19 มีนาคม 2566 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการใช้พื้นที่ป่าชายเลนภายใต้โครงการ ‘ป่าในเมือง’ ที่ชุมชนบ้านกิ่งแก้ว เทศบาลตำบลรัษฎา อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งว่า รัฐบาลทำเรื่องเหล่านี้ยาวนานพอสมควร ก่อนหน้านั้นแก้กฎหมายมาก่อน ถ้าไม่แก้กฎหมายตั้งแต่ระยะแรกก็ทำเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ จึงต้องมีกลไกขึ้นมาใหม่ในส่วนของ คสช. เพื่อไม่ให้มีปัญหาทางกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลมุ่งหวังให้ทุกคนมีที่ดินที่ทำกินและให้ทุกคนอยู่ได้ ไม่เช่นนั้นมีปัญหาทั้งหมดสิ่งสำคัญวันนี้รัฐบาลทำ 3 อย่าง ได้แก่ ไม้มีค่า ป่าชุมชน และคนอยู่ร่วมกับป่า นี่คือหลักการของรัฐบาลในการทำพื้นที่ต่างๆ
“วันนี้มาภูเก็ตดีใจตั้งแต่เครื่องบินบินผ่านเห็นหาดทรายขาวจนมาลงมากับพื้นได้ไปดูสถานที่จัดงาน Expo 2028 Phuket Thailand ซึ่งหากเราได้รับการคัดเลือกภูเก็ตจะโด่งดังไปทั่วโลก วันนี้ภูเก็ตเป็นหนึ่งใน 50 เมืองท่องเที่ยวของโลก ขอให้ทุกคนปรบมือให้ตัวเอง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ทั้งนี้ ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่ายังเจ็บมืออยู่ แต่ไม่เป็นไร เพื่อพวกเราทนได้ วันนี้เราต้องทำทุกอย่างให้เกิดผลกับประเทศชาติในระยะยาวถ้าทำผลีผลาม ทำแล้วเลิกคงไม่เป็นแบบวันนี้ เช่น ในช่วงโควิด-19 รัฐบาลดูแลหรือไม่ นี่คือเป็นจุดแรกที่ตนตัดสินใจเปิดภูเก็ต ตอนนั้นขอพระด้วยซ้ำและยังคิดว่าตัดสินใจถูกหรือไม่ ปรากฏว่าตัดสินใจถูกที่เราเปิดเร็วกว่าหลายประเทศ จึงฟื้นตัวได้ถึงวันนี้ ดีใจมีเที่ยวบินเข้ามาหลายร้อยเที่ยวและเชื่อว่ามันต้องดีขึ้นอีก ไม่มีอะไรจะดีขึ้นได้โดยปากเปล่าหรือใช้เวลาไม่กี่วัน แต่ต้องทำให้ต่อเนื่อง
“จากนี้ไปนายกฯ ก็ยังเป็นนายกฯอยู่ จนกว่าจะเลือกตั้งเสร็จและได้รัฐบาลใหม่ ซึ่งก็แล้วแต่ประชาชน” เมื่อพูดถึงช่วงนี้ประชาชนปรบมือและส่งเสียงเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวต่อว่า วันนี้พูดไม่ได้ ไม่ได้มาหาเสียง พูดไม่ได้ ที่มาเพื่อตรวจเตรียมความพร้อมในการจัดงาน Expo งานใหญ่ของประเทศในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า 2571 ที่ต้องเตรียมการตั้งแต่วันนี้
ซึ่งประเทศไทยเป็นที่มั่นของการท่องเที่ยวจากหลายประเทศ มีเที่ยวบินวันละหลายร้อยเที่ยว เราเป็นทั้งฮับด้านการท่องเที่ยวและสุขภาพ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่น่าจะภูมิใจและร่วมกันทำต่อไป ไม่ว่าจะอยู่ไม่อยู่ก็ต้องทำต่อ เพราะได้เริ่มไว้แล้วหมดทุกอัน หลายอย่างเราทำมาไปดูให้ดีแล้วกันอะไรที่เกิดขึ้นมาแล้ว และอะไรที่ตามมาทีหลังและสุดแล้วแต่ท่าน
“วันนี้มาในฐานะนายกรัฐมนตรีคนเดิมของท่าน เปลี่ยนแปลงไหมเนี่ยก็คนเดิม ใจสู่ใจก็แล้วกัน ผมพูดได้ไม่มากนัก ในการเป็นนายกรัฐมนตรีต้องระมัดระวังอย่างที่สุด แต่วันนี้ยืนยันว่ามาดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ที่ผมทำไปแล้วอะไรที่ทำไม่เสร็จก็จะทำให้มันเสร็จในช่วงที่ยังอยู่ และเป็นเรื่องของท่าน ว่ากันตามกระบวนการประชาธิปไตย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้อากาศร้อน แต่เย็นใจ ขอให้มั่นใจว่าตนจะทำให้ดีที่สุด เพราะตั้งมั่นมาอย่างนี้ตั้งนานแล้วว่าจะทำอะไรบ้าง ขอให้ไปย้อนดูอะไรสำเร็จบ้างบางอย่างก็อยู่ในขั้นตอนก็เป็นเรื่องของรัฐบาลให้งานเดินหน้าไปให้ได้
“หลายอย่างมันเกิดขึ้นบางคนอาจจะไม่ทันสังเกต อย่างไรก็ตามวันนี้ต้องทำให้ประเทศชาติเข้มแข็ง ร่วมมือร่วมใจกันอย่าทะเลาะเบาะแว้งอย่าขัดแย้งกันทั้งสิ้น ไม่เอา นายกฯ ไม่ชอบแบบนั้น ประเทศชาติเสียหาย และขอให้ทุกคนยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นั่นเป็นหลักชัยของประเทศไทย ขอให้คนทุกรุ่น ทุกวัยช่วยกันเดินหน้าประเทศ ทุกรุ่นทุกวัยต้องไม่มีความแตกแยกกัน เราก้าวหน้ามาไกลแล้วอย่ากลับไปที่เดิม”
จากนั้นนายกรัฐมนตรี เดินพบปะทักทายและถ่ายรูปร่วมกับประชาชนเป็นที่ระลึก
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งว่า รัฐบาลทำเรื่องเหล่านี้ยาวนานพอสมควร ก่อนหน้านั้นแก้กฎหมายมาก่อน ถ้าไม่แก้กฎหมายตั้งแต่ระยะแรกก็ทำเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ จึงต้องมีกลไกขึ้นมาใหม่ในส่วนของ คสช. เพื่อไม่ให้มีปัญหาทางกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลมุ่งหวังให้ทุกคนมีที่ดินที่ทำกินและให้ทุกคนอยู่ได้ ไม่เช่นนั้นมีปัญหาทั้งหมดสิ่งสำคัญวันนี้รัฐบาลทำ 3 อย่าง ได้แก่ ไม้มีค่า ป่าชุมชน และคนอยู่ร่วมกับป่า นี่คือหลักการของรัฐบาลในการทำพื้นที่ต่างๆ
“วันนี้มาภูเก็ตดีใจตั้งแต่เครื่องบินบินผ่านเห็นหาดทรายขาวจนมาลงมากับพื้นได้ไปดูสถานที่จัดงาน Expo 2028 Phuket Thailand ซึ่งหากเราได้รับการคัดเลือกภูเก็ตจะโด่งดังไปทั่วโลก วันนี้ภูเก็ตเป็นหนึ่งใน 50 เมืองท่องเที่ยวของโลก ขอให้ทุกคนปรบมือให้ตัวเอง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ทั้งนี้ ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่ายังเจ็บมืออยู่ แต่ไม่เป็นไร เพื่อพวกเราทนได้ วันนี้เราต้องทำทุกอย่างให้เกิดผลกับประเทศชาติในระยะยาวถ้าทำผลีผลาม ทำแล้วเลิกคงไม่เป็นแบบวันนี้ เช่น ในช่วงโควิด-19 รัฐบาลดูแลหรือไม่ นี่คือเป็นจุดแรกที่ตนตัดสินใจเปิดภูเก็ต ตอนนั้นขอพระด้วยซ้ำและยังคิดว่าตัดสินใจถูกหรือไม่ ปรากฏว่าตัดสินใจถูกที่เราเปิดเร็วกว่าหลายประเทศ จึงฟื้นตัวได้ถึงวันนี้ ดีใจมีเที่ยวบินเข้ามาหลายร้อยเที่ยวและเชื่อว่ามันต้องดีขึ้นอีก ไม่มีอะไรจะดีขึ้นได้โดยปากเปล่าหรือใช้เวลาไม่กี่วัน แต่ต้องทำให้ต่อเนื่อง
“จากนี้ไปนายกฯ ก็ยังเป็นนายกฯอยู่ จนกว่าจะเลือกตั้งเสร็จและได้รัฐบาลใหม่ ซึ่งก็แล้วแต่ประชาชน” เมื่อพูดถึงช่วงนี้ประชาชนปรบมือและส่งเสียงเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวต่อว่า วันนี้พูดไม่ได้ ไม่ได้มาหาเสียง พูดไม่ได้ ที่มาเพื่อตรวจเตรียมความพร้อมในการจัดงาน Expo งานใหญ่ของประเทศในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า 2571 ที่ต้องเตรียมการตั้งแต่วันนี้
ซึ่งประเทศไทยเป็นที่มั่นของการท่องเที่ยวจากหลายประเทศ มีเที่ยวบินวันละหลายร้อยเที่ยว เราเป็นทั้งฮับด้านการท่องเที่ยวและสุขภาพ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่น่าจะภูมิใจและร่วมกันทำต่อไป ไม่ว่าจะอยู่ไม่อยู่ก็ต้องทำต่อ เพราะได้เริ่มไว้แล้วหมดทุกอัน หลายอย่างเราทำมาไปดูให้ดีแล้วกันอะไรที่เกิดขึ้นมาแล้ว และอะไรที่ตามมาทีหลังและสุดแล้วแต่ท่าน
“วันนี้มาในฐานะนายกรัฐมนตรีคนเดิมของท่าน เปลี่ยนแปลงไหมเนี่ยก็คนเดิม ใจสู่ใจก็แล้วกัน ผมพูดได้ไม่มากนัก ในการเป็นนายกรัฐมนตรีต้องระมัดระวังอย่างที่สุด แต่วันนี้ยืนยันว่ามาดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ที่ผมทำไปแล้วอะไรที่ทำไม่เสร็จก็จะทำให้มันเสร็จในช่วงที่ยังอยู่ และเป็นเรื่องของท่าน ว่ากันตามกระบวนการประชาธิปไตย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้อากาศร้อน แต่เย็นใจ ขอให้มั่นใจว่าตนจะทำให้ดีที่สุด เพราะตั้งมั่นมาอย่างนี้ตั้งนานแล้วว่าจะทำอะไรบ้าง ขอให้ไปย้อนดูอะไรสำเร็จบ้างบางอย่างก็อยู่ในขั้นตอนก็เป็นเรื่องของรัฐบาลให้งานเดินหน้าไปให้ได้
“หลายอย่างมันเกิดขึ้นบางคนอาจจะไม่ทันสังเกต อย่างไรก็ตามวันนี้ต้องทำให้ประเทศชาติเข้มแข็ง ร่วมมือร่วมใจกันอย่าทะเลาะเบาะแว้งอย่าขัดแย้งกันทั้งสิ้น ไม่เอา นายกฯ ไม่ชอบแบบนั้น ประเทศชาติเสียหาย และขอให้ทุกคนยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นั่นเป็นหลักชัยของประเทศไทย ขอให้คนทุกรุ่น ทุกวัยช่วยกันเดินหน้าประเทศ ทุกรุ่นทุกวัยต้องไม่มีความแตกแยกกัน เราก้าวหน้ามาไกลแล้วอย่ากลับไปที่เดิม”
จากนั้นนายกรัฐมนตรี เดินพบปะทักทายและถ่ายรูปร่วมกับประชาชนเป็นที่ระลึก



