พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) ณ ห้องประชุมมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมี รมต.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และ รมช.กลาโหม เข้าร่วมประชุม
โดยที่ประชุมได้รับทราบรายงานเหตุการณ์ภัยคุกคามและผลการดำเนินงาน ที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ในช่วง ต.ค. 2565 - มี.ค. 2566 จำนวน 943 เหตุการณ์ แยกตามภารกิจ หรือบริการสูงที่สุดได้แก่ หน่วยงานของรัฐด้านการศึกษา, ภาครัฐอื่นๆ และด้านสาธารณสุข ตามลำดับ ซึ่งการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ ที่กระทบประชาชน มีจำนวน 113 เหตุการณ์ 24 หน่วยงาน และรับทราบผลการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์ สำหรับระบบเลือกตั้ง (ศซล.) ห้วง 3-15 พ.ค. 2566 โดยมีการติดตามและรายงานสถานะความพร้อมที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง จำนวน 6 ระบบ ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้ขอบคุณ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ที่เฝ้าระวังเหตุการณ์ในช่วงดังกล่าวที่ สามารถติดตามข่าวสารได้อย่างใกล้ชิด และยับยั้งหรือแก้ไขปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ รวมถึงที่ประชุมได้รับทราบการลงนามบันทึกความเข้าใจ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ มากขึ้น ทั้งกับหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศด้วย รองรับการพัฒนาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ต่อไป
จากนั้น ที่ประชุมได้เห็นชอบ (ร่าง) ข้อตกลง การเชื่อมต่อระบบแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคาม ภายใต้โครงการพัฒนาแพลตฟอร์ม สำหรับการรับและแบ่งปันเหตุการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ เพื่อเชื่อมต่อระบบให้สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ในการเฝ้าระวังและขยายเครือข่ายความร่วมมือ ระหว่าง สกมช.กับหน่วยงานอื่น ทั้งภายในและภายนอกประเทศ และเห็นชอบ (ร่าง) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ระหว่าง สกมช.กับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ปล.สธ.) รวมทั้งเห็นชอบ (ร่าง) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือการส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรและนำระบบคุณวุฒิวิชาชีพ ไปใช้ในสถานประกอบการ
พล.อ.ประวิตร ยังกำชับให้ สกมช. เร่งขับเคลื่อนมาตรการเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์ อย่างต่อเนื่อง เข้มข้นเชิงรุก เน้นป้องกันข้อมูลภาครัฐ และคุ้มครองส่วนบุคคล ต้องเพิ่มระดับความร่วมมือกับทุกหน่วยงานให้มากขึ้น ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศและคนไทยให้มีประสิทธิภาพ พร้อมย้ำให้กระทรวงดีอีเอส กำกับและสนับสนุนการดำเนินงานของ สกมช. อย่างเต็มที่ด้วย
โดยที่ประชุมได้รับทราบรายงานเหตุการณ์ภัยคุกคามและผลการดำเนินงาน ที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ในช่วง ต.ค. 2565 - มี.ค. 2566 จำนวน 943 เหตุการณ์ แยกตามภารกิจ หรือบริการสูงที่สุดได้แก่ หน่วยงานของรัฐด้านการศึกษา, ภาครัฐอื่นๆ และด้านสาธารณสุข ตามลำดับ ซึ่งการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ ที่กระทบประชาชน มีจำนวน 113 เหตุการณ์ 24 หน่วยงาน และรับทราบผลการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์ สำหรับระบบเลือกตั้ง (ศซล.) ห้วง 3-15 พ.ค. 2566 โดยมีการติดตามและรายงานสถานะความพร้อมที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง จำนวน 6 ระบบ ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้ขอบคุณ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ที่เฝ้าระวังเหตุการณ์ในช่วงดังกล่าวที่ สามารถติดตามข่าวสารได้อย่างใกล้ชิด และยับยั้งหรือแก้ไขปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ รวมถึงที่ประชุมได้รับทราบการลงนามบันทึกความเข้าใจ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ มากขึ้น ทั้งกับหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศด้วย รองรับการพัฒนาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ต่อไป
จากนั้น ที่ประชุมได้เห็นชอบ (ร่าง) ข้อตกลง การเชื่อมต่อระบบแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคาม ภายใต้โครงการพัฒนาแพลตฟอร์ม สำหรับการรับและแบ่งปันเหตุการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ เพื่อเชื่อมต่อระบบให้สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ในการเฝ้าระวังและขยายเครือข่ายความร่วมมือ ระหว่าง สกมช.กับหน่วยงานอื่น ทั้งภายในและภายนอกประเทศ และเห็นชอบ (ร่าง) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ระหว่าง สกมช.กับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ปล.สธ.) รวมทั้งเห็นชอบ (ร่าง) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือการส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรและนำระบบคุณวุฒิวิชาชีพ ไปใช้ในสถานประกอบการ
พล.อ.ประวิตร ยังกำชับให้ สกมช. เร่งขับเคลื่อนมาตรการเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์ อย่างต่อเนื่อง เข้มข้นเชิงรุก เน้นป้องกันข้อมูลภาครัฐ และคุ้มครองส่วนบุคคล ต้องเพิ่มระดับความร่วมมือกับทุกหน่วยงานให้มากขึ้น ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศและคนไทยให้มีประสิทธิภาพ พร้อมย้ำให้กระทรวงดีอีเอส กำกับและสนับสนุนการดำเนินงานของ สกมช. อย่างเต็มที่ด้วย



