ระวังออกนอกเลน! ‘บิ๊กตู่’ ลั่นไม่ขอแข่งแลนด์สไลด์กับใคร พร้อมแจงให้อภัย ‘ศรัณย์วุฒิ’

24 มี.ค. 2566 - 14:22

  • ‘บิ๊กตู่’ ร่ายยาว! ไม่ขอประกาศแข่งแลนด์สไลด์กับใคร เตือนระวังสไลด์ออกนอกเลน

  • ฟุ้งเป็นสุภาพบุรุษให้อภัย ‘ศรัณย์วุฒิ’ หลังเข้าขอขมา

  • พร้อมวอนอย่านำเรื่องความขัดแย้งมาหาเสียง

  • ติง ‘มายด์’ บุกเจอ ‘บิ๊กป้อม’ ถามพบแล้วได้อะไร

  • ชี้ถ้าทุกฝ่ายเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ก็จะได้รับความยุติธรรม

Prayut_not_competing_in_landslides_SPACEBAR_Hero_1a02d1de64.jpeg
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมต.กลาโหม ปฏิเสธให้ความเห็นที่ว่า จะมีการเชิญ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมต.คลัง ไปร่วมงานที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ด้วยหรือไม่ 

“เดี๋ยวรอฟังก่อน แต่ตอนนี้ก็ช่วยงานกันอยู่แล้ว ซึ่งในอนาคตก็คงต้องรอก่อน เพราะอนาคตก็คืออนาคต วันนี้ยังมีเวลาที่ยังต้องทำงานร่วมกันอยู่ตรงนี้ ตนเองก็อยู่ในฐานะสองบทบาทต้องระมัดระวังอย่างเต็มที่ เพราะตนยังเป็นนายกฯ ด้วย และวันนี้อำนาจต่างๆ ในการรักษาการ มีจำกัด มีข้อห้ามในหลายประเด็น ก็อาจจะทำให้งานมีปัญหาล่าช้าไปบ้างในบางอย่าง แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับการเลือกตั้งว่าใครจะเป็นรัฐบาลต่อไป ตนไม่ได้รังเกียจใครอยู่แล้ว ก็แล้วแต่ ประเทศไทยไม่ใช่ของตน เป็นของคนไทยทุกคน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว  

ส่วนในการปรับกลุยุทธ์ลงพื้นที่หาเสียงที่ ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ประธานที่ปรึกษาพรรครวมไทยสร้างชาติ ต้องการให้ลงไปช่วยหาเสียงมากขึ้นนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันเตรียมพร้อมอยู่แล้ว และจากนี้ไปอาจต้องลางานราชการมากขึ้น โดยจะดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดไว้ พร้อมเผยด้วยว่า ภายหลังเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศ และเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ในวันที่ 25 มี.ค.นี้ ก็มีกำหนดที่จะไปหาเสียงในแต่ละพื้นที่ ซึ่งแผนต่างๆ พรรครวมไทยสร้างชาติได้วางไว้แล้ว

“ตนจะไปพูดในเรื่องที่ตนทำไปแล้ว และจะทำอะไรต่อ รวมทั้งจะมีอะไรที่จะทำใหม่บ้าง เราจะต้องแก้ปัญหาต่างๆให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน เราต้องมองอนาคตในการทำงาน ปัญหาเดิมเราก็ต้องแก้ ทั้งรายได้ของประชาชนผู้มีรายได้น้อยเราจำเป็นต้องแก้ไขให้เกิดความยั่งยืน มีการพัฒนาตัวเองต่างๆ เป็นสิ่งที่เราต้องทำในการแก้ไขปัญหาเดิมๆ ให้ได้ ทั้งความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ขณะเดียวกันเราก็ต้องเดินหน้าประเทศอีกขาหนึ่งเพื่อให้มีรายได้กลับมา เพื่อดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบางเหล่านี้ และพัฒนาประเทศให้มีรายได้สูงขึ้น อนาคตเราต้องทำแบบนี้ ถ้าทำเฉพาะตรงนี้อย่างเดียวแล้วไม่มองอนาคตไม่มองส่วนประกอบทั้งหมดประเทศก็ไปไม่ได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว  

ส่วนเมื่อถามว่า รวมไทยสร้างชาติ ตั้งเป้าที่จะแลนด์สไลด์ เหมือนที่บางพรรคประกาศไว้ด้วยหรือ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ทุกคนก็หวังอย่างนั้น แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับประชาชนใช่หรือไม่  

“แต่ไอ้คำว่าแลนด์สไลด์นั้น จะสไลด์ไปถึงไหนก็ยังไม่รู้ เพราะถ้าลงไม่ดี ก็จะสไลด์ออกนอกเลนไป เจ็บตัวไปอีก เพราะฉะนั้น ผมจะไม่พูดว่าจะสไลด์หรือไม่สไลด์ ผมขอแค่ให้ทุกคนเข้าใจและมองว่าประเทศไทยอยู่มาถึงวันนี้ด้วยอะไร แล้วจะอยู่ต่อไปกันอย่างไร เราต้องมีรัฐบาลที่ไว้ใจได้หรือไม่ มีรัฐบาลที่นึกถึงคนที่มีรายได้น้อยหรือไม่ พร้อมดูแลกลุ่มเปราะบางหรือไม่ และจะดูแลอย่างไร ซึ่งเราได้สตาร์ทเริ่มต้นมาแล้ว ครั้งนี้ผมพูดในนามรัฐบาลด้วย เพราะนโยบายของหลายพรรคการเมืองก็ตรงกัน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของรัฐสวัสดิการ ซึ่งถ้าเราทำกันจนมากเกินไป ประเทศก็อาจเสียหายเยอะ ทำไมเราจะไม่อยากดูแล ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลก็พยายามหามาตรการที่เหมาะสมไม่ให้มีผลกระทบต่อรายได้และงบประมาณของแผ่นดิน ในเรื่องของวินัยการเงินการคลัง ทำให้สถานการณ์ต่างๆ ดีขึ้นจนถึงปัจจุบัน แต่ก็ยังไม่ปลอดภัย เพราะสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจการคลังของโลก มีความผันผวนตลอดเวลา โดยเฉพาะการขึ้นดอกเบี้ยต่างๆ ของธนาคารกลางทั้งยุโรปและสหรัฐฯ วันนี้ ก็ยังมีปัญหามากพอสมควร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว   

พล.อ.ประยุทธ์ ยังย้ำถึงการเตรียมมาตรการรองรับ ซึ่งกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ติดตามกำกับดูแลใกล้ชิด ทั้งภาคการเงิน การธนาคาร ทั้งนี้ ยังถือว่าประเทศไทยยังปลอดภัย แต่ก็ต้องระวังอนาคต เพราะโลกผันผวนและซับซ้อนมาก  

“หลายเรื่องมีความทับซ้อน อยากจะให้ฟังในเรื่องเหล่านี้ไว้บ้าง อาจจะฟังดูแล้วไม่ค่อยรู้เรื่อง ตนเองก็ไม่ใช่คนที่รู้มาก่อน ก็ต้องศึกษาทำความเข้าใจ สอบถามจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะเดินไปข้างหน้า เพราะนี่คือหน้าที่ของนายกฯ ในการบริหารประเทศ จะต้องคำนึงถึงประชาชนทั้งหมด ตนไม่อยากจะพูดซ้ำจากที่พูดไป โดยเฉพาะเรื่องของการเมือง เพราะต้องระวังบทบาทของตัวเองด้วยในวันนี้ แต่วันข้างหน้าก็ไม่อยากให้เกิดความเข้าใจผิดหรือผิดพลาดในการชี้แจง เพราะเป็นคนละบทบาท” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว  

พล.อ.ประยุทธ์ ยังชี้แจงกรณีที่ ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อดีต ส.ส.อุตรดิตถ์ เข้าไปขอขมาและสมัครสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยยืนยันตนเองมีความเป็นสุภาพบุรุษอยู่แล้ว และเข้าใจดีถึงบทบาทในสภาฯ ซึ่งทุกคนก็เห็นอยู่แล้ว ที่ต้องทำได้ทุกอย่าง พูดได้ทุกอย่างตามความเชื่อ 

“เมื่อเขาเป็นฝ่ายค้าน ก็พยายามค้านให้ได้มากที่สุด มันอาจจะเกินเลยไปบ้าง ผมก็ให้อภัยได้ เขาก็มาพูดว่าเขายินดีที่จะมาร่วมงานที่นี่ ไม่ได้โดนใครบังคับอะไรทั้งสิ้น แต่เขาเห็นว่าผมเป็นคนที่เชื่อถือได้ จากการตรวจสอบของเขามาแล้ว มันไม่มีข้อเท็จจริงอะไรทั้งสิ้น เขาจึงอยากกลับมาและมาช่วยเราตรงนี้ เพื่อให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า ก็ให้อภัยกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว 

ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้พบกับ ‘มายด์’ ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล แกนนำกลุ่มคณะราษฎร 2563 พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า “ก็ไม่เป็นไรนิ” ส่วนเมื่อถามว่าจะเห็นภาพเช่นนี้กับ พล.อ.ประยุทธ์ บ้างหรือไม่นั้น พล.อ.ประยุทธ์ ถอนหายใจ พร้อมกล่าวว่า “คือการพบนั้น ต้องดูว่าพบแล้วมันได้อะไร เข้าใจหรือไม่ ถ้าพบกันแล้วเพื่อการเมืองอย่างเดียว ผมไม่จำเป็นต้องพบใคร เพราะผมพบทุกวันอยู่แล้ว ผมไม่ได้มุ่งหวังทางการเมือง”  

พล.อ.ประยุทธ์ ระบุด้วยว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ ประเทศชาติต้องมีกฎหมาย ถ้าเราระมัดระวังตัว ไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย หรือล่อแหลม ก็ไม่มีปัญหา ไม่ต้องไปวุ่นวายเรื่องการนิรโทษกรรม หรืออะไรต่างๆ พร้อมระบุ วันนี้เป็นรัฐบาลประชาธิปไตยแล้ว ทุกอย่างประชาชนก็เห็นแล้วว่า เราพยายามบริหารให้ดีที่สุด การบังคับใช้กฎหมายก็ไม่ได้รุนแรงอย่างที่หลายๆ คนพูด เราระมัดระวังผ่อนผัน ป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเด็กๆ เยาวชน อีกฝ่ายก็ออกมาบอกว่ารัฐบาลปล่อยปละละเลย ทำไมไม่ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย มันมีข้อขัดแย้งจากสองส่วนนี้ แล้วตนบริหารงานมา 8 ปี หรือ 4 ปีหลัง ตนทำให้สองฝ่ายเบาๆ ลง นี่คือสิ่งที่ทุกคนอาจจะลืมไป ไม่มีใครทำให้มันหยุดได้หรอก ถ้าประชาชนไม่หยุดตัวเอง  

ทั้งนี้ ตนพยายามประคับประคองทั้งสองข้างให้เกิดความสมดุล พร้อมเปรียบเปรยว่า ประเทศไทย การบริหาร รัฐบาล และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นบริษัทห้างร้านวิสาหกิจ ส่วนผู้ถือหุ้นของรัฐบาล คือประชาชนคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะยากดีมีจนต้องบริหารให้เขา ให้ประเทศและประชาชนของเรา นั่นคือหน้าที่ของรัฐบาล ผู้นำรัฐบาล ครม. และทุกกระทรวง ตนจึงไม่อยากให้หลายๆ อย่างพังทลายไป ทั้งหมดที่เราสร้างสิ่งดีๆ ขึ้นมา แน่นอนว่ายิ่งทำเยอะ ปัญหามันก็เยอะ แต่ต้องไปดูว่าสิ่งที่ทำมาแล้ว เกิดประโยชน์อะไรกับประเทศชาติและประชาชน แน่นอนว่าถ้าตนอยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไรมากนักก็คงไม่โดน หรือเจอปัญหาเหล่านี้ ตนก็ไม่ปวดหัวด้วย ปล่อยไปใครอยากจะทำอะไรก็ทำก็ทำไปเช่นที่เคยผ่านมา ซึ่งไม่มีผลงานเป็นรูปธรรมมากนัก  

“ผมจำเป็นต้องพูดไม่เช่นนั้น ประชาชนจะไม่เข้าใจ ก็ฝากสื่อฯ ด้วยแล้วกัน ถ้าอยากจะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ประชาชนมีอนาคต ผมไม่ได้หมายความว่าจะต้องมาชอบหรือรักผม ไม่ใช่ประชาชนเป็นกลไกหลักในการที่จะทำให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า นายกฯ และ ครม.เป็นแต่เพียงผู้รับสิ่งต่างๆ มาพิจารณาและดำเนินการให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศ วันนี้มันไม่ใช่ที่จะไปแตกแยกกันอีก มันไม่มีความขัดแย้งอะไรขนาดนั้น เพราะฉะนั้น ผมไม่อยากให้นำเรื่องนี้มาหาเสียงกันมากนักในขณะนี้ นั่นคือปัญหาแล้ว เพราะมันเป็นการจุดชนวนขึ้นมา เพราะหลายคนก็มีความสุขดี ประชาชนเขาไม่ได้เดือดร้อน และเขาอยากให้บังคับใช้กฎหมายด้วยไม่ใช่หรือใช่ไหม ถ้าสมมุติว่าเราอย่างนี้ อย่างนั้น ปัญหามันก็เกิดขึ้นมาใหม่ เพราะฉะนั้น อย่าไปสร้างปัญหาใหม่ให้เกิดขึ้นมาอีก ปัญหาเก่าต้องแก้ด้วยความเข้าใจ แก้ด้วยความยุติธรรมให้กับเขา ไม่มีใครแกล้งหรอก ถ้าทุกคนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ก็จะได้รับความยุติธรรม” พล.อ.ประยุทธ์ ร่ายยาว 

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงความเคลื่อนไหวของ สมศักดิ์ เทพสุทิน และ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ที่ย้ายไปสวมเสื้อพรรคเพื่อไทย พล.อ.ประยุทธ์ เดินออกจากวงให้สัมภาษณ์พร้อมกล่าวว่า “เอาล่ะ อย่าไปพูดถึงเขาเลย” ส่วนเมื่อผู้สื่อข่าวระบุอยากให้นายกฯ สยบข่าวลือไม่มีการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า “ไม่มีข่าวลือแบบนั้น ข่าวลือก็คือข่าวลือ”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์