พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงการพิจารณา พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 ว่า วุฒิสภาบรรจุวาระการประชุมไว้แล้ว ในวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งพร้อมพิจารณาทันทีที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติอนุมัติ
โดยได้กำชับ ส.ว.ให้สแตนด์บาย (standby) เตรียมพร้อมจนถึงเวลา 24.00 น. ซึ่งหากสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นชอบ ก็ทราบมาว่า จะมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ ซึ่งจะทำให้วุฒิสภาไม่สามารถพิจารณาได้ ต้องรอคำวินิจฉัยจากศาลฯ
“การพิจารณากฎหมายต้องคานทีละสภาฯ และถ้าพรุ่งนี้ไม่ผ่านความเห็นชอบของ ส.ส. ได้ข่าวมาว่า จะมีการส่งศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าส่งศาล ก็เล่นกีฬาต่อ” ประธานวุฒิสภา กล่าว
นอกจากนี้ พรเพชร ขออย่าเพิ่งสมมุติว่า องค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะล่ม อย่าคิดไปก่อน แต่สำหรับสมาชิกวุฒิสภา เชื่อว่าจะอยู่ครบองค์ประชุม ส่วนในช่วงปิดสมัยประชุม ได้กำชับสมาชิกวุฒิสภาแล้วว่า ต้องวางตัวเป็นกลาง อย่าไปร่วม อย่าไปเผยแพร่ชักจูงทางการเมือง หรือเชียร์ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. โดยหากจะไปร่วมกิจกรรม หรือฟังการปราศรัย ก็ต้องระวังด้วย เพราะถือเป็นผู้ใหญ่
“เขาอาจจะเชิญเข้าไป แม้จะเข้าไปรับฟังในฐานะประชาชนก็สามารถทำได้ แต่บทบาทของ ส.ว. ก็เป็นที่สนใจของประชาชนเช่นกัน หากเขาเห็น ก็อาจจะเข้าใจว่า ส.ว.ไปเข้าข้างใคร จึงขอย้ำให้ระมัดระวัง รวมถึง ส.ว. ที่อาศัยอยู่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่มีกว่า 70 คน ที่เคยลงพื้นที่ ก็ต้องระมัดระวังเช่นกัน ขอให้งดภารกิจไปก่อน” พรเพชร กล่าว
พรเพชร ยังแสดงความห่วง ส.ว.ที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด ซึ่งอาจมีเครือญาติ หรือคนรู้จัก ลงสมัครรับเลือกตั้ง จึงต้องระมัดระวัง เพราะอาจมีอิทธิพลต่อประชาชนในการลงคะแนน ทั้งนี้ การเป็นวุฒิสภาไม่สามารถไปช่วยใครหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. เชื่อว่าคงไม่ใช่เหตุผลที่จะอ้างว่า ส.ว. ต้องเป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรี จึงต้องไปติดตามฟังการปราศรัย เพราะการโหวตเลือก สามารถพิจารณาจากปัจจัยอื่นได้ ไม่จำเป็นจะต้องไป
โดยได้กำชับ ส.ว.ให้สแตนด์บาย (standby) เตรียมพร้อมจนถึงเวลา 24.00 น. ซึ่งหากสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นชอบ ก็ทราบมาว่า จะมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ ซึ่งจะทำให้วุฒิสภาไม่สามารถพิจารณาได้ ต้องรอคำวินิจฉัยจากศาลฯ
“การพิจารณากฎหมายต้องคานทีละสภาฯ และถ้าพรุ่งนี้ไม่ผ่านความเห็นชอบของ ส.ส. ได้ข่าวมาว่า จะมีการส่งศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าส่งศาล ก็เล่นกีฬาต่อ” ประธานวุฒิสภา กล่าว
นอกจากนี้ พรเพชร ขออย่าเพิ่งสมมุติว่า องค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะล่ม อย่าคิดไปก่อน แต่สำหรับสมาชิกวุฒิสภา เชื่อว่าจะอยู่ครบองค์ประชุม ส่วนในช่วงปิดสมัยประชุม ได้กำชับสมาชิกวุฒิสภาแล้วว่า ต้องวางตัวเป็นกลาง อย่าไปร่วม อย่าไปเผยแพร่ชักจูงทางการเมือง หรือเชียร์ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. โดยหากจะไปร่วมกิจกรรม หรือฟังการปราศรัย ก็ต้องระวังด้วย เพราะถือเป็นผู้ใหญ่
“เขาอาจจะเชิญเข้าไป แม้จะเข้าไปรับฟังในฐานะประชาชนก็สามารถทำได้ แต่บทบาทของ ส.ว. ก็เป็นที่สนใจของประชาชนเช่นกัน หากเขาเห็น ก็อาจจะเข้าใจว่า ส.ว.ไปเข้าข้างใคร จึงขอย้ำให้ระมัดระวัง รวมถึง ส.ว. ที่อาศัยอยู่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่มีกว่า 70 คน ที่เคยลงพื้นที่ ก็ต้องระมัดระวังเช่นกัน ขอให้งดภารกิจไปก่อน” พรเพชร กล่าว
พรเพชร ยังแสดงความห่วง ส.ว.ที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด ซึ่งอาจมีเครือญาติ หรือคนรู้จัก ลงสมัครรับเลือกตั้ง จึงต้องระมัดระวัง เพราะอาจมีอิทธิพลต่อประชาชนในการลงคะแนน ทั้งนี้ การเป็นวุฒิสภาไม่สามารถไปช่วยใครหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. เชื่อว่าคงไม่ใช่เหตุผลที่จะอ้างว่า ส.ว. ต้องเป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรี จึงต้องไปติดตามฟังการปราศรัย เพราะการโหวตเลือก สามารถพิจารณาจากปัจจัยอื่นได้ ไม่จำเป็นจะต้องไป



