ให้ใจบันดาลแรง! ‘ลุงป้อม’ ประกาศพร้อมนั่งนายกฯ คนที่ 30 ย้ำสัมพันธ์ ‘3 ป.’ แยกกันเดินเฉพาะการเมือง

31 ม.ค. 2566 - 10:32

  • เปิดใจ ‘ลุงป้อม’ กลางงานระดมทุน ‘พลังประชารัฐ’

  • บอกแก่แล้วเลยต่อสู้ด้วย ‘ใจบันดาลแรง’ พูดแล้วรู้สึก ‘ใจฟู’

  • ตอกย้ำสัมพันธ์ ‘3 ป.’ แยกกันเดินเฉพาะการเมือง

  • พร้อมทอดไมตรีสานสัมพันธ์ทุกฝ่าย ก้าวข้ามความขัดแย้ง

Prawit_reveals_that_he_is_ready_to_become_30_th_prime_minister_SPACEBAR_Hero_9ad29d45f8.jpeg
(30 ม.ค. 2566) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวเปิดงานระดมทุน “พลังประชารัฐ ใจบันดาลแรง” ก้าวข้ามความขัดแย้ง ขจัดปัญหา พัฒนาทุกพื้นที่ ว่า สถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน สังคมไทยยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน อาจนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งได้ พรรคพลังประชารัฐ มุ่งยืนหยัดทำการเมืองสร้างสรรค์โดยมีเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และรักษาผลประโยชน์ของชาติ มุ่งให้ประชาชนคนไทยอยู่ดีกินดีอย่างมีความสุข ภายใต้ 3 พันธกิจหลักของพรรค ที่ประกอบด้วย สวัสดิการประชารัฐ ขจัดความเหลื่อมล้ำ, เศรษฐกิจประชารัฐ สร้างความสามารถและโอกาสที่เท่าเทียม และ สังคมประชารัฐ เพื่อความสงบสุข เข้มแข็ง แบ่งปัน โดยการขับเคลื่อนดังกล่าวผ่านการลงพื้นที่รวมทั้งรับฟังปัญหาจากประชาชน ท้องถิ่น และทุกหน่วยงาน เพื่อรับทราบแนวทางแก้ไขปัญหา นำสู่การปรับปรุงให้ตรงกับความต้องการของประชาขน เพื่อการพัฒนาเข้าถึงเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง ผ่านการสร้างรายได้ให้ชุมชนยกระดับคุณภาพชีวิต 

นอกจากนี้ ขอยืนยันพรรคพลังประชารัฐ พร้อมสานสัมพันธ์กับทุกฝ่าย ก้าวข้ามความขัดแย้ง สร้างพลังแห่งความสามัคคี เปิดโอกาสให้ทุกฝ่าย หาทางออกร่วมกันเพื่อนำพาประเทศไทยก้าวข้ามความขัดแย้ง ขจัดปัญหาพร้อมพัฒนาพื้นที่ พวกเราพลังประชารัฐพร้อมรับใช้ประชาชน 

ส่วนในช่วงของการซักถาม พล.อ.ประวิตร ได้อธิบายเรื่องใช้ ‘ใจบันดาลแรง’ ไม่ใช่แรงบันดาลใจ ว่าเป็นเพราะสังขารร่วงโรยมาก แก่แล้ว เลยต่อสู้ด้วยเอาใจบันดาล ทำให้มีกำลังใจ ให้แรงทำงานต่อไปได้ ซึ่งเมื่อพูดแล้วรู้สึกใจฟู และยิ้มกว้างให้ทุกคน ส่วนที่ชอบตอบ ‘ไม่รู้’ นั้น พล.อ.ประวิตร บอกว่า อาจจะรู้ แต่อยากให้ผู้รู้มากกว่ามาสั่งสอน มาบอกให้รู้เท่ากับคนที่รู้ คำว่าไม่รู้คือไม่รู้จริงๆ เพราะคนที่รู้อยู่รอบตัวเยอะแยะ จะเอาความรู้คนใกล้ตัวมาใส่ตัว แต่ตอนนี้รู้แล้ว พร้อมแล้ว  

พล.อ.ประวิตร ยังเล่าถึงการทำงานตั้งแต่รับราชการจนมาเล่นการเมืองซึ่งยอมรับส่วนตัวไม่ได้ตั้งใจมาเล่นการเมือง แต่ตลอดระยะเวลาตัังใจทำงานเพื่อประชาชน พร้อมเล่าถึงการทำอาหารเลี้ยง ‘2 ป.’ คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ให้รับประทานมาตลอด เช่น เมนูต้มเนื้อ เนื้อผัดกระเพรา ไข่เจียว แต่จะอร่อยหรือไม่ต้องถามคนทาน ส่วนตัวมั่นใจ ทำผัดซีอิ้ว ราดหน้าและข้าวหน้าไก่อร่อย โดยมีคนชมถึงขั้นเปิดร้านได้ 

พล.อ.ประวิตร ยังเปิดใจเล่าถึงความสัมพันธ์ ‘3 ป.’ ตั้งแต่รับราชการทหาร ร่วมใจทำงานเพื่อประเทศชาติมาตลอด นอนบ้านเดียวกัน สนิทสนม เป็นกันเองอย่างพี่น้อง แม้จะแยกกันก็เฉพาะการเมือง และได้ใช้ความเป็นพี่ใหญ่มาจนทุกวันนี้ โดยเฉพาะเรื่องความจริงใจ ทำอะไรไม่โกหก พูดตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ สุจริตมาตลอด อยากฝากบอกทุกคนว่า พูดอะไรทุกอย่างคือคำพูดจากใจ  

ส่วนปัญหาที่อยากแก้ไขมากที่สุด พล.อ.ประวิตร ระบุว่าเป็นเรื่องความยากจน ชาวนาชาวไร่ เกษตรกรพวกหาเช้ากินค่ำ ก็ต้องดูแลคนเหล่านี้ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมีที่อยู่อาศัยเพื่ออยู่ได้ต่อไปและจะทำให้ประเทศไทยมีความเจริญก้าวหน้าต่อไป พร้อมระบุด้วยว่า มารดาคือ ‘ฮีโร่’ เพราะเลี้ยงลูกชาย 5 คน มาได้ดิบได้ดีหมดทุกคน มีอาชีพ มีความเป็นอยู่ที่ดีทุกคน ตลอดจนย้ำความพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 แต่จะได้หรือไม่อยู่ที่ประชาชน โดยระบุว่า ถ้าเลือกก็พร้อม ถ้าไม่เลือกก็กลับบ้าน 

“รู้แล้ว พร้อมแล้ว พร้อมที่จะเป็นนายกฯ แต่อยู่ที่คนเลือกนะครับ” 

พล.อ.ประวิตร ยังระบุด้วยว่า พร้อมสานสัมพันธ์กับทุกฝ่าย เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายร่วมกันหาทางออก เพื่อให้ประเทศไปสู่จุดหมายที่ดีสำหรับคนไทย และก้าวข้ามความขัดแย้ง ขจัดทุกปัญหา พัฒนาทุกพื้นที่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์