นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในการสัมมนาศาลรัฐธรรมนูญพบสื่อมวลชนว่า “โดยส่วนตัวปฏิเสธที่จะแสดงความเห็น เพราะเป็นเรื่องของรัฐสภา แต่ยอมรับว่ารัฐธรรมนูญปี 60 มีข้อบกพร่องอยู่บ้าง จากเดิมที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคดีเฉพาะคดีที่มีข้อขัดแย้ง แต่รัฐธรรมนูญปี 60 อนุญาตให้มีการปรึกษาหารือได้”
และยกตัวอย่าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ถึงวาระการดำรงตำแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ปัจจุบันกำหนดให้มีวาระ 7 ปี ขณะที่ผมเป็นผลพวงจากรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่กำหนดวาระตุลาการ 9 ปี จึงมองว่า 7 ปี เป็นระยะเวลาที่สั้นเกินไป ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญทั่วโลกส่วนใหญ่กำหนดวาระไว้ 9-12 ปี ซึ่งเป็นมาตรฐานของยุโรป เยอรมนี ออสเตรเลีย
ประเทศไทยมีการลดวาระของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจาก 9 ปี เหลือ 7 ปี ทำให้องค์กรตุลาการทำอะไรมากไม่ได้ เพราะในช่วงแรกตุลาการจะเสียเวลาไปกับการตั้งหลัก พอเริ่มชำนาญก็หมดวาระ โดยเฉพาะในปีหน้าจะมีตุลาการที่ครบวาระ 7 ปี จำนวน 4-5 คน ซึ่งถือว่าระยะเวลาสั้นเกินไป ตรงนี้ผมพูดในฐานะนักวิชาการ ไม่ได้พูดถึงผลประโยชน์ส่วนตัว
นอกจากนี้ นครินทร์ ให้ความเห็นถึงกรอบการพิจารณา “คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง” ว่า “ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ แต่ตามปกติไม่ควรเกิน 1 ปี และคดีที่ผ่านมาเคยมีการพิจารณายาวที่สุดอยู่ที่ 11 เดือน และไม่ควรจะเกินไปกว่านั้น อย่างไรก็ตาม ในคดีนี้ต้องรอพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายที่ได้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ครบถ้วนเสียก่อน”




