พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมต.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเน้นย้ำถึงการต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนประเทศชาติต่อไป ถึงแม้จะเป็นรัฐบาลรักษาการก็ตาม พร้อมชี้ให้เห็นว่า รัฐมนตรีได้ร่วมกันเข้าประชุมครบองค์ประชุมทุกครั้ง เพราะยังมีอีกหลายเรื่องต้องหารือกัน ส่วนภาพรวมของเศรษฐกิจไทย สถานะการเงินยังแข็งแกร่ง และจากการประเมินของหน่วยงานในต่างประเทศ ก็อยู่ในเกณฑ์ BBB+ คือมีเสถียรภาพ สถานการณ์การเงินการคลังของประเทศไทย ยังได้รับความเชื่อมั่น เชื่อถือจากต่างประเทศ ขณะที่การส่งออกและการนำเข้าก็ยังได้เปรียบดุลการค้าอยู่ แต่สิ่งที่รัฐบาลเป็นกังวลคือ จะต้องทำอย่างไรให้สิ่งเหล่านี้ลงไปถึงรากฐานให้มากที่สุดและเร็วที่สุด
“สิ่งที่เราได้มาในช่วงนี้ คือรายได้จากการท่องเที่ยว ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากยิ่งขึ้น โดยได้รับรายงานว่าในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ จะมีการกรุ๊ปทัวร์มาจากหลายประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศจีนจะมามากยิ่งขึ้น ขอให้ทุกจังหวัดและทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ผู้ประกอบการต่างๆ กรุณาดูแลเรื่องคุณภาพ ความสะอาด และที่สำคัญคือ ดูแลนักท่องเที่ยวในเรื่องความปลอดภัยจากอุบัติภัยต่างๆ ส่วนสถานการณ์ของสภาพอากาศ ได้รับรายงานว่าสถานการณ์ดีขึ้นมาก สภาพอากาศท้องฟ้าแจ่มใส ฝุ่นละอองต่างๆ PM2.5 และจุดความร้อนน้อยลง รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้านที่จุดความร้อนลดลง ซึ่งมาจากความร่วมมือของประชาชน มาตรการของรัฐบาล รวมถึงพี่น้องเกษตรกร นอกจากนี้ มาจากการทำฝนหลวงและฝนธรรมชาติ ทำให้ทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้น ขอความร่วมมือให้รักษาสถานภาพนี้ไปเรื่อยๆ” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า รัฐบาลมีความเป็นห่วงเรื่องคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่เตือนเรื่องพายุฤดูร้อน ซึ่งจะมีลมกระโชกแรง จึงห่วงเรื่องเสาไฟ สายไฟฟ้า หลังคา สถานที่ที่ไม่แข็งแรง ขอให้สำรวจดูแลกันล่วงหน้าไว้ด้วย นอกจากนี้ รัฐบาลมีความเป็นห่วงเรื่องประมงพื้นบ้าน โดยก่อนออกเรือขอให้รับฟังการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาด้วย และวันนี้ สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือ ความปลอดภัยของประชาชนในทุกมิติ
ส่วนในที่ประชุม ครม. ได้พิจารณาเรื่องขอใช้งบกลาง ช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง เรื่องค่าไฟฟ้า จำนวน 1.1 หมื่นล้านบาทแล้ว โดย ครม.ได้ให้ความเห็นชอบ และจะส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการพิจารณาต่อไป
“เชื่อว่าจะเร็ว เพราะในเบื้องต้น ก็ขอให้ทำถูกต้องตามขั้นตอน ให้ตรงกับมาตรา 169 ของรัฐธรรมนูญ เท่าที่รับทราบ สิ่งใดที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชนก็ไม่น่าจะมีปัญหา” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
ส่วนจะทันในรอบบิลเดือนพฤษภาคมนี้หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า “คงต้องรอหน่อย แต่เชื่อว่าจะเร็วที่สุด ถ้าเร็วก็คงทัน และคาดการณ์ว่าในเดือนหน้าสถานการณ์คงดีขึ้น การใช้ไฟคงลดลง ราคาค่าแก๊ส ค่าน้ำมัน คงจะลดลงบ้าง ซึ่งจะมีผลในช่วงต่อไป ถือเป็นการชดเชยกันไปมา” อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความเห็นในประเด็นที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศว่าจะกลับประเทศไทย ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว เพียงแต่ยิ้มหวานและเดินออกจากโพเดียม เพื่อกลับขึ้นห้องทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้าทันที
“สิ่งที่เราได้มาในช่วงนี้ คือรายได้จากการท่องเที่ยว ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากยิ่งขึ้น โดยได้รับรายงานว่าในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ จะมีการกรุ๊ปทัวร์มาจากหลายประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศจีนจะมามากยิ่งขึ้น ขอให้ทุกจังหวัดและทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ผู้ประกอบการต่างๆ กรุณาดูแลเรื่องคุณภาพ ความสะอาด และที่สำคัญคือ ดูแลนักท่องเที่ยวในเรื่องความปลอดภัยจากอุบัติภัยต่างๆ ส่วนสถานการณ์ของสภาพอากาศ ได้รับรายงานว่าสถานการณ์ดีขึ้นมาก สภาพอากาศท้องฟ้าแจ่มใส ฝุ่นละอองต่างๆ PM2.5 และจุดความร้อนน้อยลง รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้านที่จุดความร้อนลดลง ซึ่งมาจากความร่วมมือของประชาชน มาตรการของรัฐบาล รวมถึงพี่น้องเกษตรกร นอกจากนี้ มาจากการทำฝนหลวงและฝนธรรมชาติ ทำให้ทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้น ขอความร่วมมือให้รักษาสถานภาพนี้ไปเรื่อยๆ” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า รัฐบาลมีความเป็นห่วงเรื่องคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่เตือนเรื่องพายุฤดูร้อน ซึ่งจะมีลมกระโชกแรง จึงห่วงเรื่องเสาไฟ สายไฟฟ้า หลังคา สถานที่ที่ไม่แข็งแรง ขอให้สำรวจดูแลกันล่วงหน้าไว้ด้วย นอกจากนี้ รัฐบาลมีความเป็นห่วงเรื่องประมงพื้นบ้าน โดยก่อนออกเรือขอให้รับฟังการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาด้วย และวันนี้ สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือ ความปลอดภัยของประชาชนในทุกมิติ
ส่วนในที่ประชุม ครม. ได้พิจารณาเรื่องขอใช้งบกลาง ช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง เรื่องค่าไฟฟ้า จำนวน 1.1 หมื่นล้านบาทแล้ว โดย ครม.ได้ให้ความเห็นชอบ และจะส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการพิจารณาต่อไป
“เชื่อว่าจะเร็ว เพราะในเบื้องต้น ก็ขอให้ทำถูกต้องตามขั้นตอน ให้ตรงกับมาตรา 169 ของรัฐธรรมนูญ เท่าที่รับทราบ สิ่งใดที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชนก็ไม่น่าจะมีปัญหา” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
ส่วนจะทันในรอบบิลเดือนพฤษภาคมนี้หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า “คงต้องรอหน่อย แต่เชื่อว่าจะเร็วที่สุด ถ้าเร็วก็คงทัน และคาดการณ์ว่าในเดือนหน้าสถานการณ์คงดีขึ้น การใช้ไฟคงลดลง ราคาค่าแก๊ส ค่าน้ำมัน คงจะลดลงบ้าง ซึ่งจะมีผลในช่วงต่อไป ถือเป็นการชดเชยกันไปมา” อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความเห็นในประเด็นที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศว่าจะกลับประเทศไทย ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว เพียงแต่ยิ้มหวานและเดินออกจากโพเดียม เพื่อกลับขึ้นห้องทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้าทันที




