แม้จะยังเป็นข้อถกเถียงอยู่ว่า ข้อมูลการพูดคุยในวงประชุมของผู้ถือหุ้นสื่อ ‘ไอทีวี’ (26 เมษายน 66) ดูขัดต่อเอกสารบันทึกการประชุม ที่ออกมาเผยแพร่ต่อสาธารณะก่อนหน้านี้ จะเป็นหลักเกณฑ์ที่จะใช้หยิบในการพิพากษาคดีถือหุ้นสื่อ ของ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ มากน้อยแค่ไหน
แต่เป็นที่แน่ชัดแล้ว ว่าการทำหน้าที่ตรวจสอบของ ‘ฐปณีย์ เอียดศรีชัย’ ได้รับคำชื่นชมจากประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะฝากฝั่งที่สนับสนุนขั้วเสรีนิยมประชาธิปไตย ฐปณีย์ ในฐานะนักข่าวเจนสนาม ที่ล้วงข้อมูลสำคัญออกมา จนเกิดกระบวนตั้งคำถามกลับ ‘นักร้องแก๊งเจาะยาง’ และบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้อง ถึงการตั้งปุจฉาต่อประเด็นปลอมแปลงเอกสารการประชุม ไปจนถึงการตีความ ‘ไอทีวี’ ยังคงสถานะสื่ออยู่หรือเปล่า
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชื่อ ‘ฐปณีย์’ ปรากฎในทุกช่วงข่าว เพราะก่อนหน้านี้ ในฐานะนักข่าวสืบสวนสอบสวน เธอได้ทำหน้าที่เป็น ‘สุนัขยาม’ (Watchdog) สอดส่องความผิดปรกติของสังคมมาตั้งแต่ตั้งไข่ในวงการจอแก้ว
หลังจบการศึกษาจาก สาขารัฐประศาสนศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ‘แยม’ เริ่มงานในฐานะนักข่าววิทยุสายเศรษฐกิจ ที่สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น ตำแหน่งนักข่าววิทยุสายการเมืองและเศรษฐกิจ ก่อนเข้าสู่บทบาทนักข่าวแนวสืบสวนสอบ ที่ ‘ไอทีวี’ โดยมีรายการ ‘ถอดรหัส’ และ ‘ห้องสืบสวนหมายเลข 9’ ก่อนจะกลายเป็นที่รู้จักในฐานะนักข่าวภาคสนามในรายการ ‘ข่าว 3 มิติ’ และมีส่วนร่วมกับ ‘ข่าวใหญ่’ มาโดยตลอด
แม้ในช่วงปี 2555 จะถูกข้อพิพาทกรณีการทำข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหนุ ที่ประเทศกัมพูชา กรณีชาวเขมรวิจารณ์การออกอากาศข่าวรายการ พบว่ามีพระบรมฉายาลักษณ์ใกล้ๆ พื้นที่รายงานข่าว เธอและสถานีต้นสังกัด จึงได้้ขอพระราชทานอภัยโทษต่อพระบรมวงศานุวงษ์ และชาวกัมพูชา จนทำให้ความตึงเครียดคลี่คลายลง
กระทั่ง ฐปณีย์ ได้รับการพูดถึงขึ้นอีกครั้ง หลังผลงานชิ้นโบว์แดงในฐานะทีมข่าวรายการ 3 มิติ นำเสนอประเด็นค้ามนุษย์ ‘ชาวโรฮีนญา’ เมื่อปี 2558 ณ เวลานั้นสกู๊ปของเธอมีทั้งเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม เพราะขณะนั้นประเด็นข่าวสิทธิมนุษยชนของคนต่างแดน ถือเป็นเรื่องไกลตัวของผู้รับสารที่มีแนวคิดชาตินิยมสูง
ย้อนอ่าน ‘พันทิป’ แพลตฟอร์มการสื่อสารที่บูมเป็นพลุแตกในยุคนั้น จะเห็นว่าผู้คนบนโลกโซเชียลฯ ส่วนใหญ่ตั้งคำถามกับรายงานพิเศษชุดนี้ บางความเห็นมีการต่อว่าผู้สื่อข่าวและทีมงานโดยตรง ที่พยายามหยิบชูประเด็นสนับสนุนการช่วยเหลือชาติพันธุ์เคราะห์ร้าย แทนที่จะเผยแพร่ข่าวสารปัญหาภายในประเทศ บางคอมเมนต์หนักถึงขั้นเปรียบเทียบกับ ‘ข้าบดินทร์’ ละครพิเรียตชื่อดัง ที่ถูกวางรันดาวน์ก่อนรายการข่าวสามมิติจะออนแอร์ ประณามฐปณีย์ว่าเป็นคน ‘ไม่รักชาติ’
ขณะเดียวกันกระแสบวกจากโซเชียลฯ ก็พอมีให้เห็นอยู่บ้าง เนื่องจากหลายคนมองว่า การที่เมืองไทยเป็นหนึ่งในเส้นทางค้ามนุษย์ ย่อมสะท้อนต่อความโปร่งใสของหน่วยงานรัฐราชการ ทั้งระดับมหาภาคและจุลภาพ บ้างให้ความเห็นว่าเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับภูมิภาค อย่างไรก็ตามรายงานพิเศษชิ้นดังกล่าว ก็ได้รับรางวัลจากองค์การนิรโทษกรรมสากลประเทศไทยในเวลาต่อมาด้วย
อย่างไรก็ดีจากรายงานพิเศษเรื่องโรฮีนนญา กลายเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง ในหลายปีต่อมา กรณี ‘รังสิมันต์ โรม’ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ประเด็นการจัดการปัญหาค้ามนุษย์ในประเทศไทย ในอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ปี 2565
พร้อมปรากฏการณ์การปรากฎตัวของ ‘พล.ต.ต. ปวีณ พงศ์สิรินทร’ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (รอง ผบช.ภ.8) และอดีตหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮีนญา ที่ปัจจุบันกลายเป็นผู้ลี้ภัยอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย ที่ออกมาตีแพร่เบื้องหลังคดีค้ามนุษย์ที่โด่งดังผ่านการวีดีดโอคอลกลับมาที่เมืองไทย ในวันถัดไป
ชีวิตของฐปณีย์ ยังคงทำงานข่าวอย่างต่อเนื่องกระทั่ง 23 พฤษภาคม 2562 ฐปณีย์ในฐานะผู้สื่อข่าวภาคนามโทรทัศน์ ได้ตัดสินใจร่วมลงทุนก่อตั้ง The Raporters สำนักข่าวออนไลน์ ที่นำเสนอประเด็นข่าวแบบรวดเร็วทันใจ และชัดเจนตรงไปตรงมา จนเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายบนโลกโซเชียลมีเดีย โดยมีเธอเป็นหัวเรือหลักทั้งการบริหารจัดการกองบรรณาธิการ และลงสนามข่าวอยู่สม่ำเสมอ
โดย ‘เพจส่องสื่อ’ ได้รวบรวมข้อมูลด้านผลประกอบการของ The Raporters อย่างน่าสนใจ โดยปี 2563 รายได้รวม 597,022.13 บาท กำไรสุทธิ 223,446.60 บาท ในปี 2564 รายได้รวม 4,624,025.23 บาท กำไรสุทธิ 151,491.19 บาท และปีล่าสุด 2565 รายได้รวม 4,925,964.24 บาท กำไรสุทธิ 440,417.88 บาท แสดงการเติบโตอย่างชัดเจนของสื่อออนไลน์ที่ ฐปณีย์ทำหน้าที่กัปตันเรือ
นี่จึงเป็นปรากฏการณ์โดยสังเขปที่ ‘ฐปณีย์’ สร้างไว้ในแวดวงข่าวไทย
แต่เป็นที่แน่ชัดแล้ว ว่าการทำหน้าที่ตรวจสอบของ ‘ฐปณีย์ เอียดศรีชัย’ ได้รับคำชื่นชมจากประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะฝากฝั่งที่สนับสนุนขั้วเสรีนิยมประชาธิปไตย ฐปณีย์ ในฐานะนักข่าวเจนสนาม ที่ล้วงข้อมูลสำคัญออกมา จนเกิดกระบวนตั้งคำถามกลับ ‘นักร้องแก๊งเจาะยาง’ และบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้อง ถึงการตั้งปุจฉาต่อประเด็นปลอมแปลงเอกสารการประชุม ไปจนถึงการตีความ ‘ไอทีวี’ ยังคงสถานะสื่ออยู่หรือเปล่า
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชื่อ ‘ฐปณีย์’ ปรากฎในทุกช่วงข่าว เพราะก่อนหน้านี้ ในฐานะนักข่าวสืบสวนสอบสวน เธอได้ทำหน้าที่เป็น ‘สุนัขยาม’ (Watchdog) สอดส่องความผิดปรกติของสังคมมาตั้งแต่ตั้งไข่ในวงการจอแก้ว
หลังจบการศึกษาจาก สาขารัฐประศาสนศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ‘แยม’ เริ่มงานในฐานะนักข่าววิทยุสายเศรษฐกิจ ที่สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น ตำแหน่งนักข่าววิทยุสายการเมืองและเศรษฐกิจ ก่อนเข้าสู่บทบาทนักข่าวแนวสืบสวนสอบ ที่ ‘ไอทีวี’ โดยมีรายการ ‘ถอดรหัส’ และ ‘ห้องสืบสวนหมายเลข 9’ ก่อนจะกลายเป็นที่รู้จักในฐานะนักข่าวภาคสนามในรายการ ‘ข่าว 3 มิติ’ และมีส่วนร่วมกับ ‘ข่าวใหญ่’ มาโดยตลอด
แม้ในช่วงปี 2555 จะถูกข้อพิพาทกรณีการทำข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหนุ ที่ประเทศกัมพูชา กรณีชาวเขมรวิจารณ์การออกอากาศข่าวรายการ พบว่ามีพระบรมฉายาลักษณ์ใกล้ๆ พื้นที่รายงานข่าว เธอและสถานีต้นสังกัด จึงได้้ขอพระราชทานอภัยโทษต่อพระบรมวงศานุวงษ์ และชาวกัมพูชา จนทำให้ความตึงเครียดคลี่คลายลง
กระทั่ง ฐปณีย์ ได้รับการพูดถึงขึ้นอีกครั้ง หลังผลงานชิ้นโบว์แดงในฐานะทีมข่าวรายการ 3 มิติ นำเสนอประเด็นค้ามนุษย์ ‘ชาวโรฮีนญา’ เมื่อปี 2558 ณ เวลานั้นสกู๊ปของเธอมีทั้งเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม เพราะขณะนั้นประเด็นข่าวสิทธิมนุษยชนของคนต่างแดน ถือเป็นเรื่องไกลตัวของผู้รับสารที่มีแนวคิดชาตินิยมสูง
ย้อนอ่าน ‘พันทิป’ แพลตฟอร์มการสื่อสารที่บูมเป็นพลุแตกในยุคนั้น จะเห็นว่าผู้คนบนโลกโซเชียลฯ ส่วนใหญ่ตั้งคำถามกับรายงานพิเศษชุดนี้ บางความเห็นมีการต่อว่าผู้สื่อข่าวและทีมงานโดยตรง ที่พยายามหยิบชูประเด็นสนับสนุนการช่วยเหลือชาติพันธุ์เคราะห์ร้าย แทนที่จะเผยแพร่ข่าวสารปัญหาภายในประเทศ บางคอมเมนต์หนักถึงขั้นเปรียบเทียบกับ ‘ข้าบดินทร์’ ละครพิเรียตชื่อดัง ที่ถูกวางรันดาวน์ก่อนรายการข่าวสามมิติจะออนแอร์ ประณามฐปณีย์ว่าเป็นคน ‘ไม่รักชาติ’
ขณะเดียวกันกระแสบวกจากโซเชียลฯ ก็พอมีให้เห็นอยู่บ้าง เนื่องจากหลายคนมองว่า การที่เมืองไทยเป็นหนึ่งในเส้นทางค้ามนุษย์ ย่อมสะท้อนต่อความโปร่งใสของหน่วยงานรัฐราชการ ทั้งระดับมหาภาคและจุลภาพ บ้างให้ความเห็นว่าเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับภูมิภาค อย่างไรก็ตามรายงานพิเศษชิ้นดังกล่าว ก็ได้รับรางวัลจากองค์การนิรโทษกรรมสากลประเทศไทยในเวลาต่อมาด้วย
อย่างไรก็ดีจากรายงานพิเศษเรื่องโรฮีนนญา กลายเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง ในหลายปีต่อมา กรณี ‘รังสิมันต์ โรม’ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ประเด็นการจัดการปัญหาค้ามนุษย์ในประเทศไทย ในอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ปี 2565
พร้อมปรากฏการณ์การปรากฎตัวของ ‘พล.ต.ต. ปวีณ พงศ์สิรินทร’ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (รอง ผบช.ภ.8) และอดีตหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮีนญา ที่ปัจจุบันกลายเป็นผู้ลี้ภัยอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย ที่ออกมาตีแพร่เบื้องหลังคดีค้ามนุษย์ที่โด่งดังผ่านการวีดีดโอคอลกลับมาที่เมืองไทย ในวันถัดไป
ชีวิตของฐปณีย์ ยังคงทำงานข่าวอย่างต่อเนื่องกระทั่ง 23 พฤษภาคม 2562 ฐปณีย์ในฐานะผู้สื่อข่าวภาคนามโทรทัศน์ ได้ตัดสินใจร่วมลงทุนก่อตั้ง The Raporters สำนักข่าวออนไลน์ ที่นำเสนอประเด็นข่าวแบบรวดเร็วทันใจ และชัดเจนตรงไปตรงมา จนเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายบนโลกโซเชียลมีเดีย โดยมีเธอเป็นหัวเรือหลักทั้งการบริหารจัดการกองบรรณาธิการ และลงสนามข่าวอยู่สม่ำเสมอ
โดย ‘เพจส่องสื่อ’ ได้รวบรวมข้อมูลด้านผลประกอบการของ The Raporters อย่างน่าสนใจ โดยปี 2563 รายได้รวม 597,022.13 บาท กำไรสุทธิ 223,446.60 บาท ในปี 2564 รายได้รวม 4,624,025.23 บาท กำไรสุทธิ 151,491.19 บาท และปีล่าสุด 2565 รายได้รวม 4,925,964.24 บาท กำไรสุทธิ 440,417.88 บาท แสดงการเติบโตอย่างชัดเจนของสื่อออนไลน์ที่ ฐปณีย์ทำหน้าที่กัปตันเรือ
นี่จึงเป็นปรากฏการณ์โดยสังเขปที่ ‘ฐปณีย์’ สร้างไว้ในแวดวงข่าวไทย



