พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ยืนยัน ยังไม่มีข้อยุติกรณีการพิจารณาให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ขึ้นเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ อันดับ 1 ของพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะพรรครวมไทยสร้างชาติ ยังไม่ได้พูดคุยกันในเรื่องนี้ และยังไม่ถึงเวลา และที่สำคัญต้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้ตัดสินใจเอง ไม่ใช่คนอื่นตัดสินใจแทน
“ผมไม่เคยคุยเรื่องนี้กับ พล.อ.ประยุทธ์ เลย แต่คนที่เสนอเรื่องนี้มี ซึ่งไม่ได้หมายความว่าใครเสนออย่างไรแล้วต้องเป็นไปตามนั้น อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ผมบอกแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ สบายใจแบบไหน ก็ตามนั้นเลย ผมต้องการให้ท่านสบายใจ สำหรับผมได้ทุกอย่าง และเป็นแบบนี้กับทุกคนในพรรค ใครสบายใจแบบไหนก็ทำแบบนั้น ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ ผมไม่เคยบังคับใคร ทุกคนสามารถเสนอความเห็นได้ แต่ถ้าเจ้าตัวไม่สบายใจ เราจะไปบังคับเขาได้อย่างไร บังคับให้เขาทำในสิ่งที่ไม่สบายใจมันก็ไม่ได้ผลอะไรออกมาหรอก” พีระพันธุ์ ระบุ
พีระพันธุ์ บอกด้วยว่า ช่วงนี้พรรครวมไทยสร้างชาติเน้นเรื่องการจัดผู้สมัครลงเขต และเตรียมหาเสียงในแต่ละเขตให้เรียบร้อย ส่วนบัญชีรายชื่อยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ทั้งนี้ การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ลงบัญชีรายชื่อของพรรคฯ จะเป็นผลดีในการเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนได้มากขึ้นหรือไม่นั้น แล้วแต่คนมอง แต่ทั้งหมดอยู่ที่การตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ และถึงเวลาก็ต้องพูดแน่นอน
หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มองอีกว่า การปราศรัยของ พล.อ.ประยุทธ์ ในจุดแรกที่จังหวัดชุมพร ประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ ชี้ให้เห็นถึงความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ ในความเป็นจริง ไม่ใช่มาจากโพล
"ประชาชนที่มา ไม่สามารถบังคับกันได้ การเกณฑ์คนมา ทำได้ แต่เกณฑ์คนมาให้แสดงความรู้สึกเป็นจริงเป็นจัง มันทำไม่ได้ ยืนยันว่ากระแสตอบรับ พล.อ.ประยุทธ์ ทุกพื้นที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ไม่มีการจัดตั้งอะไรทั้งสิ้น ตนอยู่การเมืองมา 30 ปี รู้สึกว่าสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับจากประชาชนวันนี้ แตกต่างผลสำรวจหลายๆแห่ง" พีระพันธุ์ ระบุ
พร้อมยืนยันว่า กำหนดการปราศรัยในจุดที่สองที่ จ.นครราชสีมา ในวันที่ 18 ก.พ.นั้น ยังไม่ได้ข้อยุติ ทั้งนี้ ไทม์ไลน์การปราศรัยที่วางไว้เบื้องต้น ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลงไปในระดับภาคก่อน แล้วค่อยเจาะในรายจังหวัด อย่างไรก็ตาม ต้องดูวาระงานในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วย ส่วนการปราศรัยในพื้นที่ กทม. อยู่ระหว่างพิจารณา แต่มองว่าคน กทม.มีภารกิจมาก โอกาสที่จะมาฟังการปราศรัยทางการเมืองนั้นยาก ไม่นิยมกันเหมือนเมื่อก่อน อีกทั้งใน กทม.ส่วนใหญ่จะใช้โซเชียลฯ กันมากกว่า ดังนั้น อาจต้องประเมินกันอีกทีว่าการปราศรัยจำเป็นหรือไม่
"ไม่ได้คิดว่าจะต้องไปในเขตที่มีความหมายของชื่อดี เพราะความจริง พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่ได้เชื่ออะไรแบบหัวปักหัวปำ เพียงแต่ยึดคติว่า ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่" พีระพันธุ์ ระบุ
พีระพันธุ์ เปิดเผยด้วยว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ จะเริ่มทยอยเปิดนโยบายออกมาในเดือนนี้ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความกังวล โดยไม่ใช่คิดแต่ว่าจะได้คะแนน แต่เป็นห่วงกระทบกับงบประมาณหรือไม่ ทั้งนี้ เตรียมนำนโยบายที่จะประกาศเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน ในการประชุมครั้งหน้านี้
“ผมไม่เคยคุยเรื่องนี้กับ พล.อ.ประยุทธ์ เลย แต่คนที่เสนอเรื่องนี้มี ซึ่งไม่ได้หมายความว่าใครเสนออย่างไรแล้วต้องเป็นไปตามนั้น อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ผมบอกแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ สบายใจแบบไหน ก็ตามนั้นเลย ผมต้องการให้ท่านสบายใจ สำหรับผมได้ทุกอย่าง และเป็นแบบนี้กับทุกคนในพรรค ใครสบายใจแบบไหนก็ทำแบบนั้น ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ ผมไม่เคยบังคับใคร ทุกคนสามารถเสนอความเห็นได้ แต่ถ้าเจ้าตัวไม่สบายใจ เราจะไปบังคับเขาได้อย่างไร บังคับให้เขาทำในสิ่งที่ไม่สบายใจมันก็ไม่ได้ผลอะไรออกมาหรอก” พีระพันธุ์ ระบุ
พีระพันธุ์ บอกด้วยว่า ช่วงนี้พรรครวมไทยสร้างชาติเน้นเรื่องการจัดผู้สมัครลงเขต และเตรียมหาเสียงในแต่ละเขตให้เรียบร้อย ส่วนบัญชีรายชื่อยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ทั้งนี้ การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ลงบัญชีรายชื่อของพรรคฯ จะเป็นผลดีในการเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนได้มากขึ้นหรือไม่นั้น แล้วแต่คนมอง แต่ทั้งหมดอยู่ที่การตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ และถึงเวลาก็ต้องพูดแน่นอน
หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มองอีกว่า การปราศรัยของ พล.อ.ประยุทธ์ ในจุดแรกที่จังหวัดชุมพร ประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ ชี้ให้เห็นถึงความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ ในความเป็นจริง ไม่ใช่มาจากโพล
"ประชาชนที่มา ไม่สามารถบังคับกันได้ การเกณฑ์คนมา ทำได้ แต่เกณฑ์คนมาให้แสดงความรู้สึกเป็นจริงเป็นจัง มันทำไม่ได้ ยืนยันว่ากระแสตอบรับ พล.อ.ประยุทธ์ ทุกพื้นที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ไม่มีการจัดตั้งอะไรทั้งสิ้น ตนอยู่การเมืองมา 30 ปี รู้สึกว่าสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับจากประชาชนวันนี้ แตกต่างผลสำรวจหลายๆแห่ง" พีระพันธุ์ ระบุ
พร้อมยืนยันว่า กำหนดการปราศรัยในจุดที่สองที่ จ.นครราชสีมา ในวันที่ 18 ก.พ.นั้น ยังไม่ได้ข้อยุติ ทั้งนี้ ไทม์ไลน์การปราศรัยที่วางไว้เบื้องต้น ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลงไปในระดับภาคก่อน แล้วค่อยเจาะในรายจังหวัด อย่างไรก็ตาม ต้องดูวาระงานในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วย ส่วนการปราศรัยในพื้นที่ กทม. อยู่ระหว่างพิจารณา แต่มองว่าคน กทม.มีภารกิจมาก โอกาสที่จะมาฟังการปราศรัยทางการเมืองนั้นยาก ไม่นิยมกันเหมือนเมื่อก่อน อีกทั้งใน กทม.ส่วนใหญ่จะใช้โซเชียลฯ กันมากกว่า ดังนั้น อาจต้องประเมินกันอีกทีว่าการปราศรัยจำเป็นหรือไม่
"ไม่ได้คิดว่าจะต้องไปในเขตที่มีความหมายของชื่อดี เพราะความจริง พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่ได้เชื่ออะไรแบบหัวปักหัวปำ เพียงแต่ยึดคติว่า ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่" พีระพันธุ์ ระบุ
พีระพันธุ์ เปิดเผยด้วยว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ จะเริ่มทยอยเปิดนโยบายออกมาในเดือนนี้ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความกังวล โดยไม่ใช่คิดแต่ว่าจะได้คะแนน แต่เป็นห่วงกระทบกับงบประมาณหรือไม่ ทั้งนี้ เตรียมนำนโยบายที่จะประกาศเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน ในการประชุมครั้งหน้านี้



