พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยยืนยัน เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างดำเนินการเรื่องสติกเกอร์ส่วยรถบรรทุกและส่วยบนทางหลวง
“ก็ต้องสอบสวนทั้งคนให้และคนรับ คนให้ทำความผิดด้วยหรือเปล่าก็ต้องดู เพราะวันนี้ปัญหาของเราคือมีคนเสนอ และมีคนรับ ก็ต้องสอบสวนว่ามีการทุจริตด้วยกัน ต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย แต่ตำรวจทำความผิดก็ต้องลงโทษอยู่แล้ว ทุกเดือนก็มีการพิจารณา เขาก็ติดตามอยู่” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการประชุม ครม. วันนี้ มีผู้แจ้งลาการประชุม 6 คน ได้แก่ 1. ดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ 2. สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน 3. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ 4. อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง 5. สุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ 6. สีนิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์
ทั้งนี้ ก่อนการประชุม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้รายงานนายกรัฐมนตรี ถึงกรณีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ขอให้ยกเลิกการส่งกระแสไฟฟ้าข้ามแม่น้ำเมย ไปยังพื้นที่การลงทุนขนาดใหญ่ของชาวจีน ที่บ้านส่วยโก๊กโก่ เขตอิทธิพลทหารกะเหรี่ยงพิทักษ์ชายแดน (บีจีเอฟ) หลังจากที่รัฐบาลเมียนมา ได้แจ้งชัดเจนว่า จะไม่มีการต่อสัมปทานในพื้นที่ดังกล่าว และขอให้ทางการไทย งดจ่ายกระแสไฟฟ้าทันที แม้ฝ่ายกระเหรี่ยงบีจีเอฟ จะขู่ไทยด้วยการปิดท่าข้ามทางธรรมชาติเพื่อตอบโต้
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เป็นเรื่องภายในของเมียนมา และยืนยันว่าไม่มีผลกระทบอะไรกับคนไทย
ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เปิดเผยหลังรายงานนายกรัฐมนตรีว่า ได้รายงานเรื่องไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้ การไฟฟ้าได้ดำเนินการตามคู่สัญญาที่ได้ทำกับรัฐบาลเมียนมา เพราะรัฐบาลเมียนมาต้องการให้ตัดไฟ เพราะหมดสัมปทานแล้ว ก็ต้องดำเนินการตามกฏหมาย หลังจากเมื่อคืนวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้แจ้งเตือนทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องหมดแล้ว โดยดำเนินการไม่ส่งกระแสไฟ จนกว่าทางโน้นจะมีการต่อสัมปทาน หรือแจ้งกลับมา ซึ่งจะมีการทำเรื่องมาทางกระทรวงการต่างประเทศของเรา ทั้งนี้ หากมีการแจ้งกลับมา เรื่องสัมปทานให้มีการดำเนินการ เราก็คงจะต่อไฟได้ ส่วนเรื่องระยะเวลาไม่สามารถตอบได้
อีกด้าน วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธตอบคำถามผู้สื่อข่าวเรื่องหุ้นสื่อฯ ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในทุกประเด็น
“ก็ต้องสอบสวนทั้งคนให้และคนรับ คนให้ทำความผิดด้วยหรือเปล่าก็ต้องดู เพราะวันนี้ปัญหาของเราคือมีคนเสนอ และมีคนรับ ก็ต้องสอบสวนว่ามีการทุจริตด้วยกัน ต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย แต่ตำรวจทำความผิดก็ต้องลงโทษอยู่แล้ว ทุกเดือนก็มีการพิจารณา เขาก็ติดตามอยู่” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการประชุม ครม. วันนี้ มีผู้แจ้งลาการประชุม 6 คน ได้แก่ 1. ดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ 2. สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน 3. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ 4. อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง 5. สุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ 6. สีนิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์
ทั้งนี้ ก่อนการประชุม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้รายงานนายกรัฐมนตรี ถึงกรณีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ขอให้ยกเลิกการส่งกระแสไฟฟ้าข้ามแม่น้ำเมย ไปยังพื้นที่การลงทุนขนาดใหญ่ของชาวจีน ที่บ้านส่วยโก๊กโก่ เขตอิทธิพลทหารกะเหรี่ยงพิทักษ์ชายแดน (บีจีเอฟ) หลังจากที่รัฐบาลเมียนมา ได้แจ้งชัดเจนว่า จะไม่มีการต่อสัมปทานในพื้นที่ดังกล่าว และขอให้ทางการไทย งดจ่ายกระแสไฟฟ้าทันที แม้ฝ่ายกระเหรี่ยงบีจีเอฟ จะขู่ไทยด้วยการปิดท่าข้ามทางธรรมชาติเพื่อตอบโต้
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เป็นเรื่องภายในของเมียนมา และยืนยันว่าไม่มีผลกระทบอะไรกับคนไทย
ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เปิดเผยหลังรายงานนายกรัฐมนตรีว่า ได้รายงานเรื่องไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้ การไฟฟ้าได้ดำเนินการตามคู่สัญญาที่ได้ทำกับรัฐบาลเมียนมา เพราะรัฐบาลเมียนมาต้องการให้ตัดไฟ เพราะหมดสัมปทานแล้ว ก็ต้องดำเนินการตามกฏหมาย หลังจากเมื่อคืนวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้แจ้งเตือนทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องหมดแล้ว โดยดำเนินการไม่ส่งกระแสไฟ จนกว่าทางโน้นจะมีการต่อสัมปทาน หรือแจ้งกลับมา ซึ่งจะมีการทำเรื่องมาทางกระทรวงการต่างประเทศของเรา ทั้งนี้ หากมีการแจ้งกลับมา เรื่องสัมปทานให้มีการดำเนินการ เราก็คงจะต่อไฟได้ ส่วนเรื่องระยะเวลาไม่สามารถตอบได้
อีกด้าน วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธตอบคำถามผู้สื่อข่าวเรื่องหุ้นสื่อฯ ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในทุกประเด็น




