3 มีนาคม 2567 ที่โรงแรมพันล้าน อ.เมือง จ.หนองคาย ‘พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ’ สส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินทางถึงจ.หนองคาย โดยนั่งรถยนต์ โตโยต้าอัลพาร์ด สีขาว ทะเบียน กม 8888 ขอนแก่น ซึ่งเมื่อเดินทางมาถึง ได้มีตัวแทนกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ยืนรอต้อนรับและให้กำลังใจ พร้อมกับเข้ามาผูกผ้าขาวม้า
หลังจากนั้นรองนายกอบจ.และสส.ได้นำพระพุทธรูปจำลอง หลวงพ่อพระใส มามอบให้เป็นที่ระลึก ทั้งนี้พล.อ.ประวิตร มีสีหน้าแจ่มใส แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีแดงสดใสทั้งตัว โดยสวมเสื้อฮาวายลายสีแดง ทับด้วยแจ็กเก็ตสีแดง ลาคอส กางเกงสแลคสีแดง และรองเท้าผ้าใบแดง ซึ่งดูมีสีสันแปลกตาว่าทุกครั้ง
จากนั้นเวลา ได้เป็นประธานเปิดเวทีวิชาการรับฟังปัญหาและความคิดเห็นของประชาชน ผู้ประกอบการเอกชน กลุ่มจ.หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ หนองบัวลำภู และจ.เลย ทั้งเรื่องของการแก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ การยกระดับอุตสาหกรรมและสร้างระบบเศรษฐกิจบีซีจี ยกระดับโครงสร้างการขนส่งและ
คมนาคมของประชาชน พัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน รวมถึงปฏิรูปรัฐราชการและการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิต มีแกนนำ กรรมการบริหารพรรค สส. เข้าร่วม อาทิ ‘ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์’ และ ‘ตรีนุช เทียนทอง’ด้วย
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า พรรคพปชร.ขอบคุณทุกคนที่ร่วมสัมมนา และเสียสละเวลามาร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็น เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคอีสาน พรรคพปชร.รู้สึกยินดีที่มาเปิดเวทีรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อรับฟังทุกปัญหากับประชาชนในพื้นที่โดยตรง ตลอดเวลาที่ผ่านมาพรรคพปชร.ขับเคลื่อนแก้ปัญหาความยากจน การลดความเหลื่อมล้ำ โดยเพิ่มสิทธิและสวัสดิการความเป็นอยู่ให้ประชาชนส่งเสริมที่ดินทำกินและเร่งรัดการพัฒนาแหล่งน้ำระบบชลประทาน การแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง ให้เบ็ดเสร็จที่ทำมาต่อเนื่องทั่วประเทศ ตลอดเวลา8 ปีที่ผ่านมาโดยพรรคตระหนักดีว่าจะแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศ โดยคำนึงถึงบริบทความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละจังหวัดและภูมิภาคที่จะจัดทำภูมิศาสตร์หลายภาคขึ้น
พล.อ. ประวิตร กล่าวกับผู้เข้าร่วมเวทีสัมมนาว่า ข้อมูลที่ได้รับจากทุกภาคส่วน คณะกรรมการยุทธศาสตร์จะนำไปจัดทำเป็นยุทธศาสตร์พัฒนาภาคอีสาน ให้ทันสมัยและยึดโยงความต้องการของคนในภาคอีสาน โดยยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การฟังความคิดเห็นในแต่ละภาคส่วนทุกพื้นที่จะนำมาจัดทำเป็นยุทธศาสตร์ของพรรคต่อไป
ทั้งนี้ ภาคอีสานมีหลายเรื่องที่มีศักยภาพในการพัฒนาที่แตกต่างกันออกไปเช่น กลุ่มจังหวัดอีสานเหนือเป็นศูนย์กลางการลงทุน ขนส่งและการค้าชายแดน ของอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง และเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องยกระดับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งให้เชื่อมโยงรถไฟจีน-ลาว ส่วนกลุ่มจังหวัดอีสานกลางเป็นกลุ่มการค้าอินโดจีนและอีสานใต้โดดเด่นอุตสาหกรรมชีวภาพเกษตรและอาหาร แต่ละพื้นที่มีบริบทต่างกัน
พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า นี่เป็นความหวังของพรรคพลังประชารัฐ ในการที่จะร่วมกับทุกคนที่มาเสวนาในวันนี้ ใครมีความคิดเห็นอย่างไร ขอให้แสดงความคิดเห็นมาเพื่อเราจะนำไปรวบรวม จัดทำเป็นยุทธศาสตร์พรรค เพื่อจะพัฒนาภาคอีสานให้มีความเจริญรุ่งเรืองต่อไป เรารู้ว่าชาวอีสานนั้นก็มีความต้องการที่จะพัฒนาตนเองอยู่แล้ว ตนก็ ขอบคุณทุกคนที่มาในวันนี้




