ตีวัวกระทบคราด ! ‘บิ๊กตู่’ ฉุนโดนจี้ปม ‘ชูวิทย์’ โยงหลานนายกฯ เอี่ยวธุรกิจรถเช่า ‘ตู้ห่าว’

6 ม.ค. 2566 - 14:57

  • ‘ชูวิทย์’ จุดตะเกียงฝากเทียนให้ตำรวจ-อัยการ ทำสำนวน-เก็บรวบรวมพยานหลักฐานให้มากขึ้น พร้อมเปิดพยานผู้รับเหมาที่อ้างถูก ‘ตู้ห่าว’ ข่มขู่และเบี้ยวเงินค่าจ้างรวมกว่า 100 ล้าน

  • ‘บิ๊กตู่’ เสียงดังฉุนใส่สื่อ ปม ‘ชูวิทย์’ แฉหลานนายกฯ โยงคดีตู้ห่าว ลั่นพยายามไม่หงุดหงิดแล้ว

Prayut_Chuwit_Tuhaw_Grandchild_car_rental_SPACEBAR_Thumbnail_b82cdef440.jpeg
ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ แถลงข่าวถึงพฤติการณ์ของขบวนการทุนจีนสีเทาของ ‘ตู้ห่าว’ โดย ชูวิทย์ ได้เปิดจุดตะเกียง เปรียบเทียบว่าบ้านเมืองอยู่ในความมืดมิดไร้ความหวัง ไร้ผู้นำ ในการให้ความยุติธรรม ทั้งยังปักเทียนเปรียบเทียบว่า ผบ.ตร.และอัยการกำลังนั่งเทียนทำสำนวนคดี นั่งทำงานเก็บหลักฐานแบบเว้นวรรค สำนวนลักหลับ ทั้งที่พยานหลักฐานไม่แน่นหนา สำนวนอ่อน 

ชูวิทย์ กล่าวว่า ตำรวจทำให้พยานหลักฐานอ่อน เห็นได้จากการเก็บพยานหลักฐานที่ไม่ต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีการตัดต่อไฟล์ภาพวงจรปิดในบ่อนกาสิโนลีลาและผับจินหลิง โดยในผับลีลามีบ่อนกาสิโน มีเซิร์ฟเวอร์กล้อง 2 ตัว มีกล้อง 36 ตัว, ในจินหลิง และวิบวับ มีเซิร์ฟเวอร์ 2 ตัว มีกล้อง 20 ตัว แต่เมื่อนำพยานหลักฐานส่งอัยการ ช่วงแรกมีการนำเซิร์ฟเวอร์ส่งอัยการ 2 ตัว และกลับมาแก้ไขในภายหลังเหลือเพียงตัวเดียว ซึ่งเป็นของผับจินหลิง แต่กลับไม่มีของผับลีลา 

“ผู้ที่ส่งพยานหลักฐานดังกล่าวให้อัยการ คือ รองผู้บังคับการที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาปล่อยรถของผู้ต้องหาไป ซึ่งตอนนี้ผมมีไฟล์ภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งหมดอยู่ในมือแล้ว ซึ่งมีภาพจำนวนมากกว่า 1,000 ไฟล์ ส่วนเรื่องการสอบพยานที่ตำรวจอ้างว่า มีพยาน 10 ปาก ซึ่งอยู่ในผับดังกล่าว แต่ตนมีข้อมูลว่าภายในผับดังกล่าวมีพนักงานอยู่ภายในร้านจำนวนมากกว่า 50 คน แต่กลับไม่เคยมีการเรียกพนักงานคนอื่นๆ ไปสอบปากคำ” ชูวิทย์ กล่าว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าว ชูวิทย์ ได้เปิดตัวพยาน 2 กลุ่ม คือ ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นคนละครใหม่ โดยมีภาพวงจรปิดขณะเจ้าตัวเดินทางมาที่ สน.ยานนาวา อ้างว่าเป็นภาพนำถุงขนมเงินสดมาให้รองผู้บังคับการรายหนึ่ง เพื่อให้ปล่อยรถบางคันออกไป หญิงรายนี้ยังไม่ถูกเรียกไปสอบปากคำเป็นพยานหรือผู้ต้องหาในคดีของรองผู้บังคับการนายดังกล่าว จนเจ้าตัวหลบหนีไป ส่วนพยานกลุ่มที่สองเป็นกลุ่มผู้รับเหมา ซึ่งปรากฏในคลิปที่ ตู้ห่าว พูดจาข่มขู่เกี่ยวกับอำนาจมืดและปืน โดยผู้รับเหมาคนดังกล่าวยืนยันว่า เห็นตู้ห่าวและพวกขนเงินสดครั้งละ 30 ล้านบาท จากผับจินหลิงไปให้กลุ่มบุคคลอื่น 

นอกจากนี้ ยังนำกลุ่มผู้รับเหมาอีก 7 คน ซึ่งเป็นผู้รับเหมาตามอาคารสถานที่ในเครือข่ายของ ตู้ห่าว และพวกทั่วประเทศ โดยในระหว่างการก่อสร้าง ตู้ห่าว เร่งรัดให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นตามสัญญา และมีการใช้คำพูดข่มขู่ แต่เมื่อเสร็จงานแล้วกลับไม่ให้เงินส่วนที่เหลือตามสัญญา บางรายสูงถึง 36 ล้านบาท รวมมูลค่าแล้วมากกว่า 100 ล้านบาท  

โดย เจี๊ยบ ผู้รับเหมาในเครือข่ายของตู้ห่าว ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและลาดกระบัง ติดเงินอยู่ 8 ล้านกว่าบาท ยืนยันว่า ขณะนี้ทุกคนได้รับความเดือดร้อนจากเงินที่ ตู้ห่าว และพวก ไม่ยอมจ่าย จนทำให้เป็นปัญหาหนี้สินเดือดร้อนกันทุกคน อีกครั้งในวันที่เข้าไปขอความช่วยเหลือที่สโมสรตำรวจ ตำรวจก็ไม่ได้ให้การช่วยเหลือใดๆ จนต้องมาขอให้ชูวิทย์ ช่วยเหลือ ขณะที่ชูวิทย์ กล่าวเสริมว่า ตู้ห่าวมีเงินซื้อรถยนต์โรลส์-รอยซ์ แต่ไม่จ่ายเงินผู้รับเหมา สำหรับผู้รับเหมาทั้งหมดที่นำมาเปิดตัวนี้ ได้ให้การกับอัยการเรียบร้อยแล้ว 

อย่างไรก็ตาม ชูวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า รถทัวร์จำนวนกว่า 400-500 คันของบริษัท เอ็มแอนด์ เอ็ม ทรานสปอร์ต เซอร์วิส จำกัด ที่หลายคนเข้าใจว่าเป็นบริษัทของตู้ห่าว แต่คนที่เป็นเจ้าของจริงๆ คือ หจก.แห่งหนึ่งซึ่งเป็นของหลาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงไม่สงสัยว่าทำไมเรื่องมันถึงหยุดและมีอยู่เท่านี้ 

เมื่อถามว่า หากสามารถให้คะแนนการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ได้ จะให้คะแนนเต็ม 10 แต่ละหน่วยอย่างไร โดย ชูวิทย์ ให้คะแนนการทำงานของตำรวจนครบาล 0 คะแนน เนื่องจากมีข้อบกพร่องต่างๆ เป็นจำนวนมาก ส่วนอัยการมองว่ายังทำงานได้ไม่เต็มที่ แต่ยังมีความพยายามที่จะดำเนินการในเรื่องดังกล่าวจึงให้ 5 คะแนน ส่วนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ถึงแม้ในช่วงแรกจะทำงานชักช้า แต่ในภายหลังดำเนินการในหลายเรื่องค่อนข้างรวดเร็ว จึงให้คะแนน 9 คะแนน ส่วน DSI ที่รับเรื่องไปแล้ว และมีการตั้งเป็นคดีพิเศษให้คะแนนหน่วยงานดังกล่าว 9 คะแนนเท่ากัน 

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมต.กลาโหม กล่าวเมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าการมาลงพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีในวันนี้เพื่อดูเรื่องข้าวรักษ์โลกเป็นอย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้อนถามว่า “ฟังก่อนๆ พวกเราดู เวลาที่นายกฯ แต่ละคนไปที่ไหน นายกฯ ก็ดูแบบนายกฯ สื่อมวลชนไปที่ไหน สื่อฯดูตรงไหนบ้าง สื่อฯ ดูหรือไม่ว่าเขาทำอะไรตรงไหนวันนี้ เขาทำอย่างไรรู้หรือไม่ ควรต้องทำตรงนี้ด้วยถึงจะมาถามนายกฯ นายกฯ ไม่ใช่คนขี้โมโห เข้าใจหรือเปล่า” 

จากนั้นผู้สื่อข่าวกล่าวว่าก็ได้ดูแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จึงย้อนถามว่าดูแล้วไหนตอบมา ตอบมาสิว่าข้าวรักษ์เป็นอย่างไร ซึ่งสื่อมวลชนพยายามอธิบายถึงรายละเอียดต่างๆ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ พยายามกลบเกลื่อน เพื่อจะไม่ตอบคำถามในเรื่องอื่น พร้อมระบุว่า “ฉันไม่ตอบอะไรหรอก เธอพวกเธอไม่ต้องตอบ ฉันไม่ฟังแล้ว ฉันจะไปตอบพวกเธอทำไม ในเมื่อตอบแล้วพวกเธอก็ไม่รู้เรื่อง” 

จากนั้นผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามกรณี ชูวิทย์ ออกมาพาดพิงว่าผู้เป็นเจ้าของบริษัท ซึ่งเป็นของหลาน พล.อ.ประยุทธ์ เกี่ยวโยงธุรกิจรถเช่าของตู้ห่าว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ฉันไม่ได้เป็นศัตรูกับพวกเธอ ฉันพยายามจะไม่หงุดหงิดอยู่แล้ว เข้าใจไหม”

เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามซ้ำคำถามข้างต้นอีก พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธตอบคำถามดังกล่าว ด้วยสีหน้าไม่พอใจ และรีบเดินหนีออกไปขึ้นรถทันที โดยเมื่อขึ้นรถ พล.อ. ประยุทธ์ ได้ขึ้นรถ และลดกระจกลง พร้อมกล่าวว่า “สื่ออย่าให้ มีปัญหา ฉันไม่เคยมีปัญหากับสื่ออยู่แล้ว สื่อดีๆ ก็เยอะแยะ”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์