อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวภายหลังเป็นประธานแถลงข่าวยาเสพติด ณ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ว่า “ขอฝากให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติช่วยจัดการเรื่องสแกมเมอร์ในการปราบปรามอย่างจริงจัง” ซึ่งขณะนี้ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำงานเรื่องนี้โดยเฉพาะ ทั้งนี้ขอให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่า “รัฐบาลจะนำกลไกทุกอย่างที่มีอยู่เข้ามาใช้ จะไม่ยอมให้สิ่งผิดกฎหมายเหล่านี้ทำลายอนาคตและความมั่นคงของประเทศเรา”
นายกฯ กล่าวว่า “การที่ผมมั่นใจที่พูดอย่างนี้ไม่ใช่เพราะเป็นเพื่อนกับ ผบ.ตร.แล้วเราจะมาอวยกัน แต่ก่อนที่ท่านจะเป็น ผบ.ตร. เราเห็นผลงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการเป็นศัตรูกับขบวนการยาเสพติดมาตลอด ยิ่งขณะนี้เรามีนโยบายที่จะต่อต้านปราบปรามภัยที่จะทำลายความมั่นคงของประเทศในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะยาเสพติด ภัยทางเทคโนโลยี สแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์”
ทั้งนี้ ตัวเองและ ผบ.ตร.ได้มีการหารือกันตลอดเวลาว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามสิ่งเหล่านี้อย่างไร “ขอให้ติดตามดู การยึดทรัพย์อายัดทรัพย์ดำเนินการมาโดยต่อเนื่อง แต่ของบางอย่างเราไม่สามารถจะเผยแพร่ต่อสาธารณะได้ว่าเราจะดำเนินการอย่างไร”
เรื่องสแกมเมอร์, ขอยืนยันว่าเราปราบปรามมาโดยตลอด” ท่านผบ.ตร.เอง ก็มีการรายงานว่ามีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหายึดทรัพย์เท่าไหร่ เรื่องนี้ไม่ใช่เฉพาะตำรวจเท่านั้น แต่ในส่วนของ ปปง.ก็ต้องมีส่วนในการอายัดเงินอายัดทรัพย์และดำเนินคดี
— อนุทิน ชาญวีรกูล

ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวเสริมว่า “สำหรับเรื่องสแกมเมอร์ตำรวจไทยทำงานนำกว่าทุกประเทศ ท่านนายกฯให้นโยบายวัคซีนไซเบอร์ตอนนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ก็จะนำเรื่องนี้ขยายต่อไป สำหรับเรื่องสแกมเมอร์เรามีข้อมูล มีการประสานงาน มีบางประเทศให้ความร่วมมือ แต่ก็ต้องยอมรับว่าบางประเทศไม่ให้ความร่วมมือ ในปฏิบัติการการส่งตัวผู้กระทำผิด ในเดือนมีนาคมและพฤษภาคมเรามีการดำเนินคดี ขณะนี้อยู่ในชั้นพิจารณาของชั้นศาล
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังระบุถึงกรณีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่มีข้อมูลผู้เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ ข้อมูลข่าวสารนี้ต้องไปส่งถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็ว่าไปตามกระบวนการ
ส่วนกรณี ‘เฉินจื้อ’ ต้องยอมรับว่าตำรวจทำงานบนพื้นฐานของข้อมูลบางเรื่องเปิดเผยได้บางเรื่องเปิดเผยไม่ได้ อยากให้เข้าใจในเรื่องนี้ แต่ความมุ่งมั่น ยืนยันว่าเต็มที่ทั้งนายกฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อไม่ให้มีภัยกระทบพี่น้องประชาชน “เราตั้งใจทำงานมาโดยตลอด”
ด้านนายกฯ กล่าวต่อไปว่า กรณีมีการกล่าวหา วรภัค ธันยาวงษ์ รมช.คลัง ว่ามีส่วนเกี่ยวพันกับขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ ได้ติดต่อมากับผมและแสดงเจตนารมณ์ว่า “ต้องการจะแถลงข่าว” และมีการชี้แจงในเฟซบุ๊กส่วนตัวทันที โดยตนได้ให้รัฐมนตรีทำเป็นหนังสือรายงานกลับมาที่ผม
เมื่อถามถึงความมั่นใจต่อคณะรัฐมนตรี ว่าจะไม่เกี่ยวพันกับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ? นายกฯ ระบุว่า ไม่ใช่ว่าเป็นใครเราก็จะพามาทำงาน ทั้งนี้ ถ้าพบมีใครมีความเชื่อมโยง จะไม่มีข้อยกเว้น ส่วนผมเวลาทำงาน ตั้งแต่เป็น รมว.สาธารณสุขเราก็ทำงานเกี่ยวกับเรื่องคดีมาตลอด อยู่กระทรวงมหาดไทยก็ทำเกี่ยวกับเรื่องคดีมาตลอด ฉะนั้นเวลาผมทำงานกับเรื่องเหล่านี้ ผมไม่ดูหรอกว่าชื่อใคร แต่จะดูพฤติกรรม หลักฐาน เส้นทาง ที่มาที่ไป “ถ้าเส้นทางชัดเจนว่าใครมีที่มาที่ไปไม่ถูกต้อง เปิดชื่อมาเจอคนไหนก็ดำเนินคดีคนนั้น”
มันไม่ใช่เรื่องที่ยาก ขอให้ผู้สื่อข่าวอย่าคิดว่าเป็นเรื่องที่ยาก และตนเชื่อว่าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่ว่าท่านไหนก็ตาม ต่อให้เปิดมาเจอชื่อ อนุทิน ท่านก็จับ ฉะนั้นขอให้มีความมั่นใจว่าถ้าเราเจอใครหลักฐานไปถึงก็จะดำเนินการ การที่เราไม่ทำก็กลายเป็นว่าเราผิด ทำไมเราต้องไปเดือดร้อนกับคนพวกนี้ หากจะถามว่าหากเจอชื่อคณะรัฐมนตรีหรือใครที่อยู่โดยรอบเกี่ยวข้อง ก็ไม่รู้สึกผิดที่จะดำเนินคดี พวกเขาไม่ใช่พ่อไม่ใช่ลูกไม่ใช่พี่ไม่ใช่น้อง ของเรา หรือต่อให้เป็นพ่อลูกทำผิด ก็ต้องมีการดำเนินคดี
— อนุทิน ชาญวีรกูล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกฯ แถลงการณ์เสร็จสิ้น ก็ได้เดินไปที่ร้านกาแฟ พร้อมสั่ง ‘บ๊วยโซดา’ ให้ตัวเอง และ ผบ.ตร. ก่อนที่จะถามและสั่งน้ำและเสิร์ฟเองกับมือให้กับเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โดยให้เหตุผลที่สั่งบ๊วยโซดา เพราะ “อยากสดชื่น”
เมื่อถามว่าดื่มแล้วตื่นตัวหรือไม่? ผบ.ตร.ตอบว่า “ตื่นอยู่แล้ว” ส่วนทางนายกฯ บอกว่า “ตื่นเต้น วันนี้ตื่นเต้น” ก่อนที่จะกล่าวเพิ่มเติมว่า “แค่เห็น ผบ.ตร. ก็ชื่นใจแล้ว เพราะท่านเป็นคนทำงาน ซึ่งจริงๆ ทุกคนเป็นเพื่อนกันหมดตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่รู้จักกันจากการทำงาน”
เมื่อถามว่าที่เดินทางมาที่นี่ ส่วนหนึ่งเพื่อให้กำลังใจ ผบ.ตร. หรือไม่? นายกฯ ตอบว่า “ก็ให้กำลังใจ เพราะท่านทำงานให้รัฐบาลและประชาชน”

ทลายครือข่ายยาเสพติดช่วง 9-20 ต.ค. รวบ 10 คดี-ยึดของกลางล็อตใหญ่
สำหรับภารกิจวันนี้ที่ บช.ปส.นั้น นายกรัฐมนตรี, ผบ.ตร. พร้อมด้วย อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.), พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมแถลงผลปฏิบัติ “ยุทธการทำลายล้างเครือข่ายยาเสพติด ทำลายจุดพัก ทุบคลัง ปิดเส้นลำเลียง” ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
อนุทิน กล่าวว่า “สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ติดตามขยายผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญอย่างต่อเนื่อง เป็นไปตามหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาลในการจัดการกับภัยสังคม ผลการปฏิบัติในช่วงวันที่ 9 - 20 ตุลาคม 2568 สามารถจับกุมได้ 10 คดี ผู้ต้องหา 16 คน ของกลางยาบ้า 33,840,000 เม็ด ไอซ์ 800 กิโลกรัม เคตามีน 500 กิโลกรัม และอายัดทรัพย์สินได้หลายรายการซึ่งอยู่ระหว่างขยายผล”
ขอยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมจะให้การสนับสนุนการปฏิบัติอย่างเต็มกำลัง รวมทั้งจะช่วยเหลือ ปกป้อง คุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานโดยสุจริต ขอให้ทุกท่านร่วมกันทำงาน และยกระดับการจัดการปัญหายาเสพติด ตลอดจนแสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศให้ครบทุกมิติ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ฝากหน่วยงานต่างๆ ถึงการแก้ปัญหาเรื่องสแกมเมอร์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีด้วย ขอให้มั่นใจว่า “รัฐบาลจะเป็นศัตรูกับสิ่งเหล่านี้แน่นอน”
ผมขอขอบคุณ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกนาย ที่ได้ร่วมกันปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเท เสียสละ เสี่ยงชีวิต เพื่อความปลอดภัยและความสงบสุขของพี่น้องประชาชน และขออวยพรให้ทุกท่านปฏิบัติภารกิจต่อไป ด้วยความราบรื่น ปลอดภัย สำเร็จลุล่วงด้วยดี และขอฝากพี่น้องสื่อมวลชน ช่วยกันเผยแพร่ข่าวออกไปอย่างกว้างขวาง เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน และเพื่อให้อาชญากรทั้งหลายเกิดความยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมืองต่อไปด้วย
— อนุทิน ชาญวีรกูล




