พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิเสธการตอบคำถามสื่อมวลชน ภายหลังเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2566 โดยนายกรัฐมนตรีเดินลงมาจากตึก (สมช.) และเดินมุ่งตรงมาที่โพเดียม พร้อมวางเอกสาร โดยใช้เวลาเพียง 4 วินาที โดยระบุสั้นๆเพียงว่า “สวัสดีครับ การประชุมสภาความมั่นคงชาติครั้งที่ 1/2566 ทุกอย่างเป็นไปตามเอกสารแถลงข่าว” และตบไปที่โพเดียมหลายครั้ง ก่อนที่จะเดินขึ้นรถในทันที
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวก็พยายามสอบถามถึงกรณี ไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ว่า ลุงป้อมประกาศพร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งชูธงนโยบาย “ยุติความขัดแย้งเก่า เดินหน้าประเทศไทยใหม่” ซึ่งนโยบายนี้ จะมีการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้กระทำความผิดการเมืองตั้งแต่ปี 2548 คือกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กลุ่ม นปช. กลุ่ม กปปส. และกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความผิดทางการเมือง เพื่อให้เป็นการเมืองไร้ขั้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ปฏิเสธการคำถามเช่นเดียวกัน ได้แต่เพียงส่ายหน้า และไม่เปิดลดกระจกลงมาทักทาย พลเอกสุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติหรือสนช. ที่มารอส่งเช่นเคย
รวมไปถึงปฏิเสธการตอบคำถามว่ามีการเคลียร์ใจกับพล.อ.ประวิตรหรือไม่ เนื่องจากในช่วงหลัง พล.อ.ประวิตร มักจะลงพื้นที่ปาดหน้านายกรัฐมนตรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางมาถึงก่อนและเข้าห้องรับรอง จากนั้น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย มาถึงคนที่สอง และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาถึงคนสุดท้าย โดยทั้งสามคนได้เข้าห้องรับรองที่อยู่ด้วยกันเพียงสามคนและใช้เวลา 5 นาที
ทั้งนี้มีรายงานอีกว่า ทันทีที่ พล.อ.ประวิตร เดินทางมาถึงได้บ่นกับคณะที่มารอรับว่า “ไปหาว่าเราปาดหน้านายกฯไม่ใช่ เราไปไหว้พระอยู่แล้วที่มูลนิธิเทียนฟ้า ไปไหว้ประจำ ทำบุญมาตลอดอยู่แล้ว”
ภายหลังการประชุม พล.อ.ประวิตร ได้เดินออกจากห้องประชุมเป็นคนแรก และนั่งรถเดินทางกลับออกไปทันที ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อนุพงษ์ ออกจากห้องประชุมลงลิฟท์มาพร้อมกัน
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวก็พยายามสอบถามถึงกรณี ไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ว่า ลุงป้อมประกาศพร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งชูธงนโยบาย “ยุติความขัดแย้งเก่า เดินหน้าประเทศไทยใหม่” ซึ่งนโยบายนี้ จะมีการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้กระทำความผิดการเมืองตั้งแต่ปี 2548 คือกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กลุ่ม นปช. กลุ่ม กปปส. และกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความผิดทางการเมือง เพื่อให้เป็นการเมืองไร้ขั้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ปฏิเสธการคำถามเช่นเดียวกัน ได้แต่เพียงส่ายหน้า และไม่เปิดลดกระจกลงมาทักทาย พลเอกสุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติหรือสนช. ที่มารอส่งเช่นเคย
รวมไปถึงปฏิเสธการตอบคำถามว่ามีการเคลียร์ใจกับพล.อ.ประวิตรหรือไม่ เนื่องจากในช่วงหลัง พล.อ.ประวิตร มักจะลงพื้นที่ปาดหน้านายกรัฐมนตรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางมาถึงก่อนและเข้าห้องรับรอง จากนั้น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย มาถึงคนที่สอง และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาถึงคนสุดท้าย โดยทั้งสามคนได้เข้าห้องรับรองที่อยู่ด้วยกันเพียงสามคนและใช้เวลา 5 นาที
ทั้งนี้มีรายงานอีกว่า ทันทีที่ พล.อ.ประวิตร เดินทางมาถึงได้บ่นกับคณะที่มารอรับว่า “ไปหาว่าเราปาดหน้านายกฯไม่ใช่ เราไปไหว้พระอยู่แล้วที่มูลนิธิเทียนฟ้า ไปไหว้ประจำ ทำบุญมาตลอดอยู่แล้ว”
ภายหลังการประชุม พล.อ.ประวิตร ได้เดินออกจากห้องประชุมเป็นคนแรก และนั่งรถเดินทางกลับออกไปทันที ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อนุพงษ์ ออกจากห้องประชุมลงลิฟท์มาพร้อมกัน



