ก้าวย่าง ‘บิ๊กตู่’ เร่งฝีเท้าสางคดี ‘ทุนจีนสีเทา-อธิบดีฉาว’ สั่งฟันเครือข่าย ‘สลากออนไลน์’

20 ม.ค. 2566 - 16:38

  • ‘บิ๊กตู่’ สั่งแถลงคืบหน้าคดีดัง ‘ตู้ห่าว-อธิบดีฉาว-บุกค้นกงสุลนาอูรู’ ลั่นเกี่ยวข้องใครเอาผิดทุกคน แจงกรณีพาดพิงหลานนายกฯ เอี่ยว ‘ทุนจีนสีเทา’ เป็นแค่การกล่าวอ้าง สั่งฟันเครือข่าย ‘สลากออนไลน์’ ยันสั่งตีปี๊บคืบหน้า ไม่เกี่ยวใกล้เลือกตั้ง

Prayut_Cases_Law_Capital_Cheat_SPACEBAR_Thumbnail_fc32f9b051.jpeg
อนุชา​ บูรพ​ชัยศรี​ รอง​เลขาธิการ​นายก​รัฐมนตรี​ฝ่าย​การเมือง​ ปฏิบัติ​หน้าที่​โฆษก​ประจำ​สำนัก​นายก​รัฐมนตรี​ แถลงข่าวความคืบหน้าจากข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการติดตามความคืบหน้า และการดำเนินการต่างๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีที่มีการสืบสวนสอบสวน รวมทั้งการดำเนินการให้เกิดความชัดเจนในประเด็นต่างๆ ที่มีผลต่อความรู้สึกของประชาชน ที่ต้องการทราบถึงความคืบหน้า  

พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ​ ( สตช.) กล่าวว่า​ จากที่นายกรัฐมนตรึ ได้กำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินคดีนี้ให้ชัดเจน และดำเนินคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้องโดยไม่ละเว้น โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้งให้ ผบ.ชน. ​เป็นผู้ควบคุมกำกับ​ พบว่าเส้นทางต่างๆ มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​ นำไปสู่การยึดทรัพย์​ นำไปสู่การจับกุมดำเนินคดี ชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือ​ ตู้ห่าว​ รวมไปถึงขยายผลไปสู่ผู้ที่เกี่ยวข้อง​ รวม​ 117 ราย​ มีเอกสารทั้งสิ้น​ 67 แฟ้ม​ อายัติทรัพย์สิน​ 5,345 ล้านบาท​ โดยนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำว่า หากทรัพย์สินนั้นสาวไปถึงใครให้ดำเนินคดีไม่เว้นแม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภาพรวมของคดี ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 เดือน คืบหน้าอย่างต่อเนื่อง มีการขยายผลผู้ร่วมกระทำความผิดทุกราย จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยวันนี้ได้ส่งสำรวจปิยสารเรียบร้อยแล้วงานสำนักงานอัยการหากพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องหรือมีข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ หรือมีการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานที่จะต้องดำเนินการส่งฟ้องศาลฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปโดยจะเสนอให้พนักงานอัยการมีความเห็น ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ที่มีข้อมูลว่าอาจจะเกี่ยวข้องโดยไม่มีการละเว้น 

ขณะที่ วัลลภ นาคบัว​ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม​ กล่าวว่า​ จากข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีได้เน้นการดำเนินคดีให้เป็นไปตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดและการรวบรวมพยานหลักฐานนั้นก็ขอให้ตรงไปตรงมาดังนั้นในส่วนของคดีพิเศษมีนัยยะเชิงเข้มข้น​มีความสำคัญ​ ในคดีที่มีทุนทรัพย์สูงเป็นคดีที่มีความสำคัญและสนใจในส่วนของกรมฯ ต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสสามารถชี้แจงต่อประชาชน และส่วนที่เกี่ยวข้องได้ สมศักดิ์​ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบของกรมตำรวจคดีพิเศษ​ หรือ​ DSI โดยนายกรัฐมนตรี​ให้เวลา 30 วันซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้  

โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการ​ การดำเนินคดีทุกคดีโปร่งใสตรวจสอบได้มีการเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ โดยเฉพาะคดีสำคัญ การเข้าตรวจค้นบ้านพักย่านสาธร ที่มีการแอบอ้างว่าสถานกงสุลใหญ่นาอูรู ประจำประเทศไทย​ มีชาวจีนเข้าออกพลุกพล่าน ข้าราชการไม่ได้รับความเป็นธรรมในความรู้สึก​ จึงได้มีการตรวจสอบการติดตั้งโยกย้ายว่าเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลหรือไม่ รวมไปถึงการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง​ เนื่องจากใน 1-2 ปีที่ผ่านมามีการจัดซื้อจัดจ้างในหลายโครงการโดยเฉพาะเครื่องมือพิเศษต่างๆ คณะกรรมการจะต้องตรวจสอบ​ โดยขณะนี้ได้มีการโยกย้ายสลับอธิบดีภายในกรม​แล้ว​ และเชื่อว่ามีคุณสมบัติที่มีความเหมาะสม​  

สำหรับคดีการเรียกรับผลประโยชน์ภายในกรมอุทยาน​สัตว์ป่าและพันธุ์พืชของอธิบดี ของ รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช​นั้น กุศล โชติรัตน์​ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ กล่าวว่า​ คณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ และเชิญผู้ติดเกี่ยวข้องของกระทรวงมาให้ถ้อยคำ​ หากดูไทม์ไลน์ ได้ดำเนินการทางวินัยอย่างรวดเร็ว​ คดีดังกล่าวแม้ว่าเป็นปัญหาประจักษ์ชัดเชิงวินัย​ แต่ก็ต้องดำเนินการให้เกิดความรอบคอบยืนยันว่า ไม่มีใครล้วงลูก และมีการย้ายอธิบดีฯ มายังสำนักเลขรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว​ ขอประชาชนสบายใจได้​ ยอมรับว่าเหตุการณ์ระดับความรุนแรงนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของกระทรวง ในการสืบสวนสอบสวนจะต้องดำเนินการไปตามระเบียบที่มีอยู่ 

อนุชา​ กล่าวในช่วงท้ายว่า นอกจากนี้ยังมีการ สั่งการจากนายกรัฐมนตรีให้เร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนในคดีอื่นๆ ด้วย เช่น การประกอบธุรกิจจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านแพลตฟอร์มของบริษัทเอกชน ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานเข้ามา ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่ได้มีความประสงค์ที่จะปกป้องความผิดของผู้ใดในแต่ละคดี โดยต้องการให้เจ้าหน้าที่ได้มีโอกาสที่จะสืบสวนหาข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา ด้วยความโปร่งใสและไม่มีการแทรกแซง เกิดความกระจ่างในทุกประเด็นของสังคม เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีนำมาเป็นข้อปฏิบัติตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตั้งใจแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในทุกแวดวง การดำเนินการขาดและข้าราชการจะต้องมีความโปร่งใสเป็นธรรม​ และตรวจสอบได้ในทุกกรณี 

เมื่อถามว่า ทำไมนายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งให้เลือกแถลงความคืบหน้าของคดีสำคัญในช่วงนี้ หรือมีใครนำไปแอบอ้างเป็นผลงานตัวเอง อนุชา กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ใช่ เพียงแต่นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสังการไปแล้วว่าให้มีแถลงความคืบหน้าทุก 15 วัน จึงมีการสอบถามไปว่าความคืบหน้าเป็นอย่างไรจึงได้ข้อมูลมาชี้แจงตามที่แถลงไป การทำงานไม่ได้คิดถึงเรื่องเหล่านี้ นายกฯ คิดถึงแต่การสร้างความกระจ่างให้สังคมเป็นหลัก ที่สำคัญแต่ละคดีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของข้าราชการ ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีนโยบายชัดเจนว่าจะไม่ให้เกิดการทุจริต คอร์รัปชันในทุกวงการ ฉะนั้นคดีที่เกิดในช่วงนี้จึงต้องการแจ้งความคืบหน้าการสอบสวนให้ตรงไปตรงมา เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนให้โดยเร็ว จากนี้ก็จะดูว่ามีคดีอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่การดิสเครดิทอะไรใครทั้งนั้น แต่ต้องการให้ประชาชนรับทราบถึงความตั้งใจของนายกฯในการแก้ปัญหาบ้านเมือง โดยเฉพาะเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน  

เมื่อถามว่า ในคดีที่มีการพาดพิงถึงหลานของ พล.อ.ประยุทธ์ นั้น เหตุใดยังไม่มีการออกมาชี้แจงให้เกิดความชัดเจน อนุชา กล่าวว่า ตรงนี้ยังไม่มีข้อหล่าวหาที่เป็นรูปธรรม เป็นเพียงการกล่าวอ้าง ฉะนั้นในการสืบสวน สอบสวน จึงเน้นเรื่องความตรงไปตรงมา ไปพบใครที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือภาคเอกชน ก็ให้ดำเนินการตามระเบียบตามกฎหมาย ซึ่งนายกฯไม่ต้องการจะกล่าวถึงใครที่ถูกพาดพิง แต่เน้นที่การสืบสวน สอบสวน เมื่อพบเจออะไรที่ไม่ถูกต้องก็ให้ดำเนินการโดยตรง ไม่ต้องเกรงกลัวใครทั้งสิ้น  

เมื่อถามว่า เป็นเพราะใกล้เลือกตั้งหรือเปล่าถึงต้องเร่งกวาดคดีเหล่านี้ อนุชา กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน คดีเหล่านี้เป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ ฉะนั้นสิ่งใดที่นายกฯให้ข้อสั่งการไป ท่านก็ต้องการรับทราบความคืบหน้า และอยากให้ประชาชนรับทราบ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์