ได้ไม่คุ้มเสีย! นายกฯ เผย ‘ธปท.-คลัง’ ห่วงเสถียรภาพการเงิน หลัง ‘เพื่อไทย’ ชูนโนบาย ‘แจกเงินดิจิทัล’

11 เม.ย. 2566 - 16:10

  • ‘บิ๊กตู่’ เผย ‘ธปท.-กกระทรวงการคลัง’ ห่วงเสถียรภาพการเงินการคลัง

  • หลัง ‘เพื่อไทย’ ออกนโนบายหวือหวา ‘แจกเงินดิจิทัล’

  • เตือนได้ไม่คุ้มเสีย ขอประชาชนช่วยกันคิด

Prayuth_said_BOT_MOF_concerned_about_digital_money_giveaway_policy_SPACEBAR_Thumbnail_4742de9e8f.jpeg
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมต.กลาโหม เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ ได้มีการหารือกับหน่วยงานด้านเศรษฐกิจการเงินการคลัง หลังพรรคเพื่อไทย ชูนโยบายหาเสียง แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท 

“ตนไม่ได้อยากไปอะไรกับใคร เพราะเป็นเรื่องของการหาเสียงของแต่ละพรรค วันนี้มาพูดคุยถึงการรักษาเสถียรภาพทางการเงินการคลังของประเทศ และการใช้จ่ายของประเทศที่ผ่านมา เราใช้จ่ายอย่างไร เพื่อจะพุ่งเป้าไปยังผู้ที่เดือดร้อน ทำให้เกิดรายได้ เรื่องการประกอบอาชีพต่างๆ เพิ่มเติมด้วย ไม่ใช่ให้เงินอย่างเดียว โดยจะเห็นได้ว่าในส่วนที่เป็นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เป็นเรื่องของรัฐบาบที่ร่วมทำกันมาแล้ว ซึ่งก็ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนไปได้มากพอสมควร” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ   

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงงบประมาณต่างๆ ของปี 2567 ที่ผ่านความเห็นชอบไปแล้ว ซึ่งเป็นหน้าที่ของสภาฯ ชุดหน้า หากมีเรื่องที่ต้องแก้ไข เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นกฎหมาย เป็นระเบียบ ที่ต้องทำงบประมาณไว้ก่อนล่วงหน้าในปี 2567 โดยจะต้องนำสิ่งต่างๆ ที่จะต้องทำต่อในเรื่องการลงทุนต่างๆ ที่มีกฎหมายชัดเจน ทั้งการลงทุนกี่เปอร์เซ็นต์ การใช้งานกี่เปอร์เซ็นต์ และมีงบประมาณเหลือเท่าไหร่ที่จะทำโครงการใหม่ รวมถึงงบประมาณการใช้หนี้ การเติมเงินคงคลัง ที่สำรองจ่ายไปในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งต้องมองในบริบทใหญ่  

“วันนี้ ถ้าเรามองในภาพรวมจะเห็นว่าเศรษฐกิจเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ซึ่งคำว่าดีขึ้น ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะร่ำรวยทั้งหมด เพียงทำให้สถานะทางการเงินการคลังของเราแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น สิ่งที่เห็นได้คือการท่องเที่ยว ที่มีคนเข้ามาหลาย 10 ล้านคน การจองเครื่องบินเข้ามาหลายหมื่นไฟล์ ในช่วงโลว์ซีซัน ถือเป็นการจัดหารายได้เพิ่มเติม ซึ่งเราจะต้องเตรียมความพร้อมประเทศของเรา เพื่อรองรับการท่องเที่ยว ตลอดจนการลงทุนใหม่ ซึ่งช่วงปีที่ผ่านมา สูงขึ้นถึง 40 กว่าเปอร์เซ็นต์ หลายแสนล้านบาท และยังมีการลงทุนจากภายนอกประเทศเข้ามาอีก รวมถึงเรื่องอุตสาหกรรมใหม่ๆ รถไฟฟ้า แบตเตอรี่ สถานีเติมไฟต่างๆ มีครบทุกอัน” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ    

นายกฯ ยังเน้นย้ำถึงพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งวันนี้ ได้เดินหน้าไปเยอะแล้ว เพื่อรองรับสถานการณ์ที่จะต้องใช้งบประมาณสูงขึ้นในโอกาสต่อไป 

“จะทำอะไรใหม่ๆ ก็ตาม จะต้องคำนึงถึงว่าเรามีทรัพยากรอยู่เท่าไหร่ เราจะดูแลใครได้บ้างและดูแลได้มากน้อยแค่ไหน ฉะนั้น การจะทำอะไรต่างๆ ก็ตาม ถ้ามันมากเกินไป สิ่งที่ทำอยู่แล้วเดิม ก็สูญเสียไปทั้งหมดนั่นแหละ อะไรที่เคยได้มันก็จะไม่ได้ เพราะไปทำเรื่องใหม่ทั้งหมด ซึ่งมันจะคุ้มค่ากันหรือเปล่ากับการสูญเสียไปก็ไม่รู้เหมือนกัน ซึ่งเป็นเรื่องของประชาชนที่จะต้องช่วยกันคิดแล้วกัน” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ 

พล.อ.ประยุทธ์ ยังเผยด้วยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลัง มีข้อห่วงใยในเรื่องดังกล่าว โดยขอให้ระมัดระวังเรื่องความมีเสถียรภาพของสถานะทางการเงินการคลังของประเทศ ซึ่งตอนนี้ ไทยอยู่ในระดับต้นๆ ที่รักษามาตรฐานไว้ได้ ซึ่งองค์กรทางด้านการเงินระหว่างประเทศ ก็แสดงความชื่นชมที่สามารถบริหารจัดการได้ดี  

“การเงินเรามีเสถียรภาพ ค่าเงินบาทยังโอเค มีค่าอยู่ หลายๆ อย่างมันดีขึ้น เพียงแต่ว่ายังไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับประชาชนโดยรวม ก็ต้องเห็นใจรัฐบาลด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์