ขอหารือก่อน! ‘บิ๊กตู่’ อุบ 4 เม.ย. นำขบวนว่าที่ผู้สมัคร ‘ส.ส.รวมไทยสร้างชาติ’ ไปด้วยตัวเองหรือไม่

29 มี.ค. 2566 - 17:57

  • ‘บิ๊กตู่’ อุบไต๋ 4 เม.ย. นำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ไปสมัครหรือไม่

  • บอกขอหารือกับพรรคฯ ก่อน

  • เมิน ‘ยงยุทธ’ เสนอทางออก ‘กลืนเลือดคนละก้อน’ ยันไม่ใช่ตัวขัดแย้ง

  • บ่นเจอเฟคนิวส์ปม ‘ย้ายศาสนา’ ย้ำไม่เป็นความจริง วอนอย่าขยายความ

Prayuth_not_revealed_April_4_will_bring_candidate_M_Ps_to_go_by_himself_or_not_SPACEBAR_Thumbnail_0261bd7c0f.jpeg
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมต.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน EXPO 2028 Phuket Thailand ว่า ขณะนี้ อยู่ขั้นตอนระหว่างการหาเสียงจาก 171 ประเทศสมาชิก ซึ่งมีความก้าวหน้าไปตามลำดับ และต้องหาเสียงต่อ เพื่อให้ผ่านการคัดเลือกในแต่ละรอบ 

“ถ้าได้เป็นเจ้าภาพก็ถือเป็นโอกาสของประเทศไทย ช่วงนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ โดยเฉพาะช่วงที่จะมีการเลือกตั้งด้วย ก็ขอให้ช่วยกันทำให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย ไม่เช่นนั้น ทุกอย่างไม่ใช่จะเพียงไม่ได้ตรงนี้ แต่ทุกอย่างจะไปด้วยทั้งหมด วันนี้เศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น อย่างเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ผมได้ไปเดินงานมอเตอร์โชว์ ประชาชนส่วนหนึ่งก็มีความสุข สิ่งที่รัฐบาลยังเป็นกังวลอยู่ก็คือกลุ่มประชาชนที่ยังมีรายได้น้อย ก็ยังมุ่งหวังว่าจะทำให้ดีขึ้นตามงบประมาณที่มีอยู่ วันนี้ ถือว่าประเทศไทยก้าวมาไกลพอสมควร ซึ่งยังคงต้องก้าวต่อไป เราต้องทำให้ประเทศมีเอกภาพ มีความมั่นคงปลอดภัย วันนี้เรามีความพร้อมในเกือบทุกด้าน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว   

ส่วนในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ จะนำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ไปสมัครในวันที่ 4 เม.ย. ด้วยตัวเองหรือไม่นั้น ขอหารือกับพรรคฯ ก่อน ซึ่งขณะนี้ พรรคฯกำลังทำอีกหลายอย่าง ทั้งเรื่องการจัดลำดับต่างๆ เมื่อเสร็จแล้ว จะต้องมาหารือกันกับตนในเรื่องของการเลือกตั้ง  

“ผมไม่อยากพูดในวาระตรงนี้ เพราะบทบาทตอนนี้เป็นนายกรัฐมนตรี อยู่ในทำเนียบรัฐบาล แต่ยืนยันว่า เราต้องช่วยกันทำให้ประเทศชาติไปรอด ไม่ว่าจะใครก็แล้วแต่ อย่าคิดว่ามันง่ายนัก ในการที่จะทำอะไรต่างๆ ก็ตาม จะให้เป็นดั่งใจที่คิดมันไม่ง่ายนักหรอก ในวันนี้ โลกจับตามองทุกอย่าง ส่วนดีๆ เรามีเยอะอยู่แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว  
พล.อ.ประยุทธ์ ยังปฏิเสธให้ความเห็นกรณี ยงยุทธ ติยะไพรัช ที่ปรึกษาพรรคเพื่อชาติ เสนอทางแก้ความขัดแย้ง ด้วยการ “ให้กลืนเลือดกันคนละก้อน” หลัง ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ประกาศพร้อมกลับประเทศไทยเพื่อมารับโทษ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพียงว่า “อยากพูดอะไรก็พูดไป” เมื่อถามย้ำว่า อยากให้ ทักษิณ กลับมาหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “อยากพูดอะไรก็พูดไปเถอะ ส่วนตัวยังไม่มีความเห็นอะไร ก็คิดกันเอาแล้วกัน แล้วทั้งหมด ผมไม่ได้เป็นตัวความขัดแย้ง ผมก็เข้ามาแก้ไขความขัดแย้งทุกคนก็เห็นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ใครจะพูดอะไรก็พูดไป ประชาชนก็แยกแยะกันเอาเอง สื่อฯ ก็ช่วยแยกแยะด้วยแล้วกัน ถ้าเอาทุกคำพูดมาเป็นประเด็น ก็ทะเลาะกันทั้งวันนั้นแหละ โต้กันไปโต้กันมา เพราะฉะนั้น ผมไม่พูดเสียดีกว่า” พร้อมกันนี้ ยังชี้แจงถึงเหตุผลที่ไม่ลง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ว่าเป็นเรื่องส่วนตัว 

“เฮ้อ มันเป็นเหตุผลส่วนตัวของผม แต่ทุกอย่างเขาก็มีการชี้แจงแล้วไม่ใช่หรือ จะลงก็ได้ไม่ลงก็ได้ รัฐธรรมนูญกำหนดอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ก็มันเรื่องของผม แต่ผมยืนยันว่า ผมไม่ใช่แต่ใช้อำนาจอย่างเดียว อยู่มา 4 ปี ใช้อำนาจได้เต็มที่ได้ที่ไหนล่ะ ผมก็สามารถประคับประคองพรรคร่วมทำงานได้หมดทุกกระทรวง 36 คน แล้วผมไปใช้อำนาจบังคับเขาตรงไหน ผมรู้กาลเวลาและกาลเทศะในการทำงาน รู้ถึงบทบาทหน้าที่ ขอให้ช่วยกันคนละไม้คนละมือ อะไรที่จะทำให้เกิดความขัดแย้ง ก็ขอให้เบาๆ หน่อย โอกาสของเราจะหายไปทุกอย่าง ไม่ใช่ว่าผมจะอยู่หรือไม่ อยู่มันไม่ใช่ ไอ้นั่นก็เป็นเรื่องของผม เป็นเรื่องของการเมืองก็ว่ากันไป แต่สำคัญที่สุดคือประเทศชาติต้องอยู่ นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด ขอบคุณทุกคน ขอบคุณสื่อ”  

เมื่อถามว่า วันที่ 30 มี.ค. มีภารกิจช่วงบ่ายที่จะไปร่วมกิจกรรมของพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือไม่ เนื่องจากมีรายงานว่า นายกฯ จะลาราชการในช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ ได้หันไปถามคณะทำงานพร้อมกล่าวว่า “เดี๋ยวขอเช็คอีกที ทำไม สื่อฯ จะตามไปด้วยหรือ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว   

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการเดินทางไปเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงละศีลอด เดือนรอมฎอน ฮิจเราะห์ศักราช 1444 เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยมีศาสนาหลักอยู่ 5 ศาสนา ซึ่งรัฐบาลก็ต้องดูแลทุกศาสนาให้อยู่กันอย่างสันติสุข เพราะทุกศาสนามีส่วนที่ดีอยู่แล้ว ทำให้สังคมมีความสุข อยู่กันอย่างพหุวัฒนธรรม แต่ยังมีหลายคนไปพูดว่า ช่วงนี้ตนไปงานที่เกี่ยวกับศาสนาอิสลามบ่อยๆ คงจะไปเป็นสมาชิกของเขาไปแล้ว ซึ่งไปพูดอย่างนี้ไม่ได้ ทำให้เสียหายกับประเทศ  

“ผมก็ยืนยันว่า ผมนับถือศาสนาพุทธ มาตั้งแต่เกิด ตั้งแต่ปู่ย่าตายาย พ่อ แม่ ภรรยา ลูก ก็นับถือศาสนาพุทธ และยังพยายามมีการไปบิดเบือนในสังคมโซเชียลฯ จึงขอยืนยัน แต่ผมเคารพในทุกศาสนาของแต่ละคน เราต้องเคารพซึ่งกันและกันเท่านั้นเอง ผมให้เกียรติกับทุกคน และวันเดียวกันนี้ จะมีอีกหนึ่งคณะที่เดินทางมาจากภาคใต้ มาพบผม เดี๋ยวก็จะไปพูดกันอีกว่านายกฯ จะเปลี่ยนศาสนาซะอีกแล้ว ก็ขอร้องสื่อฯ อย่าไปขยายความให้กับเรื่องเหล่านี้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์