฯ จะทำให้พรรคเพื่อไทยมีความมั่นใจส่งผู้สมัครสนาม อบจ.จังหวัดอื่นๆ เพิ่มขึ้นหรือไม่ ประเสริฐ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าการชนะที่อุดรฯ ทำให้พรรคเพื่อไทยได้รับความนิยมและประชาชนมีความมั่นใจมากขึ้น เพราะฉะนั้นในการส่งผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยในแต่ละที่ พรรคก็มีความมั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะ
ประเสริฐ บอกด้วยว่า จากนี้ไปจะเป็นการเลือกตั้งใหญ่ในสนาม อบจ.แล้ว ซึ่งเป็นการเลือกตั้งตามรอบที่นายก อบจ. ส่วนใหญ่สิ้นสุดตามเทอม 4 ปี ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568
ในส่วนของพรรคเพื่อไทย จะมีหลายสนามที่จะส่ง และเชื่อว่าจะเป็นการส่งมากที่สุด ในการเลือกตั้ง อบจ.ของพรรคเพื่อไทย เพราะก่อนหน้านี้มี นายก อบจ.หลายแห่งที่ลาออก และบางแห่งมีเหตุต้องออก
— ประเสริฐ จันทรรวงทอง
‘ก.ดิจิทัลฯ’ เร่งพัฒนาแอปฯ ‘Defend’ แจ้งเตือนมิจฉาชีพ-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ คาดใช้ได้หลังปีใหม่
ประเสริฐ ยังเปิดเผยถึงของขวัญปีใหม่ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่จะมอบให้ประชาชน ว่า ที่ตั้งใจไว้จะเปิดตัวแอปพลิเคชัน Defend ที่แจ้งเตือนบุคคลที่โทรเข้ามา ซึ่งจะพยายามทำให้แล้วเสร็จก่อนช่วงปีใหม่ให้ได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาแอปฯ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่คาดว่าจะใช้ได้ในช่วงหลังเทศกาลปีใหม่ เพราะไม่ใช่สิ่งที่จะให้เป็นของขวัญได้เลย แต่เป็นระบบที่จะต้องพัฒนากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอยากให้เป็นของขวัญสำหรับพี่น้องประชาชน
ส่วนเรื่องอื่นก็จะเป็นเรื่องของการให้บริการพี่น้องประชาชนตามสถานที่ต่างๆ ที่มีการเดินทาง อย่างสถานีขนส่งผู้โดยสาร หรือสถานีรถไฟ ที่มีบริการฟรีอินเทอร์เน็ต ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลทำทุกปีอยู่แล้ว




