พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางพบปะหัวหน้าส่วนราชการในเขตพื้นที่ 10 จังหวัดภาคเหนือ และประชาชนชาวเชียงใหม่กว่า 4,500 คน ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา เชียงใหม่ โดยบรรยากาศที่ศูนย์ประชุมฯ มีกลุ่มแฟนคลับมารอต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมป้ายข้อความ เช่น ‘8 ปีผลงานเพื่อประชาชน ทุกคนรักลุงตู่’, ‘ขึ้นเหนือเยือนเชียงใหม่ยอดขวัญใจคือลุงตู่’ เป็นต้น
ขณะที่นายกฯ ได้ชมนิทรรศการประวัติและผลงานครูบาเจ้าศรีวิชัย พร้อมรับฟังรายงานสถานการณ์และแนวทางการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
จากนั้น นายกฯ ได้กล่าวกับประชาชน โดยบางช่วงบางตอนระบุว่า ขอบคุณน้ำใจไมตรีที่มอบให้กับตนและคณะ นี่คือคนไทยจำคำตนไว้ที่ต้องรักชาติ รักแผ่นดิน รักสถาบันของเราไว้ยิ่งชีวิต เพราะนี่คือประเทศไทยที่ทุกคนเกิดที่นี่หากินที่นี่และอาจจะต้องอยู่ที่นี่เมื่อหมดอายุขัย นี่คือสัจธรรม ฉะนั้น ตนยืนยันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด วันนี้ มีโอกาสได้มาพบชาวเชียงใหม่ และถือเป็นวันมงคลอีกครั้งที่ได้มีโอกาสมาคารวะกราบไหว้ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเราเคารพนับถือ คนทั้งประเทศเคารพนับถือ รู้สึกมีความสุข สบายใจ มีกำลังใจในการที่จะทำหน้าที่ต่อไป ตราบใดที่ยังมีหน้าที่อยู่ตรงนี้
นายกฯ ยังยืนยันพร้อมสนับสนุนโครงการเสนอชื่อ ครูบาศรีวิชัย เป็นบุคคลสำคัญของโลก ในวาระครบรอบ 150 ปี ชาตกาล ในปี พ.ศ. 2571 ให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งได้มอบหมายกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตั้งแต่แผนแม่บทยุทธศาสตร์ แม้จะมีเวลาอีกหลายปี แต่ทุกอย่างต้องเดินหน้าไปตามลำดับขั้นตอน โดยปี 2569 จะเสนอขึ้นไป ถึงวันนั้น คงมีคนทำต่อจากตนแล้ว
นายกฯ ยังได้ขอบคุณประชาชน หน่วยงานต่างๆ ทุกภาคส่วน ที่ร่วมมือกันรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ประเทศผ่านพ้นปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เป็นที่ชื่นชมของนานาชาติ และตอนนี้ ประเทศไทยมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว และจังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นเป้าหมายชาวต่างชาติ ดังนั้น จะพยายามทำให้ได้มากที่สุด ตราบใดที่ยังเป็นนายกรัฐมนตรี อยู่ในเวลานี้ ซึ่งทุกคนทราบดีว่า ใกล้เวลาการเลือกตั้ง เป็นการกำหนดอนาคตและประเทศของท่าน ก็สุดแล้วแต่ท่านจะเลือกตัดสินใจอย่างไร
นายกฯ กล่าวว่า เราต้องการให้ 17 จังหวัดภาคเหนืออเป็นอย่างไร ต้องการให้ประเทศไทย มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน นั่นคือประเทศ อนาคตของประเทศไทย นายกฯวาดหวังไว้เช่นนั้นก็ต้องมาดูว่าจะเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์อย่างไร ไม่ได้มีไว้เพื่อรักษาอำนาจนายกฯ อ่านดูให้ดีเขียนไว้อย่างไร ตนอยากเรียนว่า วันนี้ถ้าเราต้องการให้ประเทศไทยเดินอย่างไรในวันข้างหน้า ต้องเข้าใจระบบการบริหารราชการแผ่นดิน ระบบงบประมาณ เพราะสิ่งเหล่านี้ จะทำให้ประเทศเจริญเติบโต หรือล้มเหลวในโอกาสต่อไป นั่นคือความโปร่งใสในการทำหน้าที่ของทุกคน ในทุกระดับ
ซึ่งตนเชื่อมั่นทุกคนกำลังช่วยกันอยู่ พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดแล้วกัน ขอให้ทุกคนทำตามกติกาหลักเกณฑ์ให้ถูกต้องก็ไม่มีปัญหาอะไร ฉะนั้น โครงการต่างๆพวกโกง ตราบใดที่ตนยังเป็นนายกฯ อยู่จะพยายามดูแลติดตามให้ เพราะหลายอย่างอนุมัติไปแล้ว แต่อยู่ในขั้นตอนดำเนินการ แต่หลายอย่างอนุมัติไม่ได้ เพราะอยู่ในขั้นตอนของนายกฯ รักษาการ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งใครจะเป็นรัฐบาลก็ว่าไป ฉะนั้น พวกเราจะเป็นผู้เลือกผู้ตัดสินใจ ขอให้ใช้สติปัญญาไตร่ตรองต่างๆ
“ตนรักคนเหนืออยู่แล้ว ชอบบรรยากาศภาคเหนือ ชอบความอ่อนหวานความสวยงามประวัติศาสตร์ของพวกเรา ไม่ได้ปากหวาน ตนเคยมาอยู่หลายปีในช่วงก่อนหน้านี้จนเคยชินกับสภาพที่นี่ วันนี้มาทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ดีกว่าเดิม สวยกว่าเดิม ก็เพราะพวกเราทำให้หลายอย่างดีขึ้น สิ่งสำคัญคือการเผาป่า การแก้ PM2.5 จะต้องแก้ให้ได้ ส่วนจะมาจากต่างประเทศก็ว่ากันไปอย่าง น้อยเราต้องชี้แจงได้ว่าเราทำได้ดีที่สุดตรงนี้แล้ว เพื่อที่จะกดดันไปทางอื่นๆได้บ้าง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
“ผมเป็นคนไม่มีอะไรจริงๆ ถึงจะโมโหบ้างอะไรบ้าง ผมเป็นทหารมาก่อน แต่ลูกน้องรู้ว่าผมเป็นคนใจดี แต่บางทีก็ขี้โมโห แกล้งขี้โมโห แต่ก็รักกันอยู่แล้ว อย่างวันนี้ เราก็ดูแลกันผู้ใหญ่บ้านไม่ได้มีการหวังผล มาวันนี้ไม่ได้มาการเมือง เพราะผมเป็นนายกฯ ไปไหนก็ไปได้ เมื่อเช้านี้เดินสะดุดหลายที ดีคุณพระคุ้มครอง และมือก็ยังเจ็บอยู่หน่อย แต่เมื่อเช้าพระท่านให้พรมาแล้วให้หายเร็วๆ เดี๋ยวก็หายไกลหัวใจอยู่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ระหว่างนี้ นายกฯ ได้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ พร้อมกล่าวว่า ไม่ต้องห่วงยังแข็งแรงอยู่เสมอ ยังมีกำลังใจทำให้พวกเราเสมอ ทุกภาคทุกจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด คือประเทศไทย จำไว้ นี่คือประเทศไทยต้องรักกัน ต้องผูกพันกัน ต้องรักษาคำว่าชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นั่นคือประเทศไทยใช่หรือไม่
นายกฯ กล่าวด้วยว่า อะไรที่ยังค้างอยู่ก็ทำต่อ อะไรที่ทำแล้วก็ใช้ประโยชน์ให้มาก และเชื่อมโยงให้มากขึ้นเรื่อยๆมันก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อลูกหลานของเรา วันนี้ไม่เสร็จ วันหน้าก็ต้องเสร็จ เพราะเริ่มต้นไว้หมดแล้ว บางอย่างที่เป็นเรื่องใหม่ ก็จะรับไปดู ไปศึกษา ไปสู่รัฐบาลใหม่ให้ดำเนินการให้ได้ สุดแล้วแต่ใครจะมาเป็นรัฐบาล
ขณะที่นายกฯ ได้ชมนิทรรศการประวัติและผลงานครูบาเจ้าศรีวิชัย พร้อมรับฟังรายงานสถานการณ์และแนวทางการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
จากนั้น นายกฯ ได้กล่าวกับประชาชน โดยบางช่วงบางตอนระบุว่า ขอบคุณน้ำใจไมตรีที่มอบให้กับตนและคณะ นี่คือคนไทยจำคำตนไว้ที่ต้องรักชาติ รักแผ่นดิน รักสถาบันของเราไว้ยิ่งชีวิต เพราะนี่คือประเทศไทยที่ทุกคนเกิดที่นี่หากินที่นี่และอาจจะต้องอยู่ที่นี่เมื่อหมดอายุขัย นี่คือสัจธรรม ฉะนั้น ตนยืนยันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด วันนี้ มีโอกาสได้มาพบชาวเชียงใหม่ และถือเป็นวันมงคลอีกครั้งที่ได้มีโอกาสมาคารวะกราบไหว้ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเราเคารพนับถือ คนทั้งประเทศเคารพนับถือ รู้สึกมีความสุข สบายใจ มีกำลังใจในการที่จะทำหน้าที่ต่อไป ตราบใดที่ยังมีหน้าที่อยู่ตรงนี้
นายกฯ ยังยืนยันพร้อมสนับสนุนโครงการเสนอชื่อ ครูบาศรีวิชัย เป็นบุคคลสำคัญของโลก ในวาระครบรอบ 150 ปี ชาตกาล ในปี พ.ศ. 2571 ให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งได้มอบหมายกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตั้งแต่แผนแม่บทยุทธศาสตร์ แม้จะมีเวลาอีกหลายปี แต่ทุกอย่างต้องเดินหน้าไปตามลำดับขั้นตอน โดยปี 2569 จะเสนอขึ้นไป ถึงวันนั้น คงมีคนทำต่อจากตนแล้ว
นายกฯ ยังได้ขอบคุณประชาชน หน่วยงานต่างๆ ทุกภาคส่วน ที่ร่วมมือกันรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ประเทศผ่านพ้นปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เป็นที่ชื่นชมของนานาชาติ และตอนนี้ ประเทศไทยมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว และจังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นเป้าหมายชาวต่างชาติ ดังนั้น จะพยายามทำให้ได้มากที่สุด ตราบใดที่ยังเป็นนายกรัฐมนตรี อยู่ในเวลานี้ ซึ่งทุกคนทราบดีว่า ใกล้เวลาการเลือกตั้ง เป็นการกำหนดอนาคตและประเทศของท่าน ก็สุดแล้วแต่ท่านจะเลือกตัดสินใจอย่างไร
นายกฯ กล่าวว่า เราต้องการให้ 17 จังหวัดภาคเหนืออเป็นอย่างไร ต้องการให้ประเทศไทย มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน นั่นคือประเทศ อนาคตของประเทศไทย นายกฯวาดหวังไว้เช่นนั้นก็ต้องมาดูว่าจะเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์อย่างไร ไม่ได้มีไว้เพื่อรักษาอำนาจนายกฯ อ่านดูให้ดีเขียนไว้อย่างไร ตนอยากเรียนว่า วันนี้ถ้าเราต้องการให้ประเทศไทยเดินอย่างไรในวันข้างหน้า ต้องเข้าใจระบบการบริหารราชการแผ่นดิน ระบบงบประมาณ เพราะสิ่งเหล่านี้ จะทำให้ประเทศเจริญเติบโต หรือล้มเหลวในโอกาสต่อไป นั่นคือความโปร่งใสในการทำหน้าที่ของทุกคน ในทุกระดับ
ซึ่งตนเชื่อมั่นทุกคนกำลังช่วยกันอยู่ พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดแล้วกัน ขอให้ทุกคนทำตามกติกาหลักเกณฑ์ให้ถูกต้องก็ไม่มีปัญหาอะไร ฉะนั้น โครงการต่างๆพวกโกง ตราบใดที่ตนยังเป็นนายกฯ อยู่จะพยายามดูแลติดตามให้ เพราะหลายอย่างอนุมัติไปแล้ว แต่อยู่ในขั้นตอนดำเนินการ แต่หลายอย่างอนุมัติไม่ได้ เพราะอยู่ในขั้นตอนของนายกฯ รักษาการ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งใครจะเป็นรัฐบาลก็ว่าไป ฉะนั้น พวกเราจะเป็นผู้เลือกผู้ตัดสินใจ ขอให้ใช้สติปัญญาไตร่ตรองต่างๆ
“ตนรักคนเหนืออยู่แล้ว ชอบบรรยากาศภาคเหนือ ชอบความอ่อนหวานความสวยงามประวัติศาสตร์ของพวกเรา ไม่ได้ปากหวาน ตนเคยมาอยู่หลายปีในช่วงก่อนหน้านี้จนเคยชินกับสภาพที่นี่ วันนี้มาทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ดีกว่าเดิม สวยกว่าเดิม ก็เพราะพวกเราทำให้หลายอย่างดีขึ้น สิ่งสำคัญคือการเผาป่า การแก้ PM2.5 จะต้องแก้ให้ได้ ส่วนจะมาจากต่างประเทศก็ว่ากันไปอย่าง น้อยเราต้องชี้แจงได้ว่าเราทำได้ดีที่สุดตรงนี้แล้ว เพื่อที่จะกดดันไปทางอื่นๆได้บ้าง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
“ผมเป็นคนไม่มีอะไรจริงๆ ถึงจะโมโหบ้างอะไรบ้าง ผมเป็นทหารมาก่อน แต่ลูกน้องรู้ว่าผมเป็นคนใจดี แต่บางทีก็ขี้โมโห แกล้งขี้โมโห แต่ก็รักกันอยู่แล้ว อย่างวันนี้ เราก็ดูแลกันผู้ใหญ่บ้านไม่ได้มีการหวังผล มาวันนี้ไม่ได้มาการเมือง เพราะผมเป็นนายกฯ ไปไหนก็ไปได้ เมื่อเช้านี้เดินสะดุดหลายที ดีคุณพระคุ้มครอง และมือก็ยังเจ็บอยู่หน่อย แต่เมื่อเช้าพระท่านให้พรมาแล้วให้หายเร็วๆ เดี๋ยวก็หายไกลหัวใจอยู่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ระหว่างนี้ นายกฯ ได้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ พร้อมกล่าวว่า ไม่ต้องห่วงยังแข็งแรงอยู่เสมอ ยังมีกำลังใจทำให้พวกเราเสมอ ทุกภาคทุกจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด คือประเทศไทย จำไว้ นี่คือประเทศไทยต้องรักกัน ต้องผูกพันกัน ต้องรักษาคำว่าชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นั่นคือประเทศไทยใช่หรือไม่
นายกฯ กล่าวด้วยว่า อะไรที่ยังค้างอยู่ก็ทำต่อ อะไรที่ทำแล้วก็ใช้ประโยชน์ให้มาก และเชื่อมโยงให้มากขึ้นเรื่อยๆมันก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อลูกหลานของเรา วันนี้ไม่เสร็จ วันหน้าก็ต้องเสร็จ เพราะเริ่มต้นไว้หมดแล้ว บางอย่างที่เป็นเรื่องใหม่ ก็จะรับไปดู ไปศึกษา ไปสู่รัฐบาลใหม่ให้ดำเนินการให้ได้ สุดแล้วแต่ใครจะมาเป็นรัฐบาล



