ภายหลังวานนี้ (9 มกราคม) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมวต.กลาโหม ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการแต่งตั้งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี จำนวน 3 ฉบับ แต่งตั้ง ชัชวาลล์ คงอุดม, ชุมพล กาญจนะ และ เสกสกล อัตถาวงศ์ เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาและพิจารณาเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่างๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ซึ่งทั้ง 3 คน ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น ‘ที่ปรึกษาของนายกฯ’ ต่างเป็นนักการเมืองที่ไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ
ทั้งนี้ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ มีคำสั่งแต่งตั้ง ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี 3 ราย ซึ่งเป็นแกนนำของพรรครวมไทยสร้างชาติ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ว่า ตนได้ตรวจสอบแล้วและยืนยันว่าผู้ที่ดำรงตำแหน่ง ‘ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี’ ไม่ใช่ข้าราชการการเมือง เป็นตำแหน่งลอยๆ เพราะตำแหน่งข้าราชการการเมืองคือตำแหน่ง ‘ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี’ ซึ่งมีได้แค่ 5 คน และตอนนี้เต็มหมดแล้ว ดังนั้นตำแหน่ง ‘ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี’ จึงจะไม่ได้รับเงินเดือน และไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ใดๆ
โดยเป็นการแต่งตั้งตามระเบียบ กฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 11(6) ซึ่งเป็นบทบัญญัติเดียวกันกับการแต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ที่ระบุว่านายกรัฐมนตรีสามารถแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิมาเป็นที่ปรึกษา กรรมการ อนุกรรมการ หรือผู้มาช่วยงาน อย่างไรก็ได้ และสามารถกำหนดสิทธิประโยชน์ ให้กับบุคคลนั้นๆ เฉพาะเวลาที่ไปปฎิบัติภารกิจให้เท่านั้น แต่กฎหมายที่ว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง ได้กำหนดข้าราชการการเมืองไว้ 16 ประเภท อาทิ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีซึ่งมีได้แค่ 5 คนและตั้งเต็มแล้วอย่างที่บอก
ผู้สื่อข่าวถามว่า บางคนมีความกังวลว่าตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี อาจจะไปขอให้หน่วยงานราชการ เข้ามาช่วยเหลือตัวเองเพื่อประโยชน์ทางการเมือง วิษณุ กล่าวว่า ไปทำเช่นนั้นไม่ได้ ยกเว้นแต่นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้คนที่เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ไปติดตามเรื่องการแก้ปัญหาตามเรื่องที่นายกฯ มอบหมายได้ตามสมควร
ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าการที่นายกฯ ตั้งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้เพื่อช่วยเรื่องเตรียมการเลือกตั้งใช่หรือไม่ วิษณุ กล่าวว่า “ไม่ใช่”
ทั้งนี้ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ มีคำสั่งแต่งตั้ง ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี 3 ราย ซึ่งเป็นแกนนำของพรรครวมไทยสร้างชาติ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ว่า ตนได้ตรวจสอบแล้วและยืนยันว่าผู้ที่ดำรงตำแหน่ง ‘ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี’ ไม่ใช่ข้าราชการการเมือง เป็นตำแหน่งลอยๆ เพราะตำแหน่งข้าราชการการเมืองคือตำแหน่ง ‘ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี’ ซึ่งมีได้แค่ 5 คน และตอนนี้เต็มหมดแล้ว ดังนั้นตำแหน่ง ‘ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี’ จึงจะไม่ได้รับเงินเดือน และไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ใดๆ
โดยเป็นการแต่งตั้งตามระเบียบ กฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 11(6) ซึ่งเป็นบทบัญญัติเดียวกันกับการแต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ที่ระบุว่านายกรัฐมนตรีสามารถแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิมาเป็นที่ปรึกษา กรรมการ อนุกรรมการ หรือผู้มาช่วยงาน อย่างไรก็ได้ และสามารถกำหนดสิทธิประโยชน์ ให้กับบุคคลนั้นๆ เฉพาะเวลาที่ไปปฎิบัติภารกิจให้เท่านั้น แต่กฎหมายที่ว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง ได้กำหนดข้าราชการการเมืองไว้ 16 ประเภท อาทิ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีซึ่งมีได้แค่ 5 คนและตั้งเต็มแล้วอย่างที่บอก
ผู้สื่อข่าวถามว่า บางคนมีความกังวลว่าตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี อาจจะไปขอให้หน่วยงานราชการ เข้ามาช่วยเหลือตัวเองเพื่อประโยชน์ทางการเมือง วิษณุ กล่าวว่า ไปทำเช่นนั้นไม่ได้ ยกเว้นแต่นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้คนที่เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ไปติดตามเรื่องการแก้ปัญหาตามเรื่องที่นายกฯ มอบหมายได้ตามสมควร
ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าการที่นายกฯ ตั้งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้เพื่อช่วยเรื่องเตรียมการเลือกตั้งใช่หรือไม่ วิษณุ กล่าวว่า “ไม่ใช่”



