พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) โดยที่ประชุมได้รับทราบศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ได้จัดทำคู่มือปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต์ (Website Security Guideline) เพื่อใช้เป็นแนวทางการพัฒนาเว็บไซต์ให้มีความมั่นคงปลอดภัย แก่หน่วยงานของรัฐเรียบร้อยแล้ว
พร้อมกันนี้ยังรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานเพื่อรองรับการประชุมเอเปคปี 2565 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพห้วงระหว่างวันที่ 11 - 20 พฤศจิกายน 2565 โดยมีผลการปฏิบัติงานที่สำคัญรวม 30 เหตุการณ์ แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค เนื่องจากภัยคุกคามถูกจำกัดพื้นที่จากมาตรการป้องกันของฝ่ายเรา ทำให้สถานการณ์เป็นไปในแนวทางที่ดี
ทั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบกรอบแนวทางการดำเนินการสร้างความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ให้กับเว็บไซต์ของหน่วยงานภาครัฐ สืบเนื่องจากที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐถูกโจมตีด้วยการแฝงเว็บพนันออนไลน์ โดยอาศัยช่องโหว่จากการพัฒนาเว็บไซต์ และจุดอ่อนของระบบปฏิบัติการ รวมทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ที่ให้บริการฝากเว็บไซต์เป็นจำนวนมาก ส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือของหน่วยงานภาครัฐของไทย
โดยที่ประชุมมีการกำหนดแนวทางการดำเนินงานออกเป็น ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมเห็นชอบรายงานเหตุการณ์ภัยคุกคาม ห้วง 1 ตุลาคม 2564 – 30 กันยายน 2565 รวมทั้งสิ้น 551 เหตุการณ์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการแฮ็กเว็บไซต์ จำนวน 367 เหตุการณ์ และจะมีการรายงานให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบรายงานประจำปี 2565 ของสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ซึ่งมีการพัฒนาไปมาก ทั้งด้านการขับเคลื่อนนโยบาย ความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ การเฝ้าระวัง การรับมือภัยคุกคาม ตลอดจนการสร้างความตระหนักรู้ ให้แก่ประชาชน โดยมีผลการประเมินร้อยละ 91.83 ซึ่งจัดอยู่ในระดับดีมาก
พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวชื่นชม สกมช. ในความก้าวหน้า และความสำเร็จของการดำเนินงานที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงการประชุมผู้นำเอเปคที่ไทยเป็นเจ้าภาพ นับเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย พร้อมกำชับให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และผู้เกี่ยวข้องเร่งผลักดันนโยบายและแผนปฏิบัติการปี 2565-2570 ที่ผ่านความเห็นชอบไปแล้ว
รวมถึงการบังคับใช้แก่หน่วยงานภาครัฐ ให้เป็นรูปธรรม เพื่อให้เว็บไซต์ของภาครัฐ มีความมั่นคงปลอดภัยเป็นที่น่าเชื่อถือของภาคเอกชน ประชาชน และต่างประเทศด้วย พร้อมเตือนภัย สร้างความตระหนักรู้ประชาชนกับความเสี่ยงถูกโจมตีไซเบอร์
พร้อมกันนี้ยังรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานเพื่อรองรับการประชุมเอเปคปี 2565 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพห้วงระหว่างวันที่ 11 - 20 พฤศจิกายน 2565 โดยมีผลการปฏิบัติงานที่สำคัญรวม 30 เหตุการณ์ แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค เนื่องจากภัยคุกคามถูกจำกัดพื้นที่จากมาตรการป้องกันของฝ่ายเรา ทำให้สถานการณ์เป็นไปในแนวทางที่ดี
ทั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบกรอบแนวทางการดำเนินการสร้างความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ให้กับเว็บไซต์ของหน่วยงานภาครัฐ สืบเนื่องจากที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐถูกโจมตีด้วยการแฝงเว็บพนันออนไลน์ โดยอาศัยช่องโหว่จากการพัฒนาเว็บไซต์ และจุดอ่อนของระบบปฏิบัติการ รวมทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ที่ให้บริการฝากเว็บไซต์เป็นจำนวนมาก ส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือของหน่วยงานภาครัฐของไทย
โดยที่ประชุมมีการกำหนดแนวทางการดำเนินงานออกเป็น ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมเห็นชอบรายงานเหตุการณ์ภัยคุกคาม ห้วง 1 ตุลาคม 2564 – 30 กันยายน 2565 รวมทั้งสิ้น 551 เหตุการณ์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการแฮ็กเว็บไซต์ จำนวน 367 เหตุการณ์ และจะมีการรายงานให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบรายงานประจำปี 2565 ของสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ซึ่งมีการพัฒนาไปมาก ทั้งด้านการขับเคลื่อนนโยบาย ความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ การเฝ้าระวัง การรับมือภัยคุกคาม ตลอดจนการสร้างความตระหนักรู้ ให้แก่ประชาชน โดยมีผลการประเมินร้อยละ 91.83 ซึ่งจัดอยู่ในระดับดีมาก
พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวชื่นชม สกมช. ในความก้าวหน้า และความสำเร็จของการดำเนินงานที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงการประชุมผู้นำเอเปคที่ไทยเป็นเจ้าภาพ นับเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย พร้อมกำชับให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และผู้เกี่ยวข้องเร่งผลักดันนโยบายและแผนปฏิบัติการปี 2565-2570 ที่ผ่านความเห็นชอบไปแล้ว
รวมถึงการบังคับใช้แก่หน่วยงานภาครัฐ ให้เป็นรูปธรรม เพื่อให้เว็บไซต์ของภาครัฐ มีความมั่นคงปลอดภัยเป็นที่น่าเชื่อถือของภาคเอกชน ประชาชน และต่างประเทศด้วย พร้อมเตือนภัย สร้างความตระหนักรู้ประชาชนกับความเสี่ยงถูกโจมตีไซเบอร์







