วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงประเด็น พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล ออกมาโต้แย้งกรณีที่ระบุว่า ผู้ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. จะไม่สามารถนำชื่อนั้นไปโหวตนายกฯได้ว่า เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. สื่อฯ ตั้งคำถามหลายคำถาม โดยเริ่มต้นถามจากการถูกตั้งข้อหาตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฯ มาตรา 151 และมีการขยับไปถามเกี่ยวกับการฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 หลักง่ายๆ ที่คนมาโต้แย้งตนตามข่าวเรื่องคุณสมบัตินายกฯ นั้น ถือว่าถูกต้องแล้ว
เพราะประเด็นที่ตนพูด หมายถึงการหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.เป็นคนละประเด็นกัน และโดยหลักหากฟ้องตามมาตรา 151 เป็นการฟ้องไปยังศาลอาญา ซึ่งจะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ โดยศาลที่จะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้คือ ศาลรัฐธรรมนูญ และสื่อฯ ถามตนว่า การหยุดปฏิบัติหน้าที่จะเริ่มตั้งแต่เมื่อใด คำตอบคือ เริ่มตั้งแต่ถวายสัตย์ปฏิญาณ ถึงจะเข้าชื่อยื่นตรวจสอบใดๆได้ แต่ถ้าถามว่า พิธา ปฏิญาณตนได้หรือไม่ ก็ต้องตอบว่าได้ ในฐานะ ส.ส. และถ้ามีการไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องไปดูว่าศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่อะไร หากเป็นหน้าที่ ส.ส.ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. แต่การเป็นว่าที่นายกฯ ศาลไม่ได้สั่ง เมื่อไม่ได้สั่งก็ดำเนินการโหวตนายกฯไปได้ ตนไม่อยากชี้ช่อง
“เว้นแต่ในคำร้องซึ่งผู้ร้องร้องประเด็นอะไรยืดยาวมากกว่านี้ แล้วศาลสั่งให้หยุดทั้งหมด ถ้าหยุดทั้งหมดก็ไปเสนอไม่ได้ เพราะเสนอไปแล้วปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ จะนำความไปกราบบังคมทูลฯ ว่าอย่างไร และเมื่อทรงแต่งตั้งแล้ว ตั้งรัฐมนตรีก็ไม่ได้ เพราะการตั้งรัฐมนตรีผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการคือนายกฯ ซึ่งกระบวนการจะต้องเกิดขึ้นตามลำดับแบบนี้ ซึ่งผมไม่รู้ว่าศาลจะสั่งอย่างไรในเวลานั้น เหมือนสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ที่ศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ท่านเป็น รมว.กลาโหม ก็ปฏิบัติหน้าที่ รมว.กลาโหมได้” วิษณุ กล่าว
เมื่อถามว่า มีข้อกฎหมายสั่งให้แคนดิเดตนายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ วิษณุ ตอบว่า “ไม่มี แต่ตนไม่รู้ว่าคำร้องว่าอย่างไร ตนไปพูดเช่นนั้น เดี๋ยวหาว่าชี้ช่องให้ร้องอีก ก็ขอไม่ตอบในส่วนนี้ เพราะเราไม่เคยมีตัวอย่าง ศาลอาจจะสั่งหรือไม่สั่งก็ได้ การสั่งโดยมาตรา 82 สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง ส.ส. - ส.ว. - รัฐมนตรี” พร้อมย้ำว่า ผลจะออกมาเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่ที่คำร้องและคำสั่งของศาลด้วย
ส่วนเมื่อถามว่า หากศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ระหว่างที่เลือกนายกฯ ยังไม่เสร็จ ปรากฏว่าศาลสั่งให้พ้นสภาพการเป็น ส.ส. ต้องดูไปถึงคุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯด้วยหรือไม่ เพราะคุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯเหมือนกับ ส.ส. วิษณุ ก็พยักหน้า พร้อมบอกว่า “ต้องไปดูว่าคำร้องร้องว่าอย่างไร คำสั่งศาลว่าอย่างไร เราจะบอกว่าศาลไม่มีอำนาจสั่งก็ไม่ได้ ตนไม่แน่ใจ ศาลอาจจะบอกว่ามีก็ได้ เพราะศาลรัฐธรรมนูญเคยสั่งแปลกๆหลายครั้งแล้ว”
เมื่อถามถึงกรณี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถูกร้องเรื่องคุณสมบัติ ส.ส.ประเด็นเดียว ถึงโหวตนายกฯได้ แต่ พิธา ถูกร้องทั้งการเป็น ส.ส., แคนดิเดตนายกฯ และหัวหน้าพรรค รวมถึงสถานะ ส.ส. ปี 2562 นั้น วิษณุ ตอบว่า กรณี "พิธา มีอันนี้พ่วงมาด้วยถึงได้เป็นปัญหา ซึ่งเราไม่มีตัวอย่างมาก่อนจึงเอามาเปรียบเทียบไม่ได้" เมื่อถามอีกว่า ต้องรอให้มีตำแหน่งนายกฯ ก่อนถึงร้องได้ใช่หรือไม่ ปรากฏว่า วิษณุ ระบุไม่ขอตอบคำถามนี้ เพราะเกรงว่าจะเป็นการชี้ช่องอีก
วิษณุ ระบุด้วยว่า ประธานสภาฯ ถือว่ามีบทบาทสำคัญที่สุดที่จะควบคุมเรื่องนี้ เพราะประธานสภาฯ จะเป็นผู้กราบบังคมทูลฯ แต่งตั้งนายกฯ เพื่อให้บริหารราชการแผ่นดิน พร้อมย้ำว่า "เริ่มต้นมีการเสนอชื่อ ประธานสภาฯ จะรับชื่อนั้นหรือไม่ ถ้าไม่รู้ไม่ชี้รับเข้ามา เพราะต้องมีการโหวตแข่ง หากไม่ได้ก็ตกไป ประธานฯไม่ต้องรับผิดชอบ แต่หากได้ขึ้นมาประธานฯจะคิดหนัก" ส่วนเมื่อถามว่า กรณีคนที่ร่วมลงมติ ‘รายชื่อที่มีปัญหา’ จะต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่นั้น วิษณุ ตอบว่า “ถูกต้อง หมายถึง ส.ส. - ส.ว. แม้ไม่มีความรับผิดชอบทางกฎหมาย แต่มีความรับผิดชอบทางการเมือง”
เมื่อถามย้ำในเรื่องบทบาทของประธานสภาฯ หากเห็นอะไรควร-ไม่ควร ก็ต้องจัดการก่อนใช่หรือไม่ วิษณุ ตอบว่า “อยู่ที่ตรงนี้ ที่ต้องรับผิดชอบ เหมือนการแต่งตั้งข้าราชการทุกวันนี้ จะมาจากกระทรวงไหนก็ช่าง แต่นายกฯเป็นคนเซ็น นายกฯก็ต้องรับผิดชอบ” ส่วนเมื่อถามภึงมุมมองต่อกระแสข่าว กกต. จะฟ้อง พิธา ตามมาตรา 151 คิดว่าต้องมีความผิดเป็นสารตั้งต้นที่ยังไม่ปรากฏเป็นข่าวออกมาหรือไม่ วิษณุ ตอบว่า “ไม่รู้ว่าตั้งต้นหรือไม่ตั้งต้น แต่ กกต.บอกจะฟ้อง 151”
เมื่อถามต่อไปถึงประเด็นการจะฟ้อง 151 ได้ ต้องมีเหตุและการกระทำก่อน วิษณุ ตอบว่า “จะให้ตนไปวิจารณ์อะไรเขา” ส่วนเมื่อถามถึงกรณีว่า สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ออกมาแย้งว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 82 ไม่เปิดช่องให้ ส.ว. ตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ส. วิษณุ ก็ตอบว่า “ตรวจสอบได้ ใช้มาตรา 82 รวมถึงอนาคต หากมีรัฐมนตรีและนายกฯ ส.ว. ก็สามารถเข้าชื่อ 1 ใน 10 ตรวจสอบได้ เพราะมาตรา 82 ใช้ได้ตลอด ขอให้เข้าชื่อให้ได้ 1ใน 10 ก็แล้วกัน เรื่องนี้ถือเป็นสิทธิในการร้อง เพราะต้องไปอีกหลายด่าน” พร้อมยอมรับว่า หากรัฐสภา เดินหน้าโหวตนายกฯ ยังไม่ได้ ก็ต้องโหวตกันไปเรื่อยๆ
“ก็ถูกแล้ว แต่สื่อจะถามให้ตนชี้ช่องว่ารัฐบาลอยู่ยาว ก็ทำให้มันเสร็จๆ เร็วๆ ซิ วันนี้ไม่เสร็จ พรุ่งนี้ก็เลือก หากยังไม่เสร็จ ก็เลือกวันมะรืน” วิษณุ ระบุ
เพราะประเด็นที่ตนพูด หมายถึงการหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.เป็นคนละประเด็นกัน และโดยหลักหากฟ้องตามมาตรา 151 เป็นการฟ้องไปยังศาลอาญา ซึ่งจะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ โดยศาลที่จะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้คือ ศาลรัฐธรรมนูญ และสื่อฯ ถามตนว่า การหยุดปฏิบัติหน้าที่จะเริ่มตั้งแต่เมื่อใด คำตอบคือ เริ่มตั้งแต่ถวายสัตย์ปฏิญาณ ถึงจะเข้าชื่อยื่นตรวจสอบใดๆได้ แต่ถ้าถามว่า พิธา ปฏิญาณตนได้หรือไม่ ก็ต้องตอบว่าได้ ในฐานะ ส.ส. และถ้ามีการไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องไปดูว่าศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่อะไร หากเป็นหน้าที่ ส.ส.ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. แต่การเป็นว่าที่นายกฯ ศาลไม่ได้สั่ง เมื่อไม่ได้สั่งก็ดำเนินการโหวตนายกฯไปได้ ตนไม่อยากชี้ช่อง
“เว้นแต่ในคำร้องซึ่งผู้ร้องร้องประเด็นอะไรยืดยาวมากกว่านี้ แล้วศาลสั่งให้หยุดทั้งหมด ถ้าหยุดทั้งหมดก็ไปเสนอไม่ได้ เพราะเสนอไปแล้วปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ จะนำความไปกราบบังคมทูลฯ ว่าอย่างไร และเมื่อทรงแต่งตั้งแล้ว ตั้งรัฐมนตรีก็ไม่ได้ เพราะการตั้งรัฐมนตรีผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการคือนายกฯ ซึ่งกระบวนการจะต้องเกิดขึ้นตามลำดับแบบนี้ ซึ่งผมไม่รู้ว่าศาลจะสั่งอย่างไรในเวลานั้น เหมือนสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ที่ศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ท่านเป็น รมว.กลาโหม ก็ปฏิบัติหน้าที่ รมว.กลาโหมได้” วิษณุ กล่าว
เมื่อถามว่า มีข้อกฎหมายสั่งให้แคนดิเดตนายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ วิษณุ ตอบว่า “ไม่มี แต่ตนไม่รู้ว่าคำร้องว่าอย่างไร ตนไปพูดเช่นนั้น เดี๋ยวหาว่าชี้ช่องให้ร้องอีก ก็ขอไม่ตอบในส่วนนี้ เพราะเราไม่เคยมีตัวอย่าง ศาลอาจจะสั่งหรือไม่สั่งก็ได้ การสั่งโดยมาตรา 82 สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง ส.ส. - ส.ว. - รัฐมนตรี” พร้อมย้ำว่า ผลจะออกมาเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่ที่คำร้องและคำสั่งของศาลด้วย
ส่วนเมื่อถามว่า หากศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ระหว่างที่เลือกนายกฯ ยังไม่เสร็จ ปรากฏว่าศาลสั่งให้พ้นสภาพการเป็น ส.ส. ต้องดูไปถึงคุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯด้วยหรือไม่ เพราะคุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯเหมือนกับ ส.ส. วิษณุ ก็พยักหน้า พร้อมบอกว่า “ต้องไปดูว่าคำร้องร้องว่าอย่างไร คำสั่งศาลว่าอย่างไร เราจะบอกว่าศาลไม่มีอำนาจสั่งก็ไม่ได้ ตนไม่แน่ใจ ศาลอาจจะบอกว่ามีก็ได้ เพราะศาลรัฐธรรมนูญเคยสั่งแปลกๆหลายครั้งแล้ว”
เมื่อถามถึงกรณี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถูกร้องเรื่องคุณสมบัติ ส.ส.ประเด็นเดียว ถึงโหวตนายกฯได้ แต่ พิธา ถูกร้องทั้งการเป็น ส.ส., แคนดิเดตนายกฯ และหัวหน้าพรรค รวมถึงสถานะ ส.ส. ปี 2562 นั้น วิษณุ ตอบว่า กรณี "พิธา มีอันนี้พ่วงมาด้วยถึงได้เป็นปัญหา ซึ่งเราไม่มีตัวอย่างมาก่อนจึงเอามาเปรียบเทียบไม่ได้" เมื่อถามอีกว่า ต้องรอให้มีตำแหน่งนายกฯ ก่อนถึงร้องได้ใช่หรือไม่ ปรากฏว่า วิษณุ ระบุไม่ขอตอบคำถามนี้ เพราะเกรงว่าจะเป็นการชี้ช่องอีก
วิษณุ ระบุด้วยว่า ประธานสภาฯ ถือว่ามีบทบาทสำคัญที่สุดที่จะควบคุมเรื่องนี้ เพราะประธานสภาฯ จะเป็นผู้กราบบังคมทูลฯ แต่งตั้งนายกฯ เพื่อให้บริหารราชการแผ่นดิน พร้อมย้ำว่า "เริ่มต้นมีการเสนอชื่อ ประธานสภาฯ จะรับชื่อนั้นหรือไม่ ถ้าไม่รู้ไม่ชี้รับเข้ามา เพราะต้องมีการโหวตแข่ง หากไม่ได้ก็ตกไป ประธานฯไม่ต้องรับผิดชอบ แต่หากได้ขึ้นมาประธานฯจะคิดหนัก" ส่วนเมื่อถามว่า กรณีคนที่ร่วมลงมติ ‘รายชื่อที่มีปัญหา’ จะต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่นั้น วิษณุ ตอบว่า “ถูกต้อง หมายถึง ส.ส. - ส.ว. แม้ไม่มีความรับผิดชอบทางกฎหมาย แต่มีความรับผิดชอบทางการเมือง”
เมื่อถามย้ำในเรื่องบทบาทของประธานสภาฯ หากเห็นอะไรควร-ไม่ควร ก็ต้องจัดการก่อนใช่หรือไม่ วิษณุ ตอบว่า “อยู่ที่ตรงนี้ ที่ต้องรับผิดชอบ เหมือนการแต่งตั้งข้าราชการทุกวันนี้ จะมาจากกระทรวงไหนก็ช่าง แต่นายกฯเป็นคนเซ็น นายกฯก็ต้องรับผิดชอบ” ส่วนเมื่อถามภึงมุมมองต่อกระแสข่าว กกต. จะฟ้อง พิธา ตามมาตรา 151 คิดว่าต้องมีความผิดเป็นสารตั้งต้นที่ยังไม่ปรากฏเป็นข่าวออกมาหรือไม่ วิษณุ ตอบว่า “ไม่รู้ว่าตั้งต้นหรือไม่ตั้งต้น แต่ กกต.บอกจะฟ้อง 151”
เมื่อถามต่อไปถึงประเด็นการจะฟ้อง 151 ได้ ต้องมีเหตุและการกระทำก่อน วิษณุ ตอบว่า “จะให้ตนไปวิจารณ์อะไรเขา” ส่วนเมื่อถามถึงกรณีว่า สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ออกมาแย้งว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 82 ไม่เปิดช่องให้ ส.ว. ตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ส. วิษณุ ก็ตอบว่า “ตรวจสอบได้ ใช้มาตรา 82 รวมถึงอนาคต หากมีรัฐมนตรีและนายกฯ ส.ว. ก็สามารถเข้าชื่อ 1 ใน 10 ตรวจสอบได้ เพราะมาตรา 82 ใช้ได้ตลอด ขอให้เข้าชื่อให้ได้ 1ใน 10 ก็แล้วกัน เรื่องนี้ถือเป็นสิทธิในการร้อง เพราะต้องไปอีกหลายด่าน” พร้อมยอมรับว่า หากรัฐสภา เดินหน้าโหวตนายกฯ ยังไม่ได้ ก็ต้องโหวตกันไปเรื่อยๆ
“ก็ถูกแล้ว แต่สื่อจะถามให้ตนชี้ช่องว่ารัฐบาลอยู่ยาว ก็ทำให้มันเสร็จๆ เร็วๆ ซิ วันนี้ไม่เสร็จ พรุ่งนี้ก็เลือก หากยังไม่เสร็จ ก็เลือกวันมะรืน” วิษณุ ระบุ



