แสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีประชาชนแห่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2566 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย จน ‘ระบบล่ม’ ซึ่งเรื่องนี้ ทางสำนักบริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย แจ้งว่าเหตุที่ระบบล่ม เพราะประชาชนเข้าไปลงทะเบียนจำนวนมากในช่วงเวลา 21.00 น.
“ทางสำนักบริหารการทะเบียน ชี้แจงว่า ศักยภาพของระบบสามารถรองรับคนละลงทะเบียนได้ 4,000 คนต่อวินาที ซึ่งขณะนี้ ทางสำนักบริหารการทะเบียน กำลังพยายามที่จะแก้ไข เมื่อเช้าก็ได้มีการประสานว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้คนที่เข้าไปลงทะเบียน แต่ลงทะเบียนไม่สำเร็จ เพราะระบบมีปัญหาเสียก่อน เป็นผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า โดยมีการติดต่อผู้ที่ขอใช้สิทธิเพื่อให้ยืนยันว่าจะใช้สิทธิที่ใด” แสวง กล่าว
อย่างไรก็ตาม เลขาธิการ กกต. ปฏิเสธให้ความเห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการขยายระยะเวลาการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า พร้อมระบุว่า ขอให้ทางสำนักบริหารการทะเบียน พิจารณาแก้ไขปัญหาก่อน ว่าจะสามารถอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขของผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในขณะนี้ ใกล้เคียงกับปี 2562 คือกว่า 2 ล้านคน ซึ่งก็บ่งชี้ว่าคนกลุ่มนี้ ไม่สะดวกที่จะไปใช้สิทธิในวันเลือกตั้ง
ส่วนการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร กกต. มีการประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ การท่าอากาศยานไทย กรมการกงสุล ซึ่งก็ต้องเห็นใจทางกระทรวงการต่างประเทศ และผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร เพราะการบริหารจัดการค่อนข้างลำบาก ประชาชนกว่าจะได้ใช้สิทธิต้องเสียเวลาค่อนข้างมาก
ส่วนเรื่องของการนำบัตรกลับมานับยังประเทศไทยนั้น มีการซักซ้อมกับกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งสถานทูตไทยในบางประเทศ รับผิดชอบดูแลหลายประเทศ แต่ด้วยบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งก่อน ก็จะไม่ให้เกิดเหตุนำบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร มานับไม่ทันอีก ซึ่งเวลานี้กระทรวงการต่างประเทศก็หาวิธีเพื่อให้นำบัตรกลับมานับพร้อมกันในวันเลือกตั้งให้ได้ทุกบัตร ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้ กกต. ตั้งเป้าใช้สิทธิเลือกตั้งร้อยละ 80
นอกจากนี้ เลขาธิการ กกต.ยังกล่าวถึงกรณีให้พรรคเพื่อไทย ชี้แจงที่มาของเงินและวงเงินที่ต้องใช้ ในนโยบายหาเสียง แจกเงินในกระเป๋าเงินดิจิทัล ให้คนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไป คนละ 10,000 บาท ซึ่งตามกฎหมายกำหนดไว้ว่า นโยบายที่จะต้องมีการใช้จ่ายเงิน จะต้องมี 3 เงื่อนไข ได้แก่
1. วงเงินที่ต้องใช้และที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ
2. ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย
3. ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย เพื่อเป็นข้อมูลให้ประชาชนพิจารณาตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคนั้นหรือไม่
“ตอนนี้มี 6 พรรคที่มีการแจ้งว่ามีนโยบายเกี่ยวการเรื่องการใช้จ่ายเงินมายัง กกต.โดยวันนี้จะให้สำนักงานฯ แจ้งไปยังทุกพรรคที่รายงานมาว่าจะต้องมีการชี้แจง 3 เงื่อนไขดังกล่าวมาให้ครบถ้วน ซึ่งนโยบายแบบนี้จะถือว่าไม่ใช่การสัญญาว่าจะให้ แต่ถ้าไม่มีข้อมูล 3 เงื่อนไขดังกล่าว อาจจะผิดเข้าข่ายหลอกลวงตามกฎหมายเลือกตั้งมาตรา 73(5) ก็ได้” แสวง กล่าว
อย่างไรก็ตาม กฎหมายไม่ได้บอกว่า ถ้ารายงานไม่ครบแล้วจะมีความผิด เพียงแต่กำหนดว่าให้ กกต.แจ้งให้ดำเนินการให้ครบถ้วน และมีโทษเป็นการปรับจนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วน
“ทางสำนักบริหารการทะเบียน ชี้แจงว่า ศักยภาพของระบบสามารถรองรับคนละลงทะเบียนได้ 4,000 คนต่อวินาที ซึ่งขณะนี้ ทางสำนักบริหารการทะเบียน กำลังพยายามที่จะแก้ไข เมื่อเช้าก็ได้มีการประสานว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้คนที่เข้าไปลงทะเบียน แต่ลงทะเบียนไม่สำเร็จ เพราะระบบมีปัญหาเสียก่อน เป็นผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า โดยมีการติดต่อผู้ที่ขอใช้สิทธิเพื่อให้ยืนยันว่าจะใช้สิทธิที่ใด” แสวง กล่าว
อย่างไรก็ตาม เลขาธิการ กกต. ปฏิเสธให้ความเห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการขยายระยะเวลาการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า พร้อมระบุว่า ขอให้ทางสำนักบริหารการทะเบียน พิจารณาแก้ไขปัญหาก่อน ว่าจะสามารถอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขของผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในขณะนี้ ใกล้เคียงกับปี 2562 คือกว่า 2 ล้านคน ซึ่งก็บ่งชี้ว่าคนกลุ่มนี้ ไม่สะดวกที่จะไปใช้สิทธิในวันเลือกตั้ง
ส่วนการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร กกต. มีการประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ การท่าอากาศยานไทย กรมการกงสุล ซึ่งก็ต้องเห็นใจทางกระทรวงการต่างประเทศ และผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร เพราะการบริหารจัดการค่อนข้างลำบาก ประชาชนกว่าจะได้ใช้สิทธิต้องเสียเวลาค่อนข้างมาก
ส่วนเรื่องของการนำบัตรกลับมานับยังประเทศไทยนั้น มีการซักซ้อมกับกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งสถานทูตไทยในบางประเทศ รับผิดชอบดูแลหลายประเทศ แต่ด้วยบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งก่อน ก็จะไม่ให้เกิดเหตุนำบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร มานับไม่ทันอีก ซึ่งเวลานี้กระทรวงการต่างประเทศก็หาวิธีเพื่อให้นำบัตรกลับมานับพร้อมกันในวันเลือกตั้งให้ได้ทุกบัตร ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้ กกต. ตั้งเป้าใช้สิทธิเลือกตั้งร้อยละ 80
นอกจากนี้ เลขาธิการ กกต.ยังกล่าวถึงกรณีให้พรรคเพื่อไทย ชี้แจงที่มาของเงินและวงเงินที่ต้องใช้ ในนโยบายหาเสียง แจกเงินในกระเป๋าเงินดิจิทัล ให้คนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไป คนละ 10,000 บาท ซึ่งตามกฎหมายกำหนดไว้ว่า นโยบายที่จะต้องมีการใช้จ่ายเงิน จะต้องมี 3 เงื่อนไข ได้แก่
1. วงเงินที่ต้องใช้และที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ
2. ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย
3. ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย เพื่อเป็นข้อมูลให้ประชาชนพิจารณาตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคนั้นหรือไม่
“ตอนนี้มี 6 พรรคที่มีการแจ้งว่ามีนโยบายเกี่ยวการเรื่องการใช้จ่ายเงินมายัง กกต.โดยวันนี้จะให้สำนักงานฯ แจ้งไปยังทุกพรรคที่รายงานมาว่าจะต้องมีการชี้แจง 3 เงื่อนไขดังกล่าวมาให้ครบถ้วน ซึ่งนโยบายแบบนี้จะถือว่าไม่ใช่การสัญญาว่าจะให้ แต่ถ้าไม่มีข้อมูล 3 เงื่อนไขดังกล่าว อาจจะผิดเข้าข่ายหลอกลวงตามกฎหมายเลือกตั้งมาตรา 73(5) ก็ได้” แสวง กล่าว
อย่างไรก็ตาม กฎหมายไม่ได้บอกว่า ถ้ารายงานไม่ครบแล้วจะมีความผิด เพียงแต่กำหนดว่าให้ กกต.แจ้งให้ดำเนินการให้ครบถ้วน และมีโทษเป็นการปรับจนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วน



