วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 ที่พรรคเพื่อไทย ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวเรื่องการเผยแพร่รายละเอียดการไปให้การกับ DSI เพื่อตรวจสอบกรณีธุรกิจสแกนม่านตา แลกเหรียญคริปโต ภายใต้เอ็มโอยู ระหว่างกระทรวงดิจิทัลฯ กับบริษัทของประเทศสิงคโปร์ ว่า
ประเสริฐ กล่าวว่า จะไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดในคำให้การและรายละเอียดที่ไปให้การกับทาง DSI เนื่องจากเรื่องนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น DSI หรือ ป.ป.ช. อย่างไรก็ตาม ตนขอยืนยันว่าในคำให้การไม่มีการพูดเรื่องที่ทำให้ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด
ในส่วนรายละเอียดใน MOU ที่ปรากฏเป็นข่าว และอาจทำให้พี่น้องประชาชนเข้าใจผิด คือมีความพยายามสร้างความเข้าใจว่า MOU เกี่ยวข้องกับเรื่องของการสแกนม่านตา เพื่อนำเรื่องของการสแกนไปแลกกับเงินดิจิทัล ตนขอเรียนอีกครั้งหนึ่งว่า MOU นี้ไม่มีรายละเอียดในเรื่องการสแกนม่านตา เป็นเพียงเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาค ซึ่งไม่ได้ผิดแต่อย่างใด ไม่ได้มีเรื่องสแกนม่านตา ไม่ได้มีเรื่องอะไรอย่างที่มีความพยายามจะปลุกกระแสว่า “มี” แต่ในรายละเอียดไม่มี ตนจึงต้องออกมาชี้แจงว่าไม่มีอย่างไร เดี๋ยวพี่น้องจะเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าโยงไปเรื่องนั้นเรื่องนี้
ประเสริฐ กล่าวอีกว่า ตนมองว่าการนำเอกสารที่เป็นความลับทางราชการมาเปิดเผย ไม่ทราบว่าเอกสารจริงหรือเท็จอย่างไร ตนคิดว่าเป็นเรื่องทางการเมือง เป็นการปล่อยข้อมูลทางการเมือง ไม่ทราบวัตถุประสงค์ว่าต้องการอะไร แต่เมื่อมีชื่อตนเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็ต้องออกมาชี้แจง
เมื่อถามว่า ข่าวออกมาในช่วงที่กำลังจัดตั้งรัฐบาล และคนจับตาเรื่องว่าจะมีพรรคสีเขียว สีแดง เข้าไปร่วมรัฐบาล มีข่าวออกมาแบบนี้ มองอย่างไร
ประเสริฐ กล่าวว่า จริงๆ ข่าวเรื่องนี้มีประเด็นมาตลอด ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง ก่อนหย่อนบัตร ก็มีการยกเรื่องนี้ขึ้นมา หลังการเลือกตั้งก็มีขึ้นมาอีก ตนคิดว่ามีการทำเป็นระบบ เป็นเรื่องทางการเมือง ซึ่งไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่แท้จริงว่าต้องการอะไร
ถามอีกว่าได้มีโอกาสคุยกับร้อยเอกธรรมนัสหรือไม่เพราะข่าวนี้ออกมาอาจทำให้บาดหมางใจกันได้ นายประเสริฐกล่าวว่า ยังไม่มี แต่ยืนยันว่าคำให้การของตนกับ DSI ไม่ได้ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส เสียหายแต่อย่างใด
เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัส เป็นผู้แนะนำบริษัทสิงคโปร์หรือไม่ ประเสริฐกล่าวว่า ขอไม่ลงรายละเอียด เป็นไปตามที่ตนให้การกับ DSI ไป เพราะเรื่องนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของ DSI และ ป.ป.ช. ตนไปในฐานะพยาน รายละเอียดก็ไม่มีอะไร เป็นเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล ข้อความต่าง ๆ ได้รับความเห็นชอบและตรวจร่างจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานอัยการสูงสุด และกระทรวงการต่างประเทศแล้ว และในช่วงเวลานั้น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ได้ลงนาม MOU กับหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในเรื่องนี้ยืนยันได้ว่าเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีเท่านั้น




